โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ฝรั่งเมากร่างทะเลาะกับเมียอาละวาดบนรถไฟ ลั่นอยู่กัมพูชาดีกว่า สาวหมัดใส่จนท.

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 13 ม.ค. เวลา 04.20 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. เวลา 04.20 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(13 ม.ค.69) เพจเฟซบุ๊กArmy Military Forceโพสต์คลิปบนรถไฟ พร้อมระบุข้อความว่า มีรายงานเหตุการณ์วุ่นวายบนขบวนรถไฟเมื่อเวลาประมาณ 01:00 น. ที่ผ่านมา หลังพบนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติรายหนึ่งเดินทางมาพร้อมกับภรรยาชาวไทย แล้วเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงบนขบวนรถ โดยฝ่ายชายได้ก่อเหตุทุบกระจกหน้าต่างรถไฟจนแตก และพยายามเดินขอแอลกอฮอล์จากผู้อื่นแต่ไม่มีใครให้ จึงเริ่มแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวด้วยการชูนิ้วกลางให้ภรรยา ก่อนจะลามไปด่าทอผู้โดยสารคนอื่นพร้อมชูนิ้วกลางใส่คนทั้งโบกี้

นักท่องเที่ยวรายนี้ยังได้โวยวายดูหมิ่นประเทศไทยและคนไทยว่ายอดแย่ โดยเปรียบเทียบว่าอยู่ที่กัมพูชาดีกว่าไทยมาก แม้ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะพยายามนิ่งสงบเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะเนื่องจากเป็นยามวิกาลที่ต้องการพักผ่อน แต่ชายคนดังกล่าวกลับไม่หยุดโวยวายอยู่นานกว่า 15-20 นาที จนกระทั่งเจ้าหน้าที่รถไฟเข้ามาตรวจสอบและพยายามเจรจาด้วยท่าทีที่สุภาพ

ทว่าชายชาวต่างชาติกลับทำตัวกร่างและด่าทอเจ้าหน้าที่ ไม่ยอมลงจากรถและพยายามจะต่อสู้ ทั้งยังก่อเหตุชกคนขับรถไฟและผู้โดยสารที่อยู่ใกล้เคียง จนทำให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทนไม่ไหวพากันลุกขึ้นมาตอบโต้เพื่อสั่งสอนตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ สุดท้ายเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจไล่ทั้งสามีและภรรยาให้ลงที่สถานีถัดไป แต่สถานการณ์ยังคงวุ่นวายเนื่องจากฝ่ายชายไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่แตะต้องตัว พร้อมกับไลฟ์สดด่าทอคนไทยอย่างต่อเนื่อง

ส่วนภรรยาชาวไทยนอกจากจะไม่ห้ามปรามแล้ว ยังร่วมด่าทอผู้โดยสารคนอื่นด้วยถ้อยคำหยาบคาย เมื่อถึงเวลาต้องลงจากรถที่สถานี ฝ่ายชายยังคงตะโกนแผดเสียงและเดินกลับมาทุบกระจกหน้าต่างซ้ำอีกรอบโชคดีที่กระจกไม่แตก เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ากฎหมายบ้านเราอ่อนแอเกินไป จนทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มขาดความยำเกรงและกล้าแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวเช่นนี้

ขอบคุณคลิปโดย > Ameenah Tokyousoh

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...