โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

โรฮีนจาวอนศาลโลกให้ความยุติธรรม แกมเบียชี้เมียนมาทำชีวิตตกอยู่ในฝันร้าย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 ม.ค. เวลา 05.09 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. เวลา 04.00 น.
REUTERS

โรฮีนจาวอนศาลโลกให้ความยุติธรรม แกมเบียชี้เมียนมาทำชีวิตตกอยู่ในฝันร้าย

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลกได้เริ่มการพิจารณาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ ว่าเมียนมาได้กระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวโรฮิงญาหรือไม่ หลังประเทศแกมเบียได้ทำการยื่นฟ้อง ซึ่งศาลโลกได้เริ่มพิจารณาคดีเป็นวันแรกในวันที่ 12 มกราคม โดยขั้นตอนนี้จะกินเวลานาน 3 สัปดาห์

ประเทศแกมเบียในแอฟริกาตะวันตก ยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลโลกในปี 2019 โดยระบุว่าปฏิบัติการที่เรียกว่า “การกวาดล้าง” ของกองทัพเมียนมาในปี 2017 ได้ละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 1948 ซึ่งเมียนมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวมาโดยตลอด อย่างไรก็ดี คดีดังกล่าวถูกจับตามองเพราะหลายฝ่ายคาดว่า ผลการพิจารณาคดีจะส่งผลกระทบกว้างไกลกว่าเหตุการณ์ในเมียนมา ไปถึงคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่แอฟริกาใต้ยื่นฟ้องอิสราเอลจากการทำสงครามในฉนวนกาซาด้วย

ดอว์ดา จัลโลว์ รัฐมนตรียุติธรรมแกมเบีย กล่าวระหว่างแถลงเปิดคดีท่ามกลางผู้เข้าร่วมเต็มห้องพิจารณาในศาลโลกที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ว่า แกมเบียยื่นฟ้องคดีนี้ด้วย “ความรู้สึกถึงความรับผิดชอบ” จากประสบการณ์ที่เคยอยู่ภายใต้รัฐบาลทหาร เราต้องใช้เสียงแห่งศีลธรรมของเราในการประณามการกดขี่ การก่ออาชญากรรมต่อบุคคลและต่อกลุ่มคน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดและเมื่อใดก็ตาม

จัลโลว์กล่าวว่า ชาวโรฮีนจาเป็นเพียงคนธรรมดาที่มีความฝันที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและมีศักดิ์ศรี แต่พวกเขาถูกกำหนดให้ตกเป็นเป้าหมายของการทำลายล้าง

“เมียนมาได้พรากความฝันนั้นไปจากพวกเขา และได้เปลี่ยนชีวิตของพวกเขาให้กลายเป็นฝันร้าย ด้วยการทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับความรุนแรงและทำลายล้างที่น่าโหดร้ายที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้” จัลโลว์กล่าว

จากนั้น จัลโลว์ได้ขอให้ชาวโรฮีนจาประมาณ 10 คน ซึ่งเดินทางไกลมาถึงศาลโลกยืนขึ้นเพื่อให้ผู้พิพากษาได้เห็นพวกเขา ก่อนที่คนทั้งหมดจะลุกขึ้นยืนอย่างเงียบๆ

ยูซุฟ อาลี ชาวโรฮีนจาวัย 52 ปี ซึ่งเดินทางจากค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศไปยังเนเธอร์แลนด์เพื่อร่วมฟังการพิจารณาคดี กล่าวก่อนเริ่มการไต่สวนว่า เราไม่มีอะไรเลยที่มนุษย์พึงควรมี พวกเขาต้องการให้คดีที่รอคอยมานานนี้คืนความยุติธรรมให้ และหวังว่าจะได้ผลลัพธ์ที่เป็นบวกที่จะบอกให้โลกรู้ว่าเมียนมาได้ทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พวกเขาคือเหยื่อของเรื่องนั้น และสมควรได้รับความยุติธรรม

ในการไต่สวนเบื้องต้นเมื่อปี 2019 นางออง ซาน ซูจี ซึ่งเป็นผู้นำเมียนมาในขณะนั้น ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของแกมเบีย โดยระบุว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและทำให้เข้าใจผิด การอพยพครั้งใหญ่ของชาวโรฮีนจาเป็นผลพวงที่น่าเศร้าจากการต่อสู้กับกลุ่มกบฏ

ขณะที่เมียนมาเคยโต้แย้งเขตอำนาจศาล โดยระบุว่าแกมเบียไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับความขัดแย้ง จึงไม่สามารถยื่นฟ้องคดีได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งลงนามหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และในปี 2022 ผู้พิพากษาศาลได้ปฏิเสธข้อโต้แย้งดังกล่าว เปิดทางให้การพิจารณาคดีดำเนินต่อไป

ทั้งนี้ แกมเบียจะเป็นฝ่ายนำเสนอคดีต่อไปอีกสามวัน และในวันที่ 16 มกราคม เมียนมาจะมีโอกาสตอบโต้ข้อกล่าวหา หลังจากนั้น ศาลจะรับฟังคำให้การของเหยื่อชาวโรฮีนจาในการพิจารณาคดีแบบปิด ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ศาลโลกจะรับฟังชาวโรฮีนจาโดยตรง

ไม่ว่าศาลโลกจะมีคำตัดสินอย่างไรในคดีเมียนมา ผลลัพธ์ขอคำตัดสินดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อคดีของแอฟริกาใต้ด้วย จูเลียต แม็กอินไทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย กล่าวว่า เกณฑ์ทางกฎหมายในการพิจารณาว่าการกระทำใดเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นั้นเข้มงวดมาก แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ผู้พิพากษาจะขยายการตีความนิยามดังกล่าว

หากคดีนี้มีคำวินิจฉัยว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ก็จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ของศาลอีกแห่งหนึ่งในกรุงเฮก นั่นคือศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี โดยในปี 2024 อัยการสูงสุดของไอซีซีได้ขอให้ผู้พิพากษาออกหมายจับ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อชาวโรฮีนจา ซึ่งคำร้องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ปัจจุบัน ชาวโรฮีนจาราว 1.2 ล้านคนใช้ชีวิตอย่างทุกข์ยากในค่ายผู้ลี้ภัยที่แออัดในบังกลาเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กลุ่มติดอาวุธใช้เป็นแหล่งรับสมัครเด็กเข้าร่วมขบวนการ ขณะที่เด็กหญิงอายุเพียง 12 ปีถูกบังคับให้ค้าประเวณี การตัดงบช่วยเหลือต่างประเทศอย่างฉับพลันเมื่อปีที่แล้ว โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ทำให้โรงเรียนในค่ายผู้ลี้ภัยหลายพันแห่งต้องปิดตัวลง และส่งผลให้เด็กบางคนอดอยากจนเสียชีวิต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โรฮีนจาวอนศาลโลกให้ความยุติธรรม แกมเบียชี้เมียนมาทำชีวิตตกอยู่ในฝันร้าย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...