เกิดอะไรขึ้น? หนุ่มอัจฉริยะจบปริญญาเอกตอนอายุ 16 ปี ปัจจุบันตกงาน ต้องพึ่งพาพ่อ-แม่ (ภาพ)
ชื่อของ จาง ซินหยาง (Zhang Xinyang) เคยถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การศึกษาของจีน ในฐานะเด็กอัจฉริยะที่สร้างปรากฏการณ์ให้สังคมหันมาจับตามอง
เขาคือเด็กชายที่ก้าวข้ามระบบการศึกษาแบบปกติอย่างรวดเร็ว จนถูกขนานนามว่าเป็น “อัจฉริยะที่ 100 ปีจะมีสักคน”
ย้อนไปในปี 2005 จาง สามารถสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ ก่อนจะเรียนจบปริญญาโทในวัย 13 ปี และเข้าสู่ระดับปริญญาเอกเมื่ออายุประมาณ 16 ปี ช่วงวัยที่เด็กทั่วไปยังคงเรียนอยู่ในระดับมัธยมศึกษา ความสำเร็จเหล่านี้ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าเขาคือความหวังของวงการวิชาการจีน และอาจกลายเป็นบุคคลสำคัญของประเทศในอนาคต
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังเส้นทางที่ดูสวยหรูนั้น ชีวิตของจางถูกกำหนดด้วยกรอบที่เข้มงวดมาตั้งแต่วัยเยาว์ เขาแทบไม่มีวัยเด็กเหมือนเด็กคนอื่น ไม่มีพื้นที่สำหรับการเล่นหรือการค้นหาตัวตน ชีวิตประจำวันถูกโฟกัสไปที่การเรียน การอ่านหนังสือ และการทำวิจัย โดยมีเป้าหมายเดียวคือการก้าวไปให้ไกลที่สุดในโลกวิชาการ
เมื่อเวลาผ่านไป ความจริงที่ไม่เคยถูกสอนก็เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้น การเรียนเก่งไม่ได้หมายความว่าจะใช้ชีวิตเก่ง
เมื่อ จาง ก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย เขากลับพบว่าตนเองไม่สามารถปรับตัวเข้ากับโลกการทำงานได้ เขาไม่ถนัดการสื่อสาร ไม่ชอบระบบองค์กร และขาดทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตจริงนอกห้องเรียน
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสวนทางกับความคาดหวังของสังคมอย่างสิ้นเชิง อดีตเด็กอัจฉริยะที่เคยถูกวาดภาพว่าจะประสบความสำเร็จอย่างสูง กลับไม่มีงานที่มั่นคง ไม่มีตำแหน่งใหญ่โต และต้องพึ่งพาครอบครัวในการดำรงชีวิต
รายงานจากสื่อจีนระบุว่า จาง ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย บางช่วงถึงขั้นตกงานเป็นเวลานาน ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ และไม่มีชีวิตหรูหราตามภาพฝันที่ผู้คนเคยคาดการณ์ไว้ ความฉลาดทางวิชาการที่เคยเป็นจุดแข็ง กลับไม่อาจช่วยให้เขารับมือกับโลกความจริงที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยความท้าทาย
เรื่องราวของ จาง ซินหยาง จึงไม่ได้เป็นเพียงข่าวของ “อัจฉริยะที่ชีวิตพลิกผัน” แต่สะท้อนคำถามสำคัญต่อสังคมว่า การผลักดันเด็กให้เก่งเร็ว อาจไม่เพียงพอ หากขาดการพัฒนาทักษะชีวิต การปรับตัว และการเปิดโอกาสให้เลือกเส้นทางของตัวเอง
ท้ายที่สุด โลกไม่ได้ให้รางวัลกับความฉลาดเพียงอย่างเดียว แต่ให้คุณค่ากับคนที่สามารถใช้ชีวิต เข้าใจตัวเอง และอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างสมดุล