โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จากธุรกิจร้านกาแฟ ทาง ‘พันธุ์ไทย’ เห็นโอกาสอะไร? ถึงประกาศลุย ‘สตรีท ฟู้ดส์’

Positioningmag

อัพเดต 11 ธ.ค. 2568 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 04.26 น. • Lupang

เมื่อ 8 ปีก่อน ‘พันธุ์ไทย’ คือธุรกิจร้านกาแฟที่เกือบปิดกิจการเพราะขาดทุนต่อเนื่อง แต่สามารถพลิกเกมมากำไรได้ในปีที่ 9 มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด กลายเป็นผู้เล่นที่ถูกจับตามอง และมาถึงวันนี้กำลังจะสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตรอบใหม่ที่ใหญ่กว่าธุรกิจร้านกาแฟหลายเท่าตัว นั่นคือการประกาศเดินหน้าลุย ‘ธุรกิจสตรีท ฟู้ดส์’ อย่างจริงจัง
แล้วอะไรที่ทำให้พันธุ์ไทยกล้ากระโดดเข้ามาธุรกิจนี้?
เพราะแม้ธุรกิจสตรีท ฟู้ดส์ จะมีการเติบโตน่าสนใจ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินไว้ว่า ร้านอาหารสตรีท ฟู้ดส์ที่มีหน้าร้านจะมีมูลค่าอยู่ที่ 261,000 ล้านบาท โต 4.7% จากปีก่อน ซึ่งเป็นแนวโน้มเติบโตที่ดีกว่าร้านอาหารทุกกลุ่ม ขณะเดียวกัน ก็มีการแข่งขันสูง เนื่องจาก ‘มีตัวเลือกหลากหลาย’ และ ‘คู่แข่งมีมากมาย’

“เรามองว่า เทรนด์ปัจจุบันคนไทยไม่ทำอาหารกินเอง และชอบกินอาหารง่าย ๆ ซึ่งสตรีท ฟู้ดส์ตอบโจทย์ เห็นได้จากการเติบโตที่ดี ทำให้พันธุ์ไทยสนใจ และกำลังพิจารณาว่าจะไปในทิศทางไหน มีการขยายอย่างไร เพื่อให้ใช้ทรัพยากร และ eco-system ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวกับ Positioning


พลังที่จะเป็นแรงส่งกันและกัน

เมื่อดู Customer Journey ของลูกค้าจะพบว่า คนส่วนใหญ่เมื่อเข้าร้านกาแฟจะไม่ได้ดื่มกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เบเกอรี่ และอาหาร ฯลฯ การเพิ่มตัวเลือกเหล่านี้ จึงเป็นการโอกาสใหม่ในการเพิ่มรายได้ และเป็นการนำแบรนด์พันธุ์ไทยเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากกว่า ‘คอกาแฟ’
สำหรับการรุกเข้าสู่ธุรกิจสตรีท ฟู้ดส์ ของพันธุ์ไทย จะดำเนินภายใต้กลยุทธ์ Brand Extension นำชื่อเสียงและการเป็นที่รู้จักของแบรนด์พันธุ์ไทยมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการนำสตรีท ฟู้ดส์ของไทยมาพัฒนาให้มี ‘ความครีเอทีฟ’ ภายใต้ Brand Idea ของพันธุ์ไทย นั่นคือ Creative Thai Taste ‘ พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้’ การนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทย
ขณะเดียวกัน ก็พยายามเชื่อมโยงให้ทั้งสองธุรกิจเป็น‘แรงส่งซึ่งกันและกัน’ ผ่าน eco-system ที่อยู่ภายใต้เครือ PTG โดยเฉพาะบัตรสมาชิก Max Card ซึ่งมีฐานสมาชิกประมาณ 25 ล้านคนมาเพื่อช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ และกระตุ้นยอดขายของทั้งสองธุรกิจไปพร้อมกัน


โดยต้นปี 2568 ทางพันธุ์ไทยได้เริ่มทดลองเข้าสู่ธุรกิจสตรีท ฟู้ดส์ ผ่าน‘ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย’ เปิดสาขาแรก ณ รังสิตคลอง 3 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีความชัดเจนมากขึ้นด้วยการจัดตั้งบริษัทย่อย ‘บริษัท ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย จำกัด’ เพื่อบุกธุรกิจนี้เต็มกำลัง ด้วยโมเดล ‘ครบจบในที่เดียว’
ตามแผนสิ้นปีนี้จะมีการเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทยให้ครบ 5 สาขา และในปี 2569 จะเพิ่มเป็น 50 สาขา ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แบ่งเป็นสาขาในและนอกปั๊มอย่างละ 50% โดยสาขานอกปั๊มจะเน้นแหล่งชุมชนเมือง ออฟฟิศ และย่านศูนย์กลางธุรกิจ

พร้อมสู้ในศึกธุรกิจร้านกาแฟ

ขณะที่ในส่วนธุรกิจร้านกาแฟ ทางพันธุ์ไทย ยังเดินหน้าขยายต่อไป โดย ณ สิ้นปี 2568 จะมีสาขา 2,600 แห่ง และปี 2569 จะขยายเพิ่มอีก 1,000 สาขา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการมีสาขา 5,000 แห่งภายในปี 2571
สุขวสา บอกว่า แม้เศรษฐกิจไม่ดี แต่ภาพรวมของธุรกิจร้านกาแฟในไทยยังไปได้ดี อย่างตอนนี้มีมูลค่าราว 65,000 ล้านบาท โต 8-9% และปีหน้าโตต่อ ส่วนเรื่องการแข่งขันเป็นเรื่องปกติของธุรกิจ

“เราคุยกับคนในแวดวง Mass coffee เหมือนกันเรื่องมีรายใหม่เข้ามา เพราะตอนแรกเราก็กังวล แต่สรุปยอดขายไม่ตกแถมโตด้วย แสดงว่ามีดีมานต์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะการดื่มกาแฟกลายเป็นชีวิตประจำของคนไปแล้ว เช่นเมื่อก่อนคนไทยดื่มกาแฟ 180 แก้ว/คน/ปี ตอนนี้เพิ่มเป็น 340 แก้ว อนาคตอาจเป็น 400-500 แก้วก็ได้ เหมือนญี่ปุ่นหรือเกาหลีที่ดื่มกาแฟแทนน้ำ”


สำหรับเทรนด์น่าสนใจของธุรกิจร้านกาแฟ คือ การพัฒนาของตลาดจากการที่ผู้บริโภคมีความรู้เกี่ยวกับกาแฟเพิ่มขึ้น จะเห็นได้จากการมาแรงของเซ็กเม้นท์ Specialty Coffee และ Premium mass รวมถึงการเข้ามาของแบรนด์ต่างประเทศมากขึ้น
ประเด็นนี้ สุขวสา บอกว่า มีผลต่อให้แข่งขันในธุรกิจนี้เปลี่ยนแปลงไป โดยผู้บริโภคต้องการ ‘ของดีมีคุณภาพ’ และมาใน ‘ราคาจับต้องได้’ ซึ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดต้องแข่งกันพัฒนา

“กาแฟแก้วมากกว่า 100 บาทน่าจะอยู่ยาก เพราะตอนนี้ผู้บริโภคมีทางเลือกมาก สำหรับเราเองการรับมือเรื่องนี้ คือ การเปิดตัว ‘ไทยริกาโน’ กาแฟพิเศษสายพันธุ์อาราบิก้า 100% จากแหล่งปลูกที่ดีที่สุดในแม่ฮ่องสอน วางขายแก้วละ 65 บาท ซึ่งผลตอบรับดี และเรากำลังจะเพิ่มเมนูใหม่สำหรับเพิ่มความหลากหลาย เช่น เมนูผสมนม เพราะคนไม่ได้ดื่มกาแฟดำอย่างเดียว”


อีกเทรนด์หนึ่งที่น่าจับตา คือ กลุ่มคนดื่มกาแฟมีอายุ ‘น้อยลง’ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen z สำหรับอินไซต์ของคนกลุ่มนี้ชอบความแปลกใหม่ เมนูถ่ายรูปสวย โดยพันธุ์ไทยได้ตอบโจทย์ของคนกลุ่มนี้ด้วยเมนูใหม่ เช่น กาแฟส้มมะปี๊ด, ทิงซ่าโดดกำแพง เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ สปาร์คกิ้งโซดา มะนาวสด และกระทิงแดงครึ่งขวด ส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ ‘ดีดศาสตร์’ ที่พันธุไทยร่วมมือกับกระทิงแดง เป็นต้น
รวมถึงเปิดโมเดลร้านใหม่ อย่าง‘ร้านกาแฟพันธุ์ไทย 24 ชั่วโมง’ ที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้ทุกช่วงเวลา สามารถสร้างยอดขายได้ตลอดทั้งวันและขยายฐานลูกค้าใหม่จากกลุ่มที่มักใช้ร้านสำหรับทำงานหรือพักผ่อนในเวลากลางคืน เริ่มต้นนำร่อง 6 สาขา
แน่นอนว่า ความเคลื่อนไหวทั้งหมด พันธุ์ไทยต้องการเพิ่มแรงส่งให้ธุรกิจเติบโต และสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ โดยใช้กลยุทธ์ Brand Extension และ eco-system ที่อยู่ภายใต้เครือ PTG มาสร้างความได้เปรียบ
ส่วนการเข้าสู่ธุรกิจสตรีท ฟู้ดส์ เกิดจากการเห็นโอกาสที่จะสร้างให้เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตรอบใหม่ที่ ‘ใหญ่กว่า’ ธุรกิจร้านกาแฟ ซึ่งน่าสนใจว่า นอกจากจะมีแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทยเป็นหักหอกแล้ว จะมีการขยายต่อไปอย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...