โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศูนย์ ACSC ช่วยเหลือผู้เสียหาย ระงับการโอนเงินทัน พบรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาสถิติคดีลดลงกว่า 175 เคส มูลค่าความเสียหายลดลงเกือบ 130 ล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 08.13 น.

17 พ.ย. 2568 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตั้งแต่วันที่ 9-15 พ.ย.68 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทางThaipoliceonline จำนวน 7,720 เคส มูลค่าความเสียหายหาย 434,671,953 บาท ซึ่งลดลงจากห้วงวันที่ 2-8 พ.ย.68 จำนวน 175 เคส มูลค่าความเสียหายลดลง 129,942,832 บาท

โดยจากข้อมูลการรับแจ้งความ ซึ่งหากเทียบข้อมูลเชิงปริมาณจะพบว่า การหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ยังเป็นคดีอันดับ 1 ที่ผู้เสียหายถูกหลอกลวงมากที่สุด ซึ่งหากเทียบเชิงมูลค่าความเสียหาย จะพบว่าการหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มีมูลค่าความเสียหายสูงเป็นอันดับ 1 และการหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล, หลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ, หลอกให้โอนเงินโดยข่มขู่ให้เกิดความกลัว มีมูลค่าความเสียหายรองลงมาตามลำดับ

ทั้งนี้ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC และสามารถประสานงานร่วมกันกับทุกภาคส่วน ประกอบกับประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที โดยสามารถช่วยเหลือและระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้จำนวน 12 เคส คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 7,185,174 บาท โดยมีเคสที่น่าสนใจ ดังนี้

เคสที่ 1 การช่วยเหลือนักศึกษาชาย มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หลังผู้เสียหายถูกคนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่ามีคดีพัวพันยาเสพติด ให้ดำเนินการตามที่คนร้ายแนะนำ และปลอมเอกสารมหาวิทยาลัยว่าได้รับทุนเรียนต่างประเทศ ต้องโอนเงินเพื่อให้มีรายการเดินบัญชี มิหนำซ้ำยังบังคับ ข่มขู่ให้อยู่ในหอพัก ไม่ให้บอกความจริงกับผู้ปกครอง แต่ให้หาเหตุผลอ้างเรื่องอื่น เพื่อให้ผู้ปกครองโอนเงินมาให้ มูลค่า 800,000 บาท เพื่อโอนต่อให้คนร้าย เป็นที่มาให้เกิดการประสานงานภายในศูนย์ฯ กระทั่งประสานพื้นที่เข้าช่วยเหลือเหยื่อและระงับการโอนเงินได้ทันท่วงที

เคสที่ 2 ศปอส.ภ.1 ได้มีการจับกุมเครือข่ายบัญชีม้า 12 ราย ตรวจยึดเงินสด 927,000 บาท จากนั้นจึงได้มีการขยายผลติดตามช่วยเหลือผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลวงให้ทำภารกิจหารายได้พิเศษ โดยเป็นการชวนเข้ากลุ่มไลน์ ก่อนจะมีการสมัครสมาชิกร้านค้า ต้องโอนเงินเพื่อเปิดการมองเห็น มูลค่าความเสียหาย 194,544 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว ได้ประสานงานช่วยเหลือ แจ้งเตือนให้ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง และรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี

เช่นเดียวกับเคสที่ 3 ซึ่งเป็นขยายผลจากการจับกุมของ ศปอส.ภ.1 ที่จับกุมเครือข่ายบัญชีม้า 12 ราย ตรวจยึดเงินสด 927,000 บาท พร้อมกับประสานความร่วมมือกับ ศปอส.ภ.5 ช่วยเหลือผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงสูงอายุ ในพื้นที่ สภ.วังเหนือ หลังผู้เสียหายถูกคนร้ายชักชวนผ่านเฟซบุ๊ก หลอกลวงว่าเที่ยวฟรี พร้อมครอบครัวแบบหรูหรา (VIP) และยังมีพ็อกเก็ตมันนี่เพิ่มให้ด้วย เมื่อสนใจ คนร้ายใช้วิธีส่งข้อความทางแชทออนไลน์มาหา จากนั้นให้ส่งเบอร์โทรศัพท์หาผู้เสียหายไปให้ และพูดคุยกันผ่านโทรศัพท์ ก่อนให้โอนเงินไปหลายครั้ง รวมมูลค่าทั้งหมด 349,734 บาท โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนเหยื่อให้รู้ตัวว่าถูกหลอกลวง และให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี

เคสที่ 4 ในพื้นที่ สภ.หาดใหญ่ ผู้เสียหายซึ่งต้องการซื้ออาหารเสริมให้มารดา ถูกลวงอ้างว่าจะได้สินค้าทดลอง จึงถูกชักชวนให้เข้าไปในแอปพลิเคชันไลน์ ก่อนหลอกลวงให้ลงทุนเทรดหุ้น ขณะที่ในกลุ่มนั้นมีหน้าม้าคอยหลอกว่าได้เงินคืนจากการลงทุน พร้อมกดดันให้ผู้เสียหายโอนเงินอยู่เรื่อยๆ สูญเงินรวมกว่า 1,499,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.8 และ สภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งจาก warroom ศูนย์ ACSC ให้ติดต่อช่วยเหลือเหยื่อ ประสานงานให้ผู้เสียหายรู้ตัวและหยุดโอนเงิน ก่อนพาแจ้งความที่ สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...