โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

มูลค่าตลาดวูบ 2.7 ล้านล้านดอลล์! “วอลล์สตรีท” ผันผวนหนัก หุ้นเทค-AI ดิ่งฉุดดัชนีร่วงยกแผง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 พ.ย. 2568 เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2568 เวลา 03.20 น.

ตลาดหุ้นสหรัฐเผชิญแรงเทขายหนักสุดรอบหลายเดือน ดัชนี S&P 500 พลิกจากบวก 1.9% เป็นปิดลบ 1.6% ด้าน Nasdaq-100 ร่วง 5% ผวาความยั่งยืนธุรกิจ AI มูลค่าหุ้นสูงเกินจริง-เสี่ยงเฟดไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา 04.51 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐเผชิญแรงเทขายระหว่างวันรุนแรงที่สุดตั้งแต่เดือนเมษายน ส่งผลให้อินเด็กซ์สำคัญดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 เดือน ทำให้เทรดเดอร์ในวอลล์สตรีทต่างงุนงงว่าอะไรคือชนวนเหตุที่แท้จริงของการร่วงครั้งนี้

แม้จะไม่พบตัวกระตุ้น (catalyst) ชัดเจนสำหรับการร่วงลงเกือบ 5% ของดัชนี Nasdaq-100 จากจุดสูงสุดของวัน แต่บรรดานักลงทุนก็เริ่มลำดับสาเหตุที่เป็นไปได้กันมากมาย บางส่วนชี้ไปที่ความกังวลอีกครั้งว่าโครงการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังสร้างรายได้หรือกำไรไม่พอที่จะคุ้มค่ากับเม็ดเงินลงทุนมหาศาล

ขณะที่อีกฝ่ายมองว่ารายงานการจ้างงานประจำเดือนกันยายนซึ่งถูกเลื่อนเผยแพร่และออกมาแข็งแกร่ง คือสัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะหยุดลดดอกเบี้ยในปีนี้ นอกจากนี้การร่วงลงของบิตคอยน์แตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนก็ถูกมองว่าเป็นสัญญาณลดเสี่ยง (risk-off) ที่ซ้ำเติมแรงขายในตลาดหุ้น ขณะที่ความกังวลต่อมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไปและความผันผวนที่เพิ่มขึ้นก่อนวันครบกำหนดออปชันในวันศุกร์ ก็ถูกยกเป็นสาเหตุร่วม

ไม่ว่าปัจจัยใดจะเป็นตัวจุดชนวน การร่วงลงครั้งนี้ได้ลบความหวังช่วงเช้าว่าแรงฟื้นตัวจากการดิ่งลงก่อนหน้าจะยังไปต่อได้ แม้ตอนเช้าตลาดจะได้แรงหนุนจากรายงานผลประกอบการที่ดูเหมือนแข็งแกร่งเกินคาดของ Nvidia และผลประกอบการของ Walmart ที่บ่งชี้ว่าผู้บริโภคยังใช้จ่ายอยู่ แต่ทุกอย่างกลับถูกกลบด้วยแรงขายที่เทลงมาอย่างต่อเนื่อง

ดัชนี S&P 500 ซึ่งเคยบวกขึ้นมากถึง 1.9% ในชั่วโมงแรก กลับพลิกปิดลบ 1.6% มูลค่าตลาดหุ้นหายไปกว่า 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ ดัชนีความผันผวน VIX ปิดเหนือระดับ 26 จุด เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน

Nasdaq-100 ซึ่งเต็มไปด้วยหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ นำตลาดลงด้วยการปิดลบ 2.4% ทำให้ร่วงจากจุดสูงสุดล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ต.ค. แล้วกว่า 7.9% ขณะเดียวกัน หุ้น Tesla, Alphabet, Apple, Microsoft, Broadcom และ Amazon ต่างเผชิญมูลค่าตลาดเหวี่ยงตัวมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว ดัชนีความผันผวนของ Nasdaq-100 พุ่งเกินระดับ 32 จุด สูงสุดตั้งแต่เมษายน โดยเป็นการปรับตัวขึ้นก่อนวันครบอายุของออปชันมูลค่ากว่า 3.1 ล้านล้านดอลลาร์ในวันศุกร์

Nvidia กลายเป็นปัจจัยกดดันตลาดหลัก หลังจากลบกำไรช่วงต้นวัน 2.4% และปิดลบ 3.2% มูลค่าหายไปเกือบ 400,000 ล้านดอลลาร์จากจุดสูงสุดระหว่างวัน นักลงทุนไม่สนใจประมาณการรายได้ที่แข็งแกร่งเกินคาด เนื่องจากความกังวลระลอกใหม่ว่าเม็ดเงินลงทุนในชิป AI อาจมากเกินไปและไม่ยั่งยืน

ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลงแล้วมากกว่า 5% จากจุดสูงสุดเดือนตุลาคม และหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 100 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปิดที่ระดับต่ำที่สุดตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน ขณะที่หุ้นเสี่ยงสูงยิ่งอ่อนตัวหนักกว่า เช่น ดัชนีหุ้นที่ถูกชอร์ตมากที่สุดร่วง 3.5% ดัชนีหุ้นเทคโนโลยีที่ยังไม่มีกำไรร่วง 3.7% และดัชนี Russell Microcap หลุดลงอีก 1.9% รวมร่วงจากจุดสูงสุดไปแล้วกว่า 10%

ความเห็นจากนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญวอลล์สตรีท

Brent Schutte CIO ที่ Northwestern Mutual Wealth Management กล่าวว่า “Nvidia เป็นเพียงหนึ่งในหลายคำถามที่กำลังคุกรุ่น ตั้งแต่ตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่ง นโยบายภาษี เงินเฟ้อ ท่าทีของเฟดต่อการลดดอกเบี้ย ความยั่งยืนของ AI มูลค่าหุ้นที่สูงเกินไป ภาวะ private credit และแรงขายในหุ้นเทคที่ยังไม่ทำกำไร รวมถึงคริปโตฯ … นักลงทุนกำลังเผชิญคำถามที่ยังไร้คำตอบมากมาย”

Frank Monkam นักวิเคราะห์ที่ Buffalo Bayou Commodities กล่าวว่า “เมื่อคริปโตฯเข้าสู่ตลาดหมี วงจรลดเลเวอเรจข้ามสินทรัพย์ยังไม่จบ และเพราะคริปโตฯเป็นตลาดที่พึ่งพารายย่อยสูง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ดันตลาดขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี ความเปราะบางจึงเห็นได้ชัด”

Sameer Samana นักวิเคราะห์ที่ Wells Fargo Investment Institute กล่าวว่า “แม้ผลประกอบการ Nvidia จะดี แต่ยังไม่ช่วยลบความกังวลว่ามูลค่าหุ้นตอนนี้แพงเกินไป และการใช้หนี้เพื่อระดมทุนอาจเสี่ยงเกินไปเมื่อเทียบกับผลตอบแทนผู้ถือหุ้น”

Steve Sosnick นักวิเคราะห์ที่ Interactive Brokers กล่าวว่า “ผมจับตาบิตคอยน์ที่กลับไปแตะระดับ 90,000 ดอลลาร์ เพราะมันกลายเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงของนักลงทุนโดยรวมไปแล้ว”

Chris Murphy นักวิเคราะห์ที่ Susquehanna International Group กล่าวว่า “ตอนนี้นักลงทุนตั้งคำถามว่า อะไรจะมาขับเคลื่อนตลาดปลายปี หลังผ่านการประกาศงบ Nvidia และเมื่อมีแนวโน้มว่าเฟดจะไม่ลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม กลุ่มกองทุน CTA ก็มีความเสี่ยงในเชิงระบบอยู่ไม่น้อย หากตลาดลงอีกก็อาจต้องขายเพิ่ม”

Scott Rubner นักวิเคราะห์ที่ Citadel Securities กล่าวว่า “แรงขายเชิงกลไก (mechanical outflows) จะยังคงหนักในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก่อนจะค่อย ๆ หายไป”

Greg Taylor นักวิเคราะห์ที่ PenderFund Capital Management กล่าวว่า “แรงซื้อช่วงแรกเป็นเพียงการปิดสถานะชอร์ต ตอนนี้ตลาดเริ่มคิดอย่างมีสติอีกครั้ง”

Matt Maley นักวิเคราะห์ที่ Miller Tabak กล่าวว่า “คำถามสำคัญคือ AI จะทำกำไรได้มากเท่าที่ราคาหุ้นสะท้อนอยู่หรือไม่ … เทรดเดอร์บางคนคิดว่าได้เวลาเก็บชิปออกจากโต๊ะแล้ว”

Craig Johnson นักวิเคราะห์ที่ Piper Sandler กล่าวว่า “แม้นักลงทุนจะโล่งใจหลังผลประกอบการ Nvidia แต่ตลาดยังต้องการเวลาให้ breadth หรือความกว้างของตลาดฟื้นตัวอย่างแท้จริง”

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...