โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เลือกตั้ง69 แข่งนโยบายที่อยู่อาศัยตอบโจทย์คนอยากมีบ้านจริง?

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษาคุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวว่า ช่วงต้นปี 2569 ประเทศไทยจะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง69 ท่ามกลางโจทย์เศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซาต่อเนื่องหลายปี ทำให้นโยบายด้าน"ที่อยู่อาศัย"กลายเป็นหนึ่งในประเด็นแข่งขันที่สำคัญของบรรดาพรรคการเมืองขนาดใหญ่

เมื่อพิจารณาเฉพาะนโยบายกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย เลือกเดินคนละเส้นทาง สะท้อนมุมมองต่อ “ปัญหาบ้าน” และ “กำลังซื้อ” ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

แก้ตรงจุด ลดภาระ-เพิ่มโอกาสมีบ้าน

นโยบายของ พรรค ปชช. ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกัน ครอบคลุมตั้งแต่ผู้เช่า ผู้ซื้อบ้านหลังแรก ไปจนถึงตลาดสินเชื่อ โดยสามารถจำแนกได้เป็น 4 แกนหลัก

1.) ลดภาระค่าใช้จ่ายการสนับสนุนค่าเช่าที่อยู่อาศัย 50% แต่ไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน นาน 6 เดือน ครอบคลุมราว 500,000 ครัวเรือน เป็นมาตรการอัดฉีดกำลังซื้อเข้าสู่ระบบทันที พร้อมช่วยพยุงค่าครองชีพในระยะสั้น

2.)เปลี่ยนผู้เช่าเป็นเจ้าของ ตั้งแต่การเปิดทางให้ผู้เช่าการเคหะแห่งชาติราว 65,000 ห้อง สามารถเป็นเจ้าของได้ในเงื่อนไขค่าเช่าเดิม ไปจนถึงความร่วมมือกับภาคเอกชนพัฒนาโครงการเช่าก่อนซื้อ 50,000 ยูนิต ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยใช้ประวัติการเช่าเป็นเครดิตทางการเงิน ถือเป็นการแก้ “กับดักคนไม่มีสลิปเงินเดือน” อย่างเป็นรูปธรรม

3.) สินเชื่อพิเศษเฉพาะกลุ่ม ทั้งดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ไม่เคยมีบ้านมาก่อนในกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ครอบคลุมกว่า 350,000 ยูนิต และสินเชื่อปรับปรุงทรัพย์จากกรมบังคับคดี วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท สะท้อนการดึงทรัพย์ร้างกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

4.) บ้านมั่นคงกระจายสู่ภูมิภาคใช้ที่ดินรัฐและบทบาทท้องถิ่นเป็นแกนหลัก แก้ปัญหาบุกรุกที่ดินควบคู่การพัฒนาที่อยู่อาศัย สะท้อนแนวคิดกระจายอำนาจและลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่

ภาพรวม นโยบายของพรรคประชาชนถูกมองว่ามีกรอบชัด ทั้งกลุ่มเป้าหมาย วงเงิน และกลไก แม้ต้องอาศัยการประสานงานหลายฝ่าย แต่มีความเป็นไปได้เชิงปฏิบัติสูง หากได้บริหารประเทศ

"ลดหนี้-เพิ่มรายได้" ปูทางกำลังซื้อ

ขณะที่พรรค พท. เลือกใช้แนวทาง “อ้อมแต่กว้าง” ภายใต้สโลแกน “สร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน” โดยนโยบายด้านอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ถูกวางเป็นแกนหลักโดยตรง แต่เชื่อมโยงผ่านการลดภาระและฟื้นกำลังซื้อตั้งแต่การลดค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เช่น ค่าไฟ ค่าเดินทาง ระบบขนส่งสาธารณะ ไปจนถึงนโยบายเพิ่มรายได้ภาคเกษตร และชุดมาตรการล้าง-พักหนี้ ครอบคลุมลูกหนี้รายย่อย เกษตรกร และผู้สูงอายุในมิติที่อยู่อาศัยโดยตรง

นโยบาย “บ้านเพื่อคนไทย” และการเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนด ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ แต่หลายโครงการเป็นนโยบายที่เคยประกาศแล้วในรัฐบาลก่อนหน้า และยังต้องจับตาความต่อเนื่องในการดำเนินการ

สองแนวคิด สองผลลัพธ์

หากเปรียบเทียบเชิงโครงสร้าง พรรคประชาชนมุ่ง “กระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยโดยตรง” ผ่านอุปสงค์จริงในระดับราคาที่ตลาดต้องการ ขณะที่พรรคเพื่อไทยเลือก “ฟื้นกำลังซื้อฐานราก” เพื่อให้การตัดสินใจซื้อบ้านเกิดขึ้นตามกลไกตลาดในลำดับถัดไป

ในเชิงผลกระทบ หากนโยบายพรรคประชาชนเดินหน้าได้จริง เพียงโครงการที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท 50,000 ยูนิต ก็อาจเปลี่ยนภาพตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่วน “เพื่อไทย” แม้ไม่กระทบตลาดบ้านโดยตรงในระยะสั้น แต่หากลดภาระหนี้และค่าครองชีพได้จริง ก็อาจสร้างแรงส่งทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

สุดท้าย นโยบายอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่เพียงเรื่องบ้าน แต่คือกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความมั่นคงของครัวเรือน ในสนามเลือกตั้งปี 2569 คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ใครแจกมากกว่า” แต่คือ “ใครทำได้จริง และตอบโจทย์ตลาดได้ตรงจุดกว่า” และนั่นอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องตัดสินใจในคูหา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...