‘สี จิ้นผิง’ อวยพรปีใหม่ ชื่นชมความสำเร็จจีนด้าน'เอไอ-ชิป'
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แสดงสุนทรพจน์วันสิ้นปี 31 ธ.ค. ทางสถานีโทรทัศน์ อวดถึงความสำเร็จของจีนในการทำโมเดลเอไอขนาดใหญ่ และการวิจัยและพัฒนาชิปทันสมัย
“จีนกลายเป็นเศรษฐกิจโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในแง่ของขีดความสามารถด้านนวัตกรรม”
สี กล่าวและย้ำถึงบทบาทของนวัตกรรมในเป้าหมายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูงและการบูรณาการเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม โดยยกตัวอย่างความก้าวหน้าของหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์และโดรน
นอกจากนี้ สียังยกย่องความก้าวหน้าของจีนในด้านอวกาศและการป้องกันประเทศ เห็นได้จาก “ฝูเจี้ยน”เรือบรรทุกเครื่องบินลำล่าสุดของประเทศซึ่งติดตั้งระบบปล่อยเครื่องบินด้วยแรงเหวี่ยงแม่เหล็กไฟฟ้าแบบใหม่
จีนได้“เอาชนะความยากลำบากและความท้าทายมากมาย” เพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของจีน (จีดีพี)จะแตะระดับ 140 ล้านล้านหยวน (20 ล้านล้านดอลลาร์) ในปี 2025 ตามแผน
“ขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การป้องกันประเทศ และความแข็งแกร่งแห่งชาติโดยรวม เติบโตสู่จุดสูงสุดใหม่”
สุนทรพจน์ของสีในวันสิ้นปี 2025 ถือว่าร้อนแรงที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังรัฐบาลของเขาเอาชนะความท้าทายหลายประการ ตอกย้ำสถานะจีนในฐานะอภิมหาอำนาจโลก
จีนเปิดปี 2025 ด้วยนวัตกรรมใหม่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก เมื่อสตาร์ตอัพเอไออย่างดีปซีค เปิดตัวโมเดลเอไอต้นทุนต่ำท้าทายการควบคุมชิปของสหรัฐ เล่นเอาซิลิคอนวัลเลย์ตะลึงงัน สั่นสะเทือนวอลล์สตรีท
ผู้ผลิตชิปจีนเร่งเปิดขายหุ้นต่อสาธารณะเพื่อระดมทุน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของชาติในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี และเอาชนะในศึกเอไอโลกให้ได้
จีนยังเผชิญหน้ากับสงครามการค้าครั้งใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐโดยใช้ความได้เปรียบในด้านแร่หายากเป็นแรงผลักดันให้สหรัฐยอมผ่อนปรนในเรื่องภาษีและมาตรการควบคุมการส่งออก สินค้าจากจีนถูกส่งไปยังตลาดใหม่ๆ นอกสหรัฐส่งผลให้ดุลการค้าของจีนทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก สร้างสถิติใหม่ในประวัติศาสตร์การค้าโลก
ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างสองเขตเศรษฐกิจใหญ่สุดของโลกเริ่มมีเสถียรภาพหลังจากสีกับทรัมป์ตกลงสงบศึกหนึ่งปีที่เกาหลีใต้เมื่อเดือนตุลาคม โดยทรัมป์มีกำหนดเยือนจีนในเดือนเมษายน
อีกหนึ่งสัญญาณบ่งชี้ถึงความมั่นใจของสีในการจัดการความสัมพันธ์กับวอชิงตันคือ เมื่อวันพุธผู้นำจีนไม่ได้เน้นย้ำถึง “ความไม่แน่นอนภายนอก” ว่าเป็นความท้าทายในปีใหม่เหมือนอย่างที่เคยทำกับปี 2025 แต่สีกล่าวว่าปี 2026 เป็นจุดเริ่มต้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของรัฐบาล และเรียกร้องให้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาที่มีคุณภาพสูง
“เราต้องยึดมั่นในเป้าหมายของเรา รักษาความมั่นใจอย่างแน่วแน่ และต่อยอดความสำเร็จนี้ต่อไป” สีกล่าว
เดินหน้าปราบทุจริต
สียังย้ำถึงความจำเป็นในการผลักดันการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตต่อไปเรียกร้องให้พรรคคอมมิวนิสต์บังคับใช้ระเบียบวินัยอย่างเข้มงวดและส่งเสริมการปฏิรูปตนเองเพื่อ“ขจัดความเสื่อมโทรมและสร้างสิ่งใหม่” ในการขยายวงกวาดล้างทุจริตของสีในปีนี้ได้ปลดนายพลหลายนายและสอบสวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงในข้อหาทุจริตมากเป็นประวัติการณ์
อย่างไรก็ตาม แม้จะแสดงออกถึงชัยชนะ แต่สียังคงเผชิญกับความท้าทายมากมายภายในประเทศ รวมถึงจุดอ่อนเชิงโครงสร้างหลายประการในเศรษฐกิจจีนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก
ก่อนหน้านั้นในวันพุธ สีประกาศจีนคาดหวังเศรษฐกิจปีนี้โตตามเป้า “ราว 5%”ซึ่งเป็นพื้นฐานเชิงบวกชี้ให้เห็นการฟื้นตัวในภาคการผลิตของประเทศ
ข้อมูลทางการเผยแพร่เมื่อวันพุธแสดงให้เห็นว่า กิจกรรมภาคโรงงานขยายตัวครั้งแรกในรอบเก้าเดือนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 50.1 ในเดือนธันวาคม จาก 49.2 ในเดือนพฤศจิกายน แต่เศรษฐกิจยังคงเปราะบางเมื่อใกล้สิ้นปี
การลงทุนลดลงอีกในเดือนพฤศจิกายน การใช้จ่ายของผู้บริโภคเติบโตช้าลงอย่างมาก และภาคอสังหาริมทรัพย์ก็แย่ลง สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแออย่างต่อเนื่องของอุปสงค์ภายในประเทศ
ก่อนหน้านี้สีเคยส่งสัญญาณว่ารับได้กับการที่เศรษฐกิจในหลายพื้นที่ชะลอตัวลง และเมื่อเร็วๆ นี้ก็บอกว่า จีนควรจัดการโครงการ“ประมาทเลินเล่อ” เน้นย้ำว่าเขาให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ส่วนเรื่องไต้หวันก็เป็นเหมือนกับปีก่อนๆ ที่สีใช้สุนทรพจน์สิ้นปีตอกย้ำจุดยืนของพรรคคอมมิวนิสต์
“เพื่อนร่วมชาติทั้งสองฝั่งช่องแคบไต้หวันเชื่อมโยงกันด้วยสายเลือดที่เข้มข้นกว่าน้ำ แนวโน้มทางประวัติศาสตร์ไปสู่การรวมชาติเป็นสิ่งที่ไม่อาจหยุดยั้งได้” สีกล่าว โดยอ้างถึงคำมั่นสัญญาของปักกิ่งที่มีมาอย่างยาวนาน ว่าจะนำไต้หวันมาอยู่ภายใต้การควบคุมโดยใช้กำลังหากจำเป็น
สารจากสีถึงไต้หวันมีขึ้นหลังจากกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนเสร็จสิ้นการซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษรอบไต้หวันเป็นเวลาสองวัน เรือรบและเครื่องบินของจีนจำลองการปิดล้อมศูนย์กลางการผลิตชิปของโลก ด้วยการยิงกระสุนจริงรอบเกาะหลัก ขณะที่จรวดหลายสิบลูกตกในน่านน้ำใกล้กับปลายเกาะด้านเหนือและตะวันออกเมื่อวันอังคาร (30 ธ.ค.)