ไทยปล่อย18เชลยเขมร กต.แถลงหวังสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ กาชาดสากล ชี้ก้าวสำคัญสู่สันติภาพ
ไทยปล่อย 18 เชลยเขมร กต.แถลงหวังสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ‘กาชาดสากล’ ชี้ก้าวสำคัญสู่สันติภาพ
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา ฝ่ายไทยได้ดำเนินการส่งตัวทหารกัมพูชา จำนวน 18 นาย ซึ่งอยู่ในการควบคุมของฝ่ายไทยกลับสู่ฝ่ายกัมพูชา ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด หมู่ 4 ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยมีผู้แทนจาก International Committee of the Red Cross (ICRC), ASEAN Observer Team (AOT) และผู้แทนจากกองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) ร่วมสังเกตการณ์ ฝ่ายกัมพูชา มีผู้แทนรับตัว ได้แก่ ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 และผู้ว่าราชการ จ.ไพลิน โดยการดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ที่ลงนามในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 256 และเจตนารมณ์ของถ้อยแถลงร่วม (Joint Declaration) ระหว่างไทยและกัมพูชา รวมทั้งข้อตกลงที่มีเงื่อนไขชัดเจน ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรม โดยยึดมั่นในมาตรฐานสากลและความรับผิดชอบของทุกฝ่าย
ทั้งนี้ ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยืนยันว่า การดำเนินการนี้ไม่กระทบต่ออธิปไตย ความมั่นคง หรือศักดิ์ศรีของประเทศ โดยกองทัพไทยยังคงตรึงกำลังและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคุ้มครองประชาชนและรักษาความปลอดภัยของพื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้ดำเนินการบันทึก ตรวจสอบ และติดตามข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง ตามกลไกและแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ เพื่อยืนยันความถูกต้อง โปร่งใส และความรับผิดชอบของทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง การดำเนินการดังกล่าว สะท้อนจุดยืนของประเทศไทยที่ยึดหลักสันติวิธี ควบคู่กับการปกป้องประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ในฐานะประเทศที่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ มีความรับผิดชอบ และมุ่งส่งเสริมสันติภาพอย่างยั่งยืน
วันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ออกแถลงการณ์เรื่องการส่งทหารกัมพูชา 18 คน กลับกัมพูชา ความว่า 1.วันที่ 31 ธันวาคม เวลา 10.00 น. ฝ่ายไทยได้ส่งทหารชาวกัมพูชา 18 คน ที่ถูกทางการไทยควบคุมตัวกลับสู่มาตุภูมิ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามข้อ 11 ของถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ได้ลงนามในการประชุมจีบีซี สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งระบุว่า ไทยจะส่งทหารกัมพูชา 18 คนกลับกัมพูชา ภายหลังจากการหยุดยิงเป็นเวลาต่อเนื่อง 72 ชั่วโมง และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของถ้อยแถลงร่วม (Joint Declaration) ระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์
2.นับตั้งแต่ทหารกัมพูชาทั้ง 18 คน ถูกควบคุมโดยทางการไทย ทหารเหล่านี้ได้รับการดูแลตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ.1949 และหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติด้านมนุษยธรรมของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) โดยทางการไทยได้อนุญาตให้ ICRC เข้าเยี่ยมเป็นระยะๆ และประสานการนำส่งจดหมายของทหารกัมพูชาเพื่อติดต่อกับครอบครัว
3.การส่งกลับทหารกัมพูชาดังกล่าวสอดคล้องกับอนุสัญญาเจนีวาฯ ฉบับที่ 3 เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเชลยศึก โดยทางการไทยได้ตรวจสุขภาพก่อนส่งกลับ และแจ้งให้ทราบถึงสิทธิต่างๆ ตามอนุสัญญาเจนีวาฯ เพื่อประกันว่า การเดินทางกลับมาตุภูมิเป็นไปบนพื้นฐานของความสมัครใจ ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี และ ICRC ได้แจ้งให้ครอบครัวของทหารกัมพูชาทราบถึงการส่งกลับในวันนี้ด้วย นอกจากนี้ ICRC และคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ได้ร่วมสังเกตการณ์การส่งกลับ
และ 4.การส่งทหารทั้ง 18 คนกลับกัมพูชา สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของไทยที่จะเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับกัมพูชา และเป็นการแสดงถึงการยึดมั่นในอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ.1949 และหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศของไทย โดยไทยหวังว่า กัมพูชาจะตอบสนองเจตนารมณ์ดังกล่าว ด้วยการกระทำที่เป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศต่อไป
ด้าน นางมีรยานา สปอลยาริช ประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) ออกแถลงการณ์ เรื่อง กัมพูชา-ไทย: คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศสนับสนุนการปล่อยตัวและส่งกลับเชลยศึก 18 ราย ซึ่งมีรายละเอียดว่า วันนี้ คณะไอซีอาร์ซีได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคนกลางด้านมนุษยธรรมที่เป็นกลางเพื่อสนับสนุนการปล่อยตัวและส่งกลับเชลยศึก จำนวน 18 ราย ซึ่งถูกกักคุมจากสถานการณ์การขัดกันทางอาวุธระหว่างประเทศกัมพูชาและไทย โดยปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามแถลงการณ์ร่วมที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 ซึ่งเปิดทางให้เชลยศึกสามารถเดินทางจากประเทศไทยกลับสู่ประเทศกัมพูชาได้
“การปล่อยตัวและส่งกลับเชลยศึกในวันนี้ไม่เพียงช่วยให้ครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนพันธสัญญาที่ระบุไว้ในแถลงการณ์ร่วมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม การปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการส่งตัวเชลยศึกกลับประเทศเมื่อการสู้รบสิ้นสุดลง มีความสำคัญยิ่งต่อการช่วยสร้างความเชื่อมั่นระหว่างคู่ขัดแย้งและปูทางสู่สันติภาพที่ยั่งยืน หวังว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของปีใหม่ที่เปี่ยมด้วยสันติภาพและความมั่นคง ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนของทั้งสองประเทศต่างต้องการและสมควรจะได้รับ” นางมีรยานา ระบุ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยปล่อย18เชลยเขมร กต.แถลงหวังสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ กาชาดสากล ชี้ก้าวสำคัญสู่สันติภาพ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th