โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ดาวโจนส์ปิดบวก 71.67 จุด หลังรายได้ Nvidia ชี้ความต้องการ AI แกร่ง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 28 ส.ค. 2568 เวลา 17.37 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 00.53 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (28 ส.ค.) โดยดาวโจนส์ และ S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากผลประกอบการของบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) บ่งชี้ว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงแข็งแกร่ง

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 45,636.90 จุด เพิ่มขึ้น 71.67 จุด หรือ +0.16%,
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,501.86 จุด เพิ่มขึ้น 20.46 จด หรือ +0.32% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,705.16 จุด เพิ่มขึ้น 115.02 จุด หรือ +0.53%

อินวิเดียซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่ารายได้ในไตรมาส 3 ของปีงบการเงิน 2569 จะอยู่ที่ 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อยที่ระดับ 5.31 หมื่นล้านดอลลาร์

แต่บริษัทไม่ได้รวมรายได้จากการขายชิปในจีนเอาไว้ในตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าว เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นอินวิเดียปิดตลาดขยับลง 0.8%

ดาวโจนส์ปิดบวก 71.67 จุด หลังรายได้ Nvidia ชี้ความต้องการ AI แกร่ง

ทั้งนี้ นักลงทุนมองว่าการที่อินวิเดียมีรายได้เพิ่มขึ้น 56% ในไตรมาส 2 นั้น ถือเป็นสิ่งยืนยันว่าความต้องการเทคโนโลยี AI ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ในตลาดวอลล์สตรีทให้พุ่งสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ นับเป็นไตรมาสที่ 9 ติดต่อกันที่รายได้ของอินวิเดียปรับตัวขึ้นกว่า 50%

โคเลตต์ เครสส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของอินวิเดียกล่าวในระหว่างการแถลงผลประกอบการว่า บริษัทคาดการณ์ว่าจะมีการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ประมาณ 3 – 4 ล้านล้านดอลลาร์ภายในสิ้นทศวรรษนี้

เจนเซน หวง ซีอีโอของอินวิเดียได้แสดงความเชื่อมั่นว่า กระแสการลงทุนในชิป AI ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด โดยคาดว่าตลาดนี้ยังมีโอกาสเติบโตเป็นมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ภายใน 5 ปีข้างหน้า

ตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลที่ช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 5,000 ราย สู่ระดับ 229,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 231,000 ราย

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2568 โดยระบุว่า GDP ขยายตัว 3.3% สูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 3.0% และดีกว่ามากเมื่อเทียบกับการหดตัว 0.5% ในไตรมาส 1/2568 ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนี PCE จะเพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 2.6% เช่นกันในเดือนมิ.ย. และคาดว่าดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะขึ้น 2.9% ในเดือนก.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนมิ.ย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...