โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จะเปลี่ยนรัฐบาลกี่ครั้ง ก็ยังอยู่ภายใต้อำนาจซ้อน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 29 ก.ย 2568 เวลา 03.14 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2568 เวลา 03.14 น.

หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ

จะเปลี่ยนรัฐบาลกี่ครั้ง

ก็ยังอยู่ภายใต้อำนาจซ้อน

อนาคตการเมืองไทยถ้ายังไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ก็จะยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่บริหารปกครองโดยประชาชนเพื่อประชาชน

แต่จะกลายเป็นการปกครอง โดยผู้มีอำนาจบางกลุ่ม และทำเพื่อผู้มีอำนาจและบริวารกลุ่มนั้น มีการอ้างหลักกฎหมาย ความเสมอภาค ยุติธรรม แต่เลือกปฏิบัติทุกเรื่อง

โครงสร้างอำนาจและสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนหลังเลือกตั้ง 2566 และการฮั้ว ส.ว. จนถึงการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี 3 คนผ่านตุลาการภิวัฒน์ บ่งชี้ถึงอำนาจซ้อนที่เข้มแข็ง

ซึ่งวางอยู่บนฐานของ… กำลังและกฎหมาย… ที่ดีไซน์เอาไว้อย่างดี

ต่างกับยุคก่อนที่เป็นเผด็จการและใช้อำนาจแบบเปิดเผย

ยุคเผด็จการรัฐประหาร

เปิดหน้าไม่อายใคร

ยุคของ 4 จอมพล หลังรัฐประหารชิงอำนาจได้ ก็จะทำการเพื่อผู้มีอำนาจอย่างเปิดเผย ไม่ต้องแอบซ่อนอำนาจไว้แสวงหาผลประโยชน์ ดังเช่น

หลังการรัฐประหาร 2490 อำนาจรัฐอยู่ที่จอมพล ป.พิบูลสงคราม และพรรคพวก ไม่มีอำนาจรัฐซ้อนใดมาควบคุมได้

หลังการรัฐประหาร 2500 ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว ครองอำนาจจนมาเสียชีวิต ในปลายปี 2506

จอมพลถนอม กิตติขจร และจอมพลประภาส จารุเสถียร แท็กทีมเข้ามาสืบทอดอำนาจต่อ ก็ยังเป็นเจ้าของอำนาจตัวจริงไม่มีอำนาจซ้อนอะไรที่จะมาบดบังได้ พวกเขาปกครองมาจนถึงปี 2516 เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 แล้วก็หมดอำนาจไป ฟ้าเปิดสู่ระบอบประชาธิปไตย

เพียงแค่ 3 ปีก็เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

การรัฐประหารครั้งนั้นมีการแทรกแซงจากหลายกลุ่ม ทำให้เกิดรัฐบาลชั่วคราวที่ไม่มีอำนาจจริงอยู่ได้ประมาณ 1 ปีก็ถูก พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ รัฐประหารในเดือนตุลาคม 2520 หลังจากนั้น พล.อ.เกรียงศักดิ์ก็คิดจะสืบทอดอำนาจปกครอง โดยร่างรัฐธรรมนูญให้มีโครงสร้างแบบเผด็จการแต่เรียกชื่อว่าประชาธิปไตย บางคนเลยเรียกว่าประชาธิปไตยครึ่งใบ ซึ่งที่จริงแล้วคงเป็นประชาธิปไตยเพียงแค่ 20% เท่านั้น

หลักการก็คือ ให้มีรัฐธรรมนูญ (2521) มีเลือกตั้ง แต่ใช้ ส.ว.จากการแต่งตั้ง มาช่วยค้ำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

กำเนิดอำนาจซ้อน

เงาของอำนาจซ้อนได้เริ่มขึ้นในช่วงปี 2523 มีการชิงอำนาจกลางสภา เมื่อทั้ง ส.ว.และ ส.ส.รุมกันโค่นล้มนายกฯ เกรียงศักดิ์ทำให้ต้องลาออก และเปลี่ยนนายกฯ เป็น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ขึ้นครองอำนาจต่อมาอีก 8 ปี และตอนนี้เองอำนาจซ้อนก็ได้ขยายตัวขึ้นระหว่างปี 2523-2531

แม้พรรคการเมืองใดจะเลือกตั้งได้ที่ 1 ก็ต้องเสนอ พล.อ.เปรมเป็นนายกฯ หลังจาก พล.อ.เปรมวางมือไปแล้วมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอีกหลายชุดในรอบ 15 ปี (2535-2549) ประชาธิปไตยดูเหมือนจะเดินไปได้ดี

แต่เมื่อถึงยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อำนาจเก่าที่เคยมีส่วนในการปกครองมาตลอดกลัวว่าจะถูกเบียดขับให้หายไปจากประวัติศาสตร์จึงเกิดการโค่นล้มรัฐบาลทักษิณและมีการสถาปนาโครงสร้างอำนาจซ้อนอย่างเป็นระบบนับตั้งแต่ 2549-ปัจจุบัน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อำนาจซ้อนได้รับชัยชนะคือยึดหลัก 2 ประการ หนึ่งคุมปืน สองคุมกฎหมาย

การใช้กำลังรัฐประหารไม่ใช่ทำได้บ่อยๆ จำเป็นจึงจะใช้ได้ เพราะในระดับสากลต่างชาติเขาดูถูกเอาว่าเป็นพวกด้อยพัฒนาล้าหลัง

ระยะหลังนี้จึงมีการใช้กฎหมายผ่านองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญทั้งเรื่องใหญ่เรื่องเล็ก สามารถเลือกได้ว่าจะใช้กับใครหรือไม่ใช้กับใคร ซึ่งกรรมการองค์กรอิสระและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มาจากการโหวตเสียงยอมรับของ ส.ว.จึงจะมีสิทธิเข้ามารับตำแหน่งได้

การมี ส.ว.ส่วนใหญ่เป็นพวกตนเองจึงมีความสำคัญ

การปรับโครงสร้าง

อำนาจซ้อน 2550-2560

หลังรัฐประหาร 2549 อำนาจซ้อนใช้ทั้งกำลังและกฎหมาย โค่น 5 รัฐบาล คือ สมัคร สุนทรเวช, สมชาย วงศ์สวัสดิ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, เศรษฐา ทวีสิน, แพทองธาร ชินวัตร และตั้ง 3 รัฐบาล คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

และล่าสุดคือ รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีกระแสข่าวชัดเจนว่าการตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีอำนาจซ้อนได้สนับสนุนจึงเกิดขึ้นได้

รัฐธรรมนูญ 2560 ดีไซน์มาเพื่อให้อำนาจซ้อนคุมอำนาจรัฐ และเมื่อเวลาผ่าน 5 ปีที่ ส.ว.แต่งตั้ง 250 คนไม่อยู่แล้ว ก็จำเป็นต้องใช้ ส.ว.เลือกกันเอง (แบบฮั้ว) เข้ามาคุมวุฒิสภา สนับสนุนแนวทางอนุรักษนิยมสุดขั้วต่อไป

ดังนั้น โอกาสในการแก้รัฐธรรมนูญน่าจะยากแล้ว ถ้า ส.ว.ชุดนี้ยังอยู่ การแสดงการแก้รัฐธรรมนูญจะออกมาในรูปแบบละครหรือลิเกก็ตาม ในความเป็นจริงจะทำไม่ได้ แต่น่าจะมีการแสดงสัก 2-3 ฉาก ให้คนดู

สถานการณ์การเมือง

มกราคม-เมษายน 2569

1.การยุบสภาตามสัญญาเมื่อครบ 4 เดือนของรัฐบาลนายกฯ อนุทินชาญจะเกิดขึ้นจริงเพื่อสร้างความเชื่อถือหาคะแนนนิยมในการเลือกตั้งใหม่ เพราะการเลือกตั้งจะมีขึ้นไม่เกิน 60 วันหลังจากยุบสภา

2. กระแสชาตินิยมจะกลายเป็นประเด็นหาเสียง และจะทำให้ความขัดแย้งตามชายแดนไทย-กัมพูชายังคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าใครจะไปแอบทำข้อตกลงกันไว้ว่าเปลี่ยนรัฐบาลแล้วจะปรับปรุงให้ดีขึ้นแบบไหนก็ตามก็จะยังไม่สามารถทำได้ เพราะจะถูกกระแสโจมตีว่าเป็นพวกขายชาติ ซึ่งจะมีผลต่อการค้าชายแดนและบ่อนพนันที่ตั้งอยู่ตลอดทั้งแนวชายแดน ทางฝ่ายกัมพูชาที่รอรัฐบาลใหม่ ต้องรอเก้อ กลายเป็นต้องรอการเลือกตั้งใหม่ 2569 ให้เสร็จก่อน

3. การทำประชามติในวันเลือกตั้งเพื่อถามความเห็นเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญก็น่าจะเกิดขึ้นจริงได้ เพื่อสร้างความหวัง แต่ใครจะทำลูกเล่นอย่างไรในการสำรวจประชามติก็ไม่สำคัญเท่าไร เพราะโอกาสที่จะเสนอแก้รัฐธรรมนูญโดยให้มีเสียง ส.ว.สนับสนุน 1 ใน 3 ยังเป็นเรื่องยาก

ส.ว.ชุดนี้ก็ยังสามารถใช้จุดยืนเดิมที่ไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญปัดตกจนได้ เรื่องนี้จะกลายเป็นละคร ที่จะไปเกี่ยวพันกับการหาเสียงเลือกตั้งและการตั้งรัฐบาลใหม่

ประเมินการเลือกตั้ง 2569

คงไม่มีพรรคไหนมีโอกาสที่จะได้จำนวน ส.ส. ถึง 200 ทำให้แต่ละพรรคใหญ่จะประกาศจับมือเป็นพันธมิตรตั้งรัฐบาลก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย หวังการส่งคนเป็นนายกฯ ด้วยกันทั้งสิ้น

ดุลกำลังแบบสามก๊กทำให้ฝ่ายใดก็ตามที่รวมกัน 2 พรรคได้จะกลายเป็นรัฐบาล แต่ภูมิใจไทยจะชิงดึงพรรคอื่นมาร่วมได้กลายเป็นมีเสียงมากสุด และเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล พรรคประชาชนถ้าไม่ได้ ส.ส.ถึง 250 คน เป็นฝ่ายค้านเหมือนเดิม

สำหรับกองเชียร์ทุกพรรคต้องเข้าใจว่านี่คือการเล่นการเมืองผ่านระบบเลือกตั้ง ซึ่งไม่มีใครได้เสียงข้างมาก แกนนำทุกพรรคตัดสินใจอะไรไปก็ตาม พวกเขาถกเถียงกันมาอย่างรอบด้านแล้ว ชั่งน้ำหนักผลดีผลเสีย ทั้งอำนาจผลประโยชน์ แต้มต่อทางการเมือง อุดมการณ์ไม่ได้เก็บใส่ลิ้นชัก แต่บันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือ จำเป็นก็ค่อยเอาออกมาใช้

สรุปว่า เมื่อเพื่อไทย กับพรรคประชาชนแตกหักกัน ชิ้นปลามันจะตกใส่ภูมิใจไทย ดังนั้น ภูมิใจไทยจะทุ่มทุกอย่างให้ได้จำนวน ส.ส.ที่ 1 หรือที่ 2 งานนี้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ก็มีค่า ส่วนรัฐบาลยังอยู่ใต้อำนาจซ้อนต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จะเปลี่ยนรัฐบาลกี่ครั้ง ก็ยังอยู่ภายใต้อำนาจซ้อน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...