โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่อง ‘วัฒนธรรมการนอกใจ’ ในญี่ปุ่น เมื่อหักหลังของเราอาจไม่เท่ากัน

The Momentum

อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2568 เวลา 02.32 น. • THE MOMENTUM

ปี 2023 ทัตซึน นักพากย์ชื่อดังและสามีของลิซา (LiSa) นักร้องดิว่าเสียงดี ถูกจับได้ว่านอกใจไปมีสัมพันธ์กับแฟนคลับ

ปี 2024 ยูอิจิโระ ทามากิ (Yuichiro Tamaki) นักการเมืองหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน แถลงการยอมรับว่านอกใจภรรยา

และล่าสุด ปี 2025 หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ชูกังบุนชุน แฉความสัมพันธ์รักนับไม่ถ้วนในวงการบันเทิง ระหว่าง นากาโนะ เมย์ (Nagani Mei) , เคนทาโร่ ซาคากุจิ (Kentaro Sakaguchi) และแฟนสาวอาชีพสไตลิสต์ของเขา ซึ่งเชื่อมโยงกลับไปยังข่าวฉาวเมื่อกลางปี ที่นากาโนะเผชิญข้อกล่าวหาคบชู้กับ ทานากะ เคย์ (Tanaka Kei) นักแสดงรุ่นพี่ซึ่งแต่งงานแล้ว

หลายปีมานี้ บ่อยครั้งทีเดียวที่ข่าวใหญ่สะเทือนวงการและเรียกเสียงฮือฮาทั้งจากชาวญี่ปุ่นและผู้ให้ความสนใจในต่างแดนล้นหลาม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการนอกใจ จนแทบจะกล่าวได้ว่า ที่ญี่ปุ่นมีข่าวคนดังคบชู้ให้เสพรายเดือน

เสียงผู้มีประสบการณ์ฝั่งหนึ่งลงความเห็นว่า สังคมญี่ปุ่น Normalize พฤติกรรมที่คนไทยเรียกว่า นอกใจจนกลายเป็นเรื่องปกติ ถึงขั้นที่ว่า การใช้บริการทางเพศหรือกระทั่งมีสัมพันธ์วันไนต์สแตนด์ ไม่นับเป็นการนอกใจอย่างจริงจังด้วยซ้ำ

แต่ข้อมูลอีกจากฝั่งก็บอกชัดเช่นกันว่า เมื่อไรที่มีข่าวคนดังคบซ้อน หรือมีคนรู้จักในวงสังคมหนึ่งๆ เล่นชู้อย่างโจ่งแจ้ง คนเหล่านี้ก็จะถูกลงโทษทางสังคมญี่ปุ่นอย่างรุนแรงพอสมควร ดังนั้นหากกล่าวว่า สังคมญี่ปุ่นยอมรับพฤติกรรมนี้ก็คงยังไม่ใช่เสียทีเดียว

ในความเป็นจริง วัฒนธรรมการนอกใจในญี่ปุ่นเป็นอย่างไรกันแน่ แตกต่างจากรูปแบบพฤติกรรมในประเทศอื่นๆ อย่างไร คอลัมน์ Gender ประจำสัปดาห์นี้จะมาเล่าให้ฟัง

สถิติการนอกใจ

เป็นอันรู้กันว่า แชมป์โลกที่ครองสถิติประชากรนอกใจคนรักมากเป็นอันดับ 1 มาหลายปี คือประเทศไทยเราเอง ด้วยอัตราการคบชู้จากผลสำรวจของ World Population Review อยู่ที่ 51% โดยฝ่ายที่นอกใจมักเป็นผู้ชาย ขณะที่ญี่ปุ่นไม่ติดอันดับ 20 อันดับแรก แต่ถ้านับเฉพาะสัดส่วนการคบชู้ของผู้ชาย ญี่ปุ่นจะเริ่มมาแรงและเข้าเป็นอันดับที่ 13 ด้วยอัตราการนอกใจ 31% แน่นอนว่าไทยก็ยังคงครองอันดับ 1 ในหมวดหมู่การนอกใจของผู้ชายด้วยอยู่ดี

อย่างไรก็ดี ลำพังข้อมูลส่วนนี้ยังไม่พอจะสรุปได้ว่า ญี่ปุ่นหรือไทยมีวัฒนธรรมที่ยอมรับหรืออ่อนโอนให้กับพฤติกรรมนอกใจมากน้อยแค่ไหน ต้องสลับไปดูอีกผลสำรวจจาก Pew Research Center ที่สำรวจความคิดเห็นของประชากรว่า แต่ละประเทศมีประชากรที่มองการนอกใจเป็นเรื่องผิดศีลธรรมกี่เปอร์เซ็นต์ มองว่าการนอกใจไม่ผิดศีลธรรมกี่เปอร์เซ็นต์ และสามารถยอมรับพฤติกรรมนอกใจได้กี่เปอร์เซ็นต์

ที่มา: Pew Research Centre

คราวนี้เป็นไทยบ้างที่ไม่ติด 20 อันดับ ฝรั่งเศสครองอันดับ 1 ในขณะที่ญี่ปุ่นตีตื้นขึ้นมาเป็นอันดับ 7 ประเทศที่ประชากรมีมุมมองต่อต้านการนอกใจน้อยที่สุด สรุปได้ว่า มีคนญี่ปุ่นประมาณ 58% หรือเกินครึ่งมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นมองว่า การนอกใจเป็นเรื่องผิดศีลธรรม

ส่วนที่เหลืออีก 42% เป็นส่วนผสมของประชากรที่มองว่า ไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม (สีเหลือง) มุมมองไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ (สีครีม) มองว่าเป็นเรื่องยอมรับได้ (สีแดง)

หากต้องการผลสำรวจเจาะเฉพาะกลุ่มลงไปอีกนิดRize Clinic คลินิกให้บริการเสริมความงาม ก็เคยสำรวจประสบการณ์ของคนญี่ปุ่นจำนวน 513 คน โดยให้ตอบคำถามว่า เคยนอกใจคนรักหรือไม่ ปรากฏว่ากลุ่มประชากรที่ตอบว่า ‘เคยนอกใจ’ มีดังนี้

- ผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน 21.7%

- ผู้ชายที่ยังไม่แต่งงาน 12.9%

- ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว 18.1%

- ผู้ชายที่แต่งงานแล้ว 38.5%

ที่มา: PR Times

จากข้อมูลข้างต้น ในความสัมพันธ์แบบแฟน ผู้หญิงมีแนวโน้มจะนอกใจมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย ในขณะที่หลังจากแต่งงานกันไป ผู้ชายมีแนวโน้มจะนอกใจมากกว่าผู้หญิงเกือบเท่าตัว แต่การนอกใจของผู้หญิงมีโอกาสจะนำไปสู่การหย่าร้างมากกว่า เนื่องจากผู้ชายมีแนวโน้มที่จะคบหากับผู้อื่น เพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศเป็นหลัก ในขณะที่ผู้หญิงมักลงทุนทางอารมณ์กับการคบหาผู้อื่นด้วย ทำให้พวกเธอมองเห็นจุดจบความสัมพันธ์ชัดกว่า จึงพิจารณาตัวเลือกที่จะหย่าร้างอย่างเด็ดขาดกว่าผู้ชาย

ด้วยเหตุนี้ชาวญี่ปุ่นส่วนหนึ่งจึงมองว่า เป็นเรื่องร้ายแรงกว่าหากผู้หญิงเป็นฝ่ายนอกใจ เพราะการนอกกายยังไม่ใช่การหักหลังที่ร้ายแรงเท่ากับการเอาใจและอารมณ์ไปลงเล่น จึงเป็นเรื่องง่ายกว่าที่จะให้อภัยเมื่อจับได้ว่าคนรักซื้อบริการทางเพศ ซึ่งเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจมากกว่าความเสน่หา

ประวัติศาสตร์การนอกใจ

คำศัพท์ในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า นอกใจ มีหลายระดับ

คำแรกคือ อุวาคิ (浮気) ความหมายตรงตัวของ 浮 หมายถึงล่องลอย ส่วน 気 หมายถึงจิตใจ รวมกันจึงแปลแบบตรงตัวได้ว่า จิตใจที่ล่องลอย ว่อกแว่กไปหาคนอื่นชั่วขณะ เวลาคนใช้คำว่าอุวาคิ เราจึงให้ความรู้สึกว่า การนอกใจครั้งนี้เป็นเพียงการเผลอไผลชั่วครั้งชั่วคราว ใช้ได้ในกรณีที่นอกใจไปมีสัมพันธ์กับคนทั่วไป รวมถึงคนแปลกหน้า

ขณะที่ ฟุริน (不倫) อีกหนึ่งคำที่แปลว่านอกใจเหมือนกันใช้ตัวคันจิที่หมายถึงการละเมิดศีลธรรม ซึ่งสื่อความหมายรุนแรงกว่า จึงนำมาใช้พูดถึงการคบชู้ที่เป็นไปอย่างจริงจังและยาวนาน โดยความสัมพันธ์ลับๆ นี้มักเกิดขึ้นกับบุคคลที่รู้จักกันในชีวิตจริงด้วย ทำให้นัยของการหักหลังรุนแรงกว่ามาก

ฉะนั้นคงจะพออนุมานได้ว่า การนอกใจประเภทที่โลกอินเทอร์เน็ตกำลังกล่าวขวัญกันว่าถูก Normalize ในญี่ปุ่น คือการนอกใจประเภทแรกหรืออุวาคินั่นเอง

ไม่เพียงเท่านั้น มุมมองที่ซึมลึกถึงระดับภาษาที่ใช้นี้ ยังแทรกซึมอยู่ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน การแต่งงานสำหรับชนชาติญี่ปุ่นหมายถึงการผูกพันธมิตรกันระหว่าง 2 ครอบครัว เพื่อผลิตทายาทสืบสกุล ความรักโรแมนติกจึงมีบทบาทค่อนข้างน้อยในความสัมพันธ์ของคู่แต่งงานในประวัติศาสตร์ ทำให้บ่อยครั้ง ความปรารถนาและรักที่ร้อนแรงกลับไปเกิดขึ้นนอกบ้านแทน

แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา ปรากฏการณ์การแต่งงานไร้รักที่นำไปสู่การนอกใจ จะมีทั้งกรณีที่ฝ่ายหญิงนอกใจและกรณีที่ฝ่ายชายนอกใจปะปนกันไป แต่ก็เป็นธรรมดาที่ในสังคมชายเป็นใหญ่ของญี่ปุ่น กลไกทางสังคมมักเปิดโอกาสให้ผู้ชายนอกใจมากกว่า ด้วยเหตุผลที่ว่าผู้ชายเป็นฝ่ายหาเลี้ยงครอบครัว ย่อมเผชิญความเครียดมากกว่า จึงมีสิทธิที่จะคลายเครียดด้วยวิธีที่ตนเห็นสมควร

เราจึงเห็นภาพที่ฉายในวัฒนธรรมป็อปว่า ชายแต่งงานจึงสามารถว่าจ้างเกอิชา (ศิลปิน) ให้มาร่วมกินดื่ม ปรนนิบัติ และทำการแสดงได้เป็นล่ำเป็นสัน หรือแม้แต่โออิรัน (โสเภณี) ก็นับเป็นอาชีพที่ไม่ได้ถูกตีตราหนักเท่ากับหญิงค้าบริการในวัฒนธรรมอื่นๆ

‘ศิลปะการอดทน’ ที่ทำให้คนญี่ปุ่นรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้ แม้ถูกนอกใจ

หนึ่งในหัวใจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังวิธีที่ชาวญี่ปุ่นใช้รับมือสิ่งต่างๆ คือปรัชญาการรักษาความสงบ ก่อให้เกิดเป็นวาทกรรม กามัง (我慢) หนึ่งในคำที่มีความหมายละเอียดอ่อนลึกซึ้งอย่างหาที่เปรียบได้ยาก ไม่ใช่แค่เพียงอดทนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความเพียรที่จะยึดมั่นในศักดิ์ศรี อดกลั้นต่อความยากลำบากทั้งหมดทั้งมวล เพื่อคงไว้ซึ่งความสงบสุขของชีวิตคู่ ครอบครัว ชุมชน และสังคม

แม้ไม่ใช่คนญี่ปุ่นทุกคนจะยอมรับพฤติกรรมนอกกายนอกใจได้ แต่พวกเขามักพยายามสุดความสามารถที่จะรักษาเกียรติของตัวเอง คิดเสียว่าเป็นหนทางเดียวที่จะรักษาการแต่งงานเอาไว้ แล้วอดทนจนกว่าวิกฤตความสัมพันธ์ครั้งนี้จะผ่านพ้นไป แบบเดียวกับที่เหยื่อคุกคามทางเพศบนรถไฟมักอดทนไม่ตะโกนด่าทอผู้กระทำ หรือร้องขอความช่วยเหลือเสียงดังในทันที

ทว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยน ค่านิยมก็เริ่มค่อยๆ เปลี่ยนตามทีละน้อย ปัจจุบัน คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ๆ มีมุมมองที่ประนีประนอมต่อการนอกใจน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ

อ้างอิง

Tozer, J. (2018, January 16). Infidelity around the world. The Economist.https://www.economist.com/1843/2018/01/16/infidelity-around-the-world. Pew Research Center. (2014, April 15). Global Morality. Pew Research Center.https://www.pewresearch.org/global/feature/global-morality/.Pew Research Center Venese. (2020, May 1). Cheating in Japan: Heinous betrayal or a part of Japanese dating culture?Flip Japan Guide.https://flipjapanguide.com/cheating-in-japan/.FLIP Japan Guide

Grape Japan. (2020, January 15). The Surprising Truth about Cheating in Japan. Grape Japan.https://grapeejapan.com/129893

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...