โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ออมสินจัด “ซอฟต์โลน” 1 แสนล้าน พลิกธุรกิจไทย สร้าง Social Impact ช่วย ปชช. เข้าถึง ‘แหล่งทุนต่อยอด’

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 17.18 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2568 เวลา 08.19 น.

นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการอาวุโส รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

ออมสินเตรียมปล่อยซอฟต์โลนพลิกฟื้นธุรกิจไทยอีก 1 แสนล้าน ใช้เอไอยกระดับบริการ เดินหน้า “ธนาคารเพื่อสังคม” สู่เป้าหมายในการสร้าง “social impact” ช่วยคนไทยไม่ต่ำกว่า 2 ล้านราย เข้าถึงบริการทางการเงิน

นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการอาวุโส รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ยังเผชิญแรงกดดันทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะการส่งออกที่ชะลอจากนโยบายภาษีทางการค้าและการท่องเที่ยวที่หดตัว ทั้งยังต้องเผชิญปัญหาโครงสร้าง เช่น ภาวะหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น การเข้าไม่ถึงแหล่งเงินในระบบ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ SMEs ประชาชนกลุ่มฐานราก และผู้ประกอบการรายย่อย ธนาคารออมสินจึงเดินหน้ายุทธศาสตร์การเป็น “ธนาคารเพื่อสังคม” โดยนำกำไรจากธุรกิจปกติมาสนับสนุนภารกิจเชิงสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินภายใต้ 4 ภารกิจหลัก ดังนี้

  • สร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมให้กับประชาชนกลุ่มฐานรากและผู้ประกอบการ SMEs
  • แก้ปัญหาหนี้สินให้กับลูกค้า ไม่ให้เสียประวัติทางการเงิน
  • พัฒนาสังคมชุมชน และส่งเสริมการออม สร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อให้มีรายได้เลี้ยงชีพอย่างยั่งยืน และ
  • สนับสนุนนโยบายรัฐพัฒนาเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะบทบาทการสนับสนุนภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ธนาคารพร้อมเป็นเครื่องยนต์ทางการเงินในการให้ความช่วยเหลือ และประคับประคองผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจ ให้ฟื้นตัวและก้าวข้ามช่วงเวลาที่ท้าทาย

นายวีระชัยกล่าวว่า ธนาคารออมสินตระหนักถึงข้อจำกัดที่ผู้ประกอบการ SMEs ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาขาดสภาพคล่อง ขาดเงินทุนหมุนเวียน หรือภาระดอกเบี้ยที่สูง ธนาคารจึงพร้อมทำหน้าที่เป็น “แหล่งทุนต่อยอด” เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง เติมทุน และฟื้นฟูกิจการอย่างยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อในระบบด้วยเงื่อนไขที่เป็นธรรมและต่อเนื่อง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาธนาคารได้ดำเนินโครงการสินเชื่อสำคัญหลายโครงการ เช่น สินเชื่อกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ GSB D-Home สร้างบ้านเพื่อคนไทย วงเงิน 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 3.50% ต่อปี ธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้วแล้ว 6,000 ล้านบาท โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) GSB Boost Up Plus วงเงิน 100,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 2.99% ต่อปี ธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 98,700 ล้านบาท

นอกจากนี้ธนาคารออมสินจัดทำโครงการใหม่ๆ อย่างเช่น โครงการสินเชื่อซอฟต์โลนเพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในวงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาทต่อราย และโครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องประมง ระยะ 3 วงเงินโครงการ 2,000 ล้านบาท วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาทต่อราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการประมง และสนับสนุนนโยบายรัฐในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน

และล่าสุด ธนาคารออมสินเตรียมออกซอฟต์โลนเพิ่มเติมใน “โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย”วงเงิน 100,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.01% ต่อปี ให้สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการนำไปปล่อยต่อให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3.50% ต่อปีใน 2 ปีแรก เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและพัฒนาศักยภาพธุรกิจไทยให้เข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้

ขณะเดียวกัน ธนาคารยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อย รวมถึงผู้ที่ไม่เคยเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินมาก่อน โดย ณ 30 มิถุนายน 2568 ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือด้วยการปล่อยสินเชื่อผ่าน 3 ภารกิจสำคัญๆ ดังนี้

  • การสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินผ่านนวัตกรรมสินเชื่อเพื่อสังคมกว่า 680,000 ราย

  • การแก้ไขปัญหาหนี้ที่ช่วยลูกหนี้ไม่ให้เสียประวัติทางการเงินกว่า 800,000 ราย และ

  • การพัฒนาศักยภาพชุมชนผ่านการสร้างอาชีพและส่งเสริมการออม โดยมีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 250,000 ราย

นอกจากนี้ ธนาคารจะยังเดินหน้าขยายผลสร้าง social impact อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ปีละไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคนผ่าน 4 ภารกิจหลัก ควบคู่กับการบูรณาการเทคโนโลยี และนำนวัตกรรมเอไอเข้ามาช่วยยกระดับการดำเนินงาน และการให้บริการทางการเงิน ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ “AI Optimized Loan Processing and Underwriting” ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการอนุมัติสินเชื่ออย่างรวดเร็วและแม่นยำ ตลอดจนลดระยะเวลาอนุมัติสินเชื่อและต้นทุนการดำเนินงาน และ “AI Chatbot for Branch” ผู้ช่วยพนักงานสาขาในการค้นหาข้อมูลอย่างสะดวก รวดเร็ว และช่วยเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการมากขึ้น โดยจะเริ่มใช้งานในไตรมาส 4 ของปีนี้ ทั้งหมดนี้เพื่อยกระดับบริการทางการเงินให้ครบวงจร และเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...