โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม. อนุมัติงบ 1.7 พันล้านเยียวยาผู้อพยพ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

THE STANDARD

อัพเดต 26 ส.ค. 2568 เวลา 08.51 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2568 เวลา 08.51 น. • thestandard.co
ครม. อนุมัติงบ 1.7 พันล้านเยียวยาผู้อพยพ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

วันนี้ (26 สิงหาคม) ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณกลางรวมกว่า 1,700 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการปะทะในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา โดยจะนำไปสร้างบังเกอร์ หลุมหลบภัย และหอกระจายข่าว วงเงินงบประมาณ 194 ล้านบาท

และเยียวยาประชาชนที่ต้องอพยพ ครัวเรือนละ 2,000 บาท สำหรับการอพยพไม่เกิน 7 วัน และ เยียวยาครัวเรือนละ 5,000 บาท เป็นเงินสด ผ่านระบบพร้อมเพย์ (prompt-pay) สำหรับการอพยพตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป ใช้งบประมาณ 1,516 ล้านบาท

เห็นชอบ กทพ. ดำเนินการก่อสร้างทางด่วน กะทู้-ป่าตอง เอง

ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. ได้อนุมัติให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ปรับรูปแบบการลงทุนโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง จากเดิมที่ให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) มาเป็นการให้ กทพ. ดำเนินการเองในรูปแบบจ้างออกแบบและก่อสร้าง (Design & Build) ภายหลังไม่มีเอกชนยื่นข้อเสนอ เนื่องจากความเสี่ยงสูงและผลตอบแทนไม่จูงใจ

โดยอนุมัติกรอบวงเงินลงทุนค่าก่อสร้าง 10,964.77 ล้านบาท ซึ่ง กทพ. จะจัดหาเงินทุนผ่านการกู้ยืมหรือออกพันธบัตร เนื่องจากรายได้ของ กทพ. ลดลงจากนโยบายลดค่าผ่านทาง

ไฟเขียว โยกงบฯ26,000 ล้านบาท สมทบงบกลางสำรองจ่ายฉุกเฉิน

ศศิกานต์กล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม. ได้รับทราบความคืบหน้าแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจวงเงิน 157,000 ล้านบาท ซึ่งมีการอนุมัติโครงการไปแล้วกว่า 109,800 ล้านบาท และมีมติให้โอนงบประมาณส่วนที่เหลืออีกประมาณ 26,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่มีข้อเสนอโครงการและใกล้สิ้นปีงบประมาณ ไปสมทบในรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ หากมีการโอนงบดังกล่าวมาสมทบ จะทำให้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น มีจำนวน 122,556.71 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ ครม. ยังได้อนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินฯ เพิ่มเติมอีก 2,900 ล้านบาท ให้แก่ กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อใช้ในการจัดสรรสวัสดิการให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 13.45 ล้านคนได้อย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 2568 (สิงหาคม-กันยายน) เนื่องจากงบประมาณเดิมไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ประเมินไว้

การจัดประชารัฐสวัสดิการใหม่ สำหรับผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2565 ดังนี้

  • วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม 300 บาทต่อเดือน เงื่อนไขจากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและร้านอื่น ๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด
  • วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม วงเงิน 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน เงื่อนไขจากร้านค้าตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด
  • วงเงินรวมค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ วงเงิน 750 บาทต่อคนต่อเดือน
  • มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า วงเงินอุดหนุนไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
  • มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา วงเงินอุดหนุนไม่เกิน 100-315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
  • เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ จากเดิมจำนวน 800 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นจำนวน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน

ห้ามนำเข้ารถโบราณ

ศศิกานต์ ระบุว่า ครม. ยังมีมติเห็นชอบในหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ แก้ไขกฎระเบียบเป็นการห้ามนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วที่มีอายุเกิน 100 ปี (รถยนต์โบราณ) โดยกำหนดให้เป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางรถยนต์โบราณในภูมิภาค กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ และสร้างซอฟต์พาวเวอร์ด้านวัฒนธรรมยานยนต์ ตามมาตรการส่งเสริมงานศิลปะและรถยนต์โบราณที่ ครม. เคยมีมติไว้ก่อนหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...