โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พายุหมุนเขตร้อน มีแนวโน้มเข้าไทย เสี่ยงฝนตกหนัก เช็กเลยเริ่มช่วงไหน!

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 03.39 น.
“พายุหมุนเขตร้อน” ปภ. เผย มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคม - ธันวาคมของทุกปี จะทำให้เกิดฝนตกหนัก ลมแรงและคลื่นสูง เปิดวิธีปฏิบัติตน ทั้งก่อน และขณะเกิดพายุหมุนเขตร้อน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดข้อมูล พายุหมุนเขตร้อน มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคม - ธันวาคมของทุกปี ซึ่งพื้นที่ที่พายุเคลื่อนตัวผ่าน จะทำให้เกิดฝนตกหนัก ลมแรงและคลื่นสูง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้

วิธีปฏิบัติตน ทั้งก่อน และขณะเกิดพายุหมุนเขตร้อน

เพื่อให้ประชาชนเตรียมรับมือภัยธรรมชาติ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่ออย่างถูกต้อง

ก่อนพายุมา

- ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
- เตรียมอุปกรณ์ในการยังชีพให้พร้อม
- ตรวจสอบความแข็งแรงของบ้าน / อาคารและบริเวณรอบบ้าน
- วางแผนการอพยพ หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

ขณะเกิดพายุ และอยู่ในอาคาร

- ปิดประตู - หน้าต่างให้มิดชิด
- ห้ามอยู่บริเวณระเบียงหรือดาดฟ้า
- ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด
- งดใช้เครื่องมือสื่อสาร
- ออกห่างจากวัตถุที่เป็นสื่อไฟฟ้า อาทิ ลวด โลหะ แนวรั้วบ้าน

ขณะเกิดพายุ และอยู่กลางแจ้ง

- อยู่ให้ห่างจากสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคง รวมถึงต้นไม้ และเสาไฟฟ้า
- รีบหาที่หลบภัยให้เร็วที่สุด หากขับรถอยู่ให้รีบหาที่จอด และหลีกเลี่ยงบริเวณเสี่ยงน้ำท่วม
- ห้ามใช้เครื่องมือสื่อสารโดยเด็ดขาด

รู้จัก พายุหมุนเขตร้อน

พายุหมุนเขตร้อน มีชื่อเรียกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิด เช่น พายุที่เกิดในอ่าวเบงกอลและมหาสมุทรอินเดียเรียกว่า ไซโคลน (CYCLONE) เกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทะเลแคริบเบียน อ่าวเม็กซิโก และทางด้านตะวันตกของเม็กซิโกเรียกว่า เฮอร์ริเคน (HURRICANE) เกิดในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือด้านตะวันตก มหาสมุทรแปซิฟิกใต้

และทะเลจีนใต้เรียกว่า ไต้ฝุ่น (TYPHOON) พายุหมุนเขตร้อนที่มีอิทธิพลต่อลมฟ้าอากาศของประเทศไทย ส่วนใหญ่มีแหล่งกำเนิดในมหาสมุทรแปซิฟิก เหนือด้านตะวันตกและทะเลจีนใต้ ซึ่งมีการแบ่งเกณฑ์ความรุนแรงของพายุตามข้อตกลงระหว่างประเทศ

ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางพายุดังนี้

- พายุดีเปรสชั่น ความเร็วลมไม่เกิน 33 นอต (61 กม./ชม.)
- พายุโซนร้อน ความเร็วลม 34 - 63 นอต (62 - 117 กม./ชม.)
- ไต้ฝุ่น ความเร็วลม 64 นอตขึ้นไป (118 กม./ชม.ขึ้นไป)

ประเทศไทย ตั้งอยู่ระหว่างบริเวณแหล่งกำเนิดของพายุหมุนเขตร้อนทั้งสองด้าน ด้านตะวันออกคือมหาสมุทรแปซิฟิก และทะเลจีนใต้ ส่วนด้านตะวันตกคืออ่าวเบงกอล และทะเลอันดามัน โดยพายุมีโอกาสเคลื่อนจากมหาสมุทรแปซิฟิก และทะเลจีนใต้เข้าสู่ประเทศไทยทางด้านตะวันออก มากกว่าทางตะวันตก ปกติประเทศไทย จะมีพายุเคลื่อนผ่านเข้ามาได้โดยเฉลี่ยประมาณ 3 - 4 ลูกต่อปี บ

ริเวณที่พายุมีโอกาสเคลื่อนผ่านเข้ามามากที่สุด คือภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะทางตอนบนของภาค ในระยะต้นปีระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม เป็นช่วงที่ประเทศไทยปลอดจากอิทธิพลของพายุ ต่อมาเดือนเมษายนเป็นเดือนแรกของปี ที่พายุเริ่มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคใต้ แต่มีโอกาสน้อยและเคยเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบ 50 ปี (พ.ศ.2494-2543)

พายุเริ่มมีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้น

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมโดยส่วนใหญ่ยังคงเป็นพายุที่เคลื่อนมาจากด้านตะวันตก เข้าสู่ประเทศไทยตอนบน และตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป พายุส่วนใหญ่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยทางด้านตะวันออก โดยช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม พายุยังคงเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยตอนบน ซึ่งบริเวณตอนบนของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพื้นที่ที่พายุมีโอกาสเคลื่อนผ่านเข้ามามากที่สุด และเดือนกันยายนถึงตุลาคม พายุมีโอกาสเคลื่อนเข้ามาได้ในทุกพื้นที่

เริ่มเคลื่อนเข้าสู่ภาคใต้ตั้งแต่เดือนกันยายน ในสองเดือนนี้เป็นระยะที่พายุมีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยได้มาก โดยเฉพาะเดือนตุลาคม มีสถิติเคลื่อนเข้ามามากที่สุดในรอบปี สำหรับช่วงปลายปีตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พายุจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยตอนบนได้น้อยลง และมีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ภาคใต้มากขึ้น เมื่อถึงเดือนธันวาคมพายุมีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ภาคใต้เท่านั้น

โดยไม่มีพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยตอนบนอีก เนื่องจากในช่วงปลายปีบริเวณความกดอากาศสูง จากประเทศมองโกเลียและจีน นำความหนาวเย็นลงมาสู่ละติจูดต่ำกว่า ระบบอากาศในช่วงนี้จึงไม่เอื้อให้พายุที่เกิดขึ้นเหนือทะเล เคลื่อนตัวขึ้นสู่บริเวณประเทศไทยตอนบน

ทางเดินพายุหมุนเขตร้อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...