“เจ๊ดาว”สาวเขมรหัวใจไทย แจ้งความจับกำนันลี ผู้มีอิทธิพลฝั่งเขมร นำมวลชนยั่วยุทหารไทย ระบุ ทางการไทยควรจับสองคนผัวเมียนี้ได้แล้ว
สระแก้ว – สาวกัมพูชาหัวใจไทย “เจ๊ดาว” ดารา เรียม เดินทางเข้าแจ้งความจับกำนันลี ในฐานะผู้มีอิทธิพลฝั่งเขมรมีเมียคุมฝั่งไทย ซึ่งนำมวลชนเขมรมากดดันยั่วยุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและตำรวจชุดควบคุมฝูงชน เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า พื้นที่บริเวณหลักเขต 46-47 เป็นของคนไทย เรียกร้องให้ทางการไทยจับกุม 2 คนผัวเมียนี้ได้แล้ว เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 5 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ดารา เรียม นักธุรกิจสาวชาวกัมพูชา วัย 44 ปี ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 218 หมู่ 8 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดี กับ นายโตนสลิน หรือกำนันลี ผู้มีอิทธิพลฝั่งกัมพูชาและควบคุมพื้นที่บริเวณบ้านหนองจานที่ชาวกัมพูชายึดครองผืนแผ่นดินไทยในปัจจุบัน ซึ่งเธอระบุว่า กำนันลีได้ร่วมกันปลุกปั่นให้ชาวกัมพูชารวมกลุ่มกับชาวกัมพูชา รวมมากว่า 100 คน สร้างความวุ่นวาย โดยการด่าทอทหารไทย ที่ไปเฝ้ารักษาเขตแดน บริเวณหลักเขตที่ 46 และในมือยังถืออาวุธเป็นไม้ยูคาฯ และไม้ไผ่แหลม ยาวประมาณ 2 เมตร จะทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารไทย และ ตชด. ที่ดูแลบริเวณดังกล่าว
ทั้งนี้ น.ส.ดารา เรียม กล่าวว่า ตนเองและคนกัมพูชาได้ถ่ายภาพกำนันลีไว้เป็นหลักฐาน โดยพบนายโตน สลิน หรือกำนันลี เป็นหัวหน้าในการก่อความวุ่นวายครั้งนี้ และพยายามจะเข้ายึดครองที่ดินของคนไทย จำนวนเนื้อที่ประมาณ 200-600 ไร่ บริเวณหลักเขตแดนที่ 46 ดังกล่าว ให้ตกเป็นของชาวกัมพูชา ซึ่ง น.ส.ดารา เรียม ขอยืนยันว่า ที่ดินบ้านหนองจานดังกล่าว เป็นดินแดนของประเทศไทย และผู้แจ้งขอเอาความผิดกับ นางทองรัตน์ กันหา หรือ เจ๊รัตน์ ในข้อหายักยอกทรัพย์และบุกรุกที่ดินที่ไม่ใช่ของตน โดย น.ส.ดารา เรียม แจ้งความประสงค์จะมาให้ปากคำร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ในวันที่ 1 กันยายน 2568 โดยมี พ.ต.ท.สาโรจน์ เวชกามา รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.โคกสูง ได้เป็นผู้รับเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษดังกล่าวไว้
น.ส.ดารา เรียม กล่าวอีกว่า กรณีกลุ่มมวลชนกัมพูชารวมตัวกันมากดดันเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย บริเวณลวดหนามป้องกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ เมื่อวานนี้ (4 ก.ย.68) ตนยืนยันว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมลุกฮือครั้งนี้ มีนายโตน สลิน หรือกำนันลี อยู่เบื้องหลัง โดยมีการว่าจ้าง ประชาชนกัมพูชา คนละ 30 ดอลล่าฯ ส่วนพระสงฆ์ ที่เห็นนั้น นายลี จ่ายให้วัดละ 20,000 บาท จึงทำให้มีมวลชนมากดดันเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเป็นหลักร้อยคน
ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกัมพูชา ซึ่งพบว่า เป็นทหารที่มาควบคุมสถานการณ์ชุมนุม และเป็นทหารในสังกัดภูมิภาคทหารที่ 5 กัมพูชา ซึ่งมาคอยควบคุมสถานการณ์นั้น ไม่ได้ใช้ความรุนแรง โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในระดับพื้นที่เข้ามายุ่งเกี่ยวแต่อย่างใด เนื่องจากขณะนี้ทางฝ่ายรัฐบาลกัมพูชา สั่งการไม่ให้ประชาชน ถ่ายภาพลงในสื่อโซเชียล เพื่อป้องกันการแจ้งพิกัดของกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาดังกล่าว
“จากภาพที่ถ่ายออกมา พบว่า กำนันลี ไปยืนใส่กางเกงยีนส์ ใส่เสื้อสีฟ้า และใส่แมส ปิดบังใบหน้า พยายามที่จะปิด แล้วเอามือปิดหน้ากล้องเอาไว้ ไม่ให้เห็นตัวเองยืนอยู่ตรงนั้น แต่เผอิญว่า เราได้เก็บข้อมูลภาพทั้งภาพนิ่งและภาพวีดีโอ ส่งให้สื่อมวลชนและส่งให้กับทางประเทศไทย ดูว่าเป็นบุคคลสำคัญที่คนไทยและรัฐบาลไทยควรที่จะจับกุมตัวสองคนผัวเมียนี้ได้แล้ว เพราะมันละเลยมาหลายสิบปีแล้ว ที่เค้าเอาที่ดินของคนไทย ไปทำกินเป็นประโยชน์ให้กับตนเองในการขยายเมืองต่อ ๆ ไปในอนาคต” น.ส.ดารา เรียม กล่าวและว่า
การเข้าแจ้งความครั้งนี้ ไม่เกรงกลัวอิทธิพลของคนกลุ่มนี้ เพราะว่า อิทธิพลของเค้าสู้กฎหมายไทยไม่ได้ เชื่อว่า หน่วยงานรัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานความมั่นคง หรือทางทหาร ตำรวจ และทางมหาดไทยเอง เราคิดว่า ควรที่จะเอาความผิดกับกำนันลีและภรรยาคนไทย ที่เป็นสองตัวการในการยึดที่ดินของคนไทย ของให้ทางราชการไทยออกหมายจับ กำนันลีและนางทองรัตน์ฯ อยากให้ทางหน่วยงานของไทยออกหมายจับเลย
————————— ขอบคุณภาพ(บางส่วน)/สวท.สระแก้ว