โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“เจ๊ดาว”สาวเขมรหัวใจไทย แจ้งความจับกำนันลี ผู้มีอิทธิพลฝั่งเขมร นำมวลชนยั่วยุทหารไทย ระบุ ทางการไทยควรจับสองคนผัวเมียนี้ได้แล้ว

77kaoded

อัพเดต 05 ก.ย 2568 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2568 เวลา 07.21 น. • 77Kaoded

สระแก้ว – สาวกัมพูชาหัวใจไทย “เจ๊ดาว” ดารา เรียม เดินทางเข้าแจ้งความจับกำนันลี ในฐานะผู้มีอิทธิพลฝั่งเขมรมีเมียคุมฝั่งไทย ซึ่งนำมวลชนเขมรมากดดันยั่วยุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและตำรวจชุดควบคุมฝูงชน เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า พื้นที่บริเวณหลักเขต 46-47 เป็นของคนไทย เรียกร้องให้ทางการไทยจับกุม 2 คนผัวเมียนี้ได้แล้ว เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 5 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ดารา เรียม นักธุรกิจสาวชาวกัมพูชา วัย 44 ปี ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 218 หมู่ 8 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดี กับ นายโตนสลิน หรือกำนันลี ผู้มีอิทธิพลฝั่งกัมพูชาและควบคุมพื้นที่บริเวณบ้านหนองจานที่ชาวกัมพูชายึดครองผืนแผ่นดินไทยในปัจจุบัน ซึ่งเธอระบุว่า กำนันลีได้ร่วมกันปลุกปั่นให้ชาวกัมพูชารวมกลุ่มกับชาวกัมพูชา รวมมากว่า 100 คน สร้างความวุ่นวาย โดยการด่าทอทหารไทย ที่ไปเฝ้ารักษาเขตแดน บริเวณหลักเขตที่ 46 และในมือยังถืออาวุธเป็นไม้ยูคาฯ และไม้ไผ่แหลม ยาวประมาณ 2 เมตร จะทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารไทย และ ตชด. ที่ดูแลบริเวณดังกล่าว

ทั้งนี้ น.ส.ดารา เรียม กล่าวว่า ตนเองและคนกัมพูชาได้ถ่ายภาพกำนันลีไว้เป็นหลักฐาน โดยพบนายโตน สลิน หรือกำนันลี เป็นหัวหน้าในการก่อความวุ่นวายครั้งนี้ และพยายามจะเข้ายึดครองที่ดินของคนไทย จำนวนเนื้อที่ประมาณ 200-600 ไร่ บริเวณหลักเขตแดนที่ 46 ดังกล่าว ให้ตกเป็นของชาวกัมพูชา ซึ่ง น.ส.ดารา เรียม ขอยืนยันว่า ที่ดินบ้านหนองจานดังกล่าว เป็นดินแดนของประเทศไทย และผู้แจ้งขอเอาความผิดกับ นางทองรัตน์ กันหา หรือ เจ๊รัตน์ ในข้อหายักยอกทรัพย์และบุกรุกที่ดินที่ไม่ใช่ของตน โดย น.ส.ดารา เรียม แจ้งความประสงค์จะมาให้ปากคำร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ในวันที่ 1 กันยายน 2568 โดยมี พ.ต.ท.สาโรจน์ เวชกามา รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.โคกสูง ได้เป็นผู้รับเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษดังกล่าวไว้

น.ส.ดารา เรียม กล่าวอีกว่า กรณีกลุ่มมวลชนกัมพูชารวมตัวกันมากดดันเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย บริเวณลวดหนามป้องกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ เมื่อวานนี้ (4 ก.ย.68) ตนยืนยันว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมลุกฮือครั้งนี้ มีนายโตน สลิน หรือกำนันลี อยู่เบื้องหลัง โดยมีการว่าจ้าง ประชาชนกัมพูชา คนละ 30 ดอลล่าฯ ส่วนพระสงฆ์ ที่เห็นนั้น นายลี จ่ายให้วัดละ 20,000 บาท จึงทำให้มีมวลชนมากดดันเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเป็นหลักร้อยคน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกัมพูชา ซึ่งพบว่า เป็นทหารที่มาควบคุมสถานการณ์ชุมนุม และเป็นทหารในสังกัดภูมิภาคทหารที่ 5 กัมพูชา ซึ่งมาคอยควบคุมสถานการณ์นั้น ไม่ได้ใช้ความรุนแรง โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในระดับพื้นที่เข้ามายุ่งเกี่ยวแต่อย่างใด เนื่องจากขณะนี้ทางฝ่ายรัฐบาลกัมพูชา สั่งการไม่ให้ประชาชน ถ่ายภาพลงในสื่อโซเชียล เพื่อป้องกันการแจ้งพิกัดของกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาดังกล่าว

“จากภาพที่ถ่ายออกมา พบว่า กำนันลี ไปยืนใส่กางเกงยีนส์ ใส่เสื้อสีฟ้า และใส่แมส ปิดบังใบหน้า พยายามที่จะปิด แล้วเอามือปิดหน้ากล้องเอาไว้ ไม่ให้เห็นตัวเองยืนอยู่ตรงนั้น แต่เผอิญว่า เราได้เก็บข้อมูลภาพทั้งภาพนิ่งและภาพวีดีโอ ส่งให้สื่อมวลชนและส่งให้กับทางประเทศไทย ดูว่าเป็นบุคคลสำคัญที่คนไทยและรัฐบาลไทยควรที่จะจับกุมตัวสองคนผัวเมียนี้ได้แล้ว เพราะมันละเลยมาหลายสิบปีแล้ว ที่เค้าเอาที่ดินของคนไทย ไปทำกินเป็นประโยชน์ให้กับตนเองในการขยายเมืองต่อ ๆ ไปในอนาคต” น.ส.ดารา เรียม กล่าวและว่า

การเข้าแจ้งความครั้งนี้ ไม่เกรงกลัวอิทธิพลของคนกลุ่มนี้ เพราะว่า อิทธิพลของเค้าสู้กฎหมายไทยไม่ได้ เชื่อว่า หน่วยงานรัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานความมั่นคง หรือทางทหาร ตำรวจ และทางมหาดไทยเอง เราคิดว่า ควรที่จะเอาความผิดกับกำนันลีและภรรยาคนไทย ที่เป็นสองตัวการในการยึดที่ดินของคนไทย ของให้ทางราชการไทยออกหมายจับ กำนันลีและนางทองรัตน์ฯ อยากให้ทางหน่วยงานของไทยออกหมายจับเลย

————————— ขอบคุณภาพ(บางส่วน)/สวท.สระแก้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...