โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

โลกจับตา! “ทรัมป์–สี จิ้นผิง” พบกันครั้งแรกในรอบ 6 ปี ที่ปูซาน 30 ต.ค. นี้

Businesstoday

อัพเดต 24 ต.ค. 2568 เวลา 10.38 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 03.38 น. • Businesstoday

สหรัฐฯ–จีน นัดพบผู้นำ “ทรัมป์–สี จิ้นผิง” วันที่ 30 ต.ค. ที่เกาหลีใต้ ก่อนการประชุมเอเปค 2025 จับตาประเด็นร้อน ภาษี การค้า ยาเฟนทานิล และสงครามยูเครน สัญญาณทิศทางเศรษฐกิจโลก

🗓️ เคาะวันแล้ว! ผู้นำสองมหาอำนาจพบกันนอกรอบเอเปค

ทำเนียบขาวยืนยันอย่างเป็นทางการว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน จะพบกันในวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่เมือง ปูซาน (Busan) ประเทศเกาหลีใต้
การประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้น “นอกรอบ” การประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค (APEC Summit 2025) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน

ถือเป็นการพบปะกัน ครั้งแรกในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่การประชุมสุดยอด G20 ที่โอซาก้าในปี 2019 ก่อนที่โลกจะเผชิญกับทั้งสงครามการค้าและโรคระบาดใหญ่

💬 ประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะหยิบยกในการเจรจา

การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ ความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีนตึงเครียดสูงสุดในรอบหลายปี
โดยมีประเด็นหลักที่คาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นเจรจา ดังนี้

  • ภาษีและการค้า:
    ทรัมป์ประกาศเตรียมเก็บภาษีสินค้าจีนเพิ่ม 100% มีผลภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ โดยตั้งใจใช้เป็น “เครื่องต่อรอง” เพื่อให้จีนลดการสนับสนุนทางอ้อมต่อรัสเซีย และเปิดตลาดให้บริษัทสหรัฐมากขึ้น
  • ปัญหายาเฟนทานิล (Fentanyl):
    ทรัมป์กล่าวก่อนหน้าอย่างชัดเจนว่า “คำถามแรก” ที่จะถาม สี จิ้นผิง คือเรื่องยาฟินเทนิลที่ลักลอบเข้าสหรัฐฯ จากห่วงโซ่อุปทานในจีน
  • สงครามรัสเซีย–ยูเครน:
    ทั้งสองผู้นำอาจหารือแนวทางยุติสงคราม โดยสหรัฐฯ ต้องการให้จีนมีบทบาทมากขึ้นในการกดดันรัสเซีย
  • เทคโนโลยีและโลหะหายาก (Rare Earths):
    จีนเพิ่งประกาศควบคุมการส่งออกแร่หายากและชิปขั้นสูง ขณะที่สหรัฐฯ เตรียมตอบโต้ด้วยมาตรการควบคุมการลงทุนในภาคเทคโนโลยีจีน

🌏 “เวทีปูซาน” จุดเปลี่ยนสมดุลโลก

การนัดพบครั้งนี้มีนัยสำคัญเชิงภูมิรัฐศาสตร์สูง เพราะเป็นการเลือกเจรจาใน เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ
ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ระหว่างจีน–ญี่ปุ่น–เกาหลีใต้ และเป็น “สนามกลาง” ที่ไม่มีประเทศใดได้เปรียบโดยตรง

นักวิเคราะห์มองว่า หากทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุ “สัญญาณบวกแม้เพียงเล็กน้อย” เช่น การระงับขึ้นภาษีบางส่วน หรือเริ่มต้นข้อตกลงย่อยทางเศรษฐกิจ จะส่งผลดีต่อบรรยากาศการค้าโลก และตลาดการเงินในเอเชีย

ในทางกลับกัน หากผลการเจรจา “ล้มเหลว” หรือมีการตอบโต้ทางการค้าระลอกใหม่ ตลาดอาจเผชิญแรงสั่นสะเทือนระยะสั้น โดยเฉพาะในสินทรัพย์เสี่ยงและค่าเงินเอเชีย

📉 ทำไมตลาดต้องจับตา?

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ–จีน–เอเชีย:
    นักลงทุนมองว่าผลการเจรจาจะเป็นตัวชี้ทิศทางของตลาดหุ้นโลกในไตรมาสสุดท้ายของปี

  • หากการพูดคุยมีผลเชิงบวก อาจหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและโลจิสติกส์

  • หากตึงเครียดเพิ่ม อาจหนุนทองคำและพันธบัตรสหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

  • ราคาทองคำ–น้ำมัน:
    ตลาดคาดว่าการประชุมอาจกระทบความต้องการพลังงานและแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อราคาทองคำโลก

  • ไทยและอาเซียน:
    ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการปรับโครงสร้างซัพพลายเชน หากสหรัฐฯ เดินหน้าตั้งกำแพงภาษีรอบใหม่

🧭 มองไปข้างหน้า

หลังการประชุมเอเปคที่เกาหลีใต้ ทรัมป์มีแผน เดินทางต่อไปยังจีนอย่างเป็นทางการ ภายในสิ้นปี 2568
โดยนักวิเคราะห์คาดว่า นี่อาจเป็น “จุดเริ่มต้นของเกมใหม่” ระหว่างสองมหาอำนาจ ที่ไม่ได้มีเพียงการค้า แต่ยังรวมถึงอิทธิพลทางเทคโนโลยี พลังงาน และความมั่นคงในภูมิภาค

📌 สรุป: “30 ต.ค.” ไม่ใช่แค่วันเจรจา แต่คือวันวัดสมดุลอำนาจโลก

การพบกันของ ทรัมป์และสี จิ้นผิง ที่เกาหลีใต้ เป็นมากกว่าการประชุมทวิภาคี
แต่คือ “สนามทดสอบ” ว่าสหรัฐฯ และจีนจะเลือกเดินไปในเส้นทาง “แข่งกันต่อ” หรือ “กลับมาร่วมกันสร้างสมดุลใหม่”

ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร โลกกำลังจับตา “เวทีปูซาน” ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ อย่างไม่กะพริบตา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...