โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตร.ไซเบอร์ ปฏิบัติการ 109 จุด ทั่วประเทศ ทลายธุรกิจเถื่อนรับแลกเหรียญ สแกนม่านตา

สวพ.FM91

อัพเดต 24 ต.ค. 2568 เวลา 09.52 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 09.52 น.

24 ต.ค. 68 บก.สอท. ตำรวจไซเบอร์ พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมแถลงปฏิบัติการ 109 จุด ทั่วประเทศ ทลายธุรกิจเถื่อนรับแลกเหรียญ Worldcoin หลังคนแห่สแกนม่านตา

หลังปรากฏข่าวว่า มีกลุ่มบุคคลเชิญชวนประชาชนทั่วไปให้เก็บสแกนข้อมูลชีวภาพ (ม่านตา) เพื่อแลกกับการได้รับแจกสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้มีประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว จึงมีการขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สอดส่องการจัดกิจกรรมดังกล่าว อย่าให้เกิดการหลอกลวงประชาชน จนนำมาสู่ปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมในครั้งนี้

โดยเจ้าหน้าที่สายตรวจไซเบอร์ ได้ตรวจสอบพบว่า มีผู้ใช้บัญชี Facebook รายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า “รับแลกเหรียญเป็นเงินสด เชิญครับ สแกนหน้ายืนยันตัวตนเชิญครับ” พร้อมกับแนบภาพถ่ายแสดงบรรยากาศบริเวณจุดที่รับสแกนม่านตา ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากรอคิวภายใต้เต็นท์ที่จัดไว้บริเวณทางเดินด้านหน้า ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปลอมตัวลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ณ จุดรับสแกนม่านตาแลกเงิน และพบกับบุคคลรายหนึ่งที่มีพฤติกรรมเป็นนายหน้ารับแลกเหรียญ Worldcoin เป็นเงินสด จึงได้ส่งสายลับไปเข้าร่วมสแกนม่านตาดังกล่าว และนัดหมายกับนายหน้าเพื่อขอแลกเงินสดในวันถัดไป เนื่องจากระบบจะโอนเหรียญเข้ากระเป๋าผู้ใช้งานภายใน 24 ชั่วโมง

กระทั่งสามารถนำกำลังเข้าจับกุมผู้ก่อเหตุได้ เป็นชายอายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ประกอบธุรกิจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต” เบื้องต้นเจ้าตัวปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จากการจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนขยายผล จนนำมาสู่การรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายค้นพื้นที่109 จุด ทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบตัวแอปพลิเคชันดังกล่าว รวมถึงบริษัทที่รับสแกนม่านตา เบื้องต้น ยังไม่พบว่ามีการกระทำผิดเข้าข้อกฎหมายใด แต่การรับแลกเหรียญสกุลดิจิทัลเป็นเงินสด โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ถือว่าเป็นความผิดตาม พรก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 ในการประกอบธุรกิจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต

อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลอัตลักษ์ดังกล่าว ว่าอาจมีการรั่วไหล หรืออาจถูกนำข้อมูลไปส่งต่อหรือขายต่อในภายหลัง จนเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ ซึ่งตำรวจไซเบอร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีการละเมิดข้อกฎหมาย ก็จะเร่งดำเนินคดีตามกระบวนการต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...