โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

กสทช. ดันกม.ป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนฯ ออก 8 มาตรการ คุ้มครองผู้ใช้งาน-ยับยั้งความเสียหาย-หาตัวคนร้ายได้เร็ว มีผลใช้ 30 ส.ค. 68

สยามรัฐ

อัพเดต 30 ส.ค. 2568 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2568 เวลา 11.06 น.

วันที่ 30 สิงหาคม 2568 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2568 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค. 2568 โดยมีสาระสำคัญ 8 มาตรการ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรคมนาคม และป้องกันยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็ว โดยกฎหมายมีรายละเอียด ดังนี้

1. ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ต้องตรวจสอบคัดกรองผู้ใช้บริการที่มีลักษณะที่ผิดปกติ เพื่อพิจารณาระงับการใช้บริการทันที โดยพิจารณาจากจำนวนครั้งที่โทรออก พื้นที่การโทร ข้อมูลลูกค้า และอุปกรณ์ที่ใช้ในการโทรออก โดยให้สำนักงาน กสทช. ร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่พิจารณากำหนดเงื่อนไขการคัดกรอง

2. ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ต้องระงับบริการโทรคมนาคมตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่งจากสำนักงาน กสทช. ว่าบริการโทรคมนาคมดังกล่าวมีเหตุให้เชื่อได้ว่ามีการใช้บริการโทรคมนาคมเพื่อกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยแบ่งเป็น (1) ให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระงับการให้บริการทันที หรือภายใน 24 ชั่วโมง และ (2) ผู้รับอนุญาตบริการโทรคมนาคมอื่น ระงับการให้บริการทันที หรือภายใน 3 วัน

3. ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีหน้าที่จัดการลงทะเบียนผู้ใช้บริการเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ (1) กรณีผู้ลงทะเบียนใช้งานใหม่ ให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผู้ลงทะเบียนให้เสร็จภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันที่มีการลงทะเบียน (2) กรณีผู้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 ให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผู้ลงทะเบียนให้เสร็จภายใน 90 วัน นับถัดจากวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ และ (3) กรณีผู้ลงทะเบียนก่อนปี พ.ศ.2567 ให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผู้ลงทะเบียนให้เสร็จภายใน 1 ปี นับถัดจากวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

4. ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการส่งข้อความสั้นแบบแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ไปยังผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในรูปแบบ Application-to-Person (A2P) หรือการส่งข้อความอัตโนมัติถึงลูกค้า มีหน้าที่ห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนชื่อผู้ส่งข้อความสั้น หรือ Sender Name ส่งข้อความสั้นไปยังลูกค้า และต้องตรวจสอบความถูกต้องของลิงก์ที่ใช้แนบส่งข้อความสั้นทุกครั้งก่อนส่งไปยังผู้ใช้บริการปลายทางตามที่สำนักงาน กสทช. กำหนด

5. ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีหน้าที่จำกัดการลงทะเบียนเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบุคคลต่างชาติไม่เกิน 3 เลขหมาย/คน/ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ยืนยันตัวตนเพื่อลงทะเบียนผู้ใช้บริการเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่เท่านั้น

6. ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จำกัดระยะเวลาการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Tourist SIM) ให้ใช้งานไม่เกิน 60 วัน โดยไม่สามารถเติมเงินเพื่อขยายระยะเวลาการใช้งานต่อ แต่หากต้องการใช้งาน Tourist SIM ต่อหลังครบกำหนดต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตนอีกครั้ง

7. ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องห้ามไม่ให้เครื่องวิทยุคมนาคมลูกข่ายในโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทซิมบ๊อกซ์ (Sim box) หรือประเภทเกตเวย์ (Gateway) ที่รองรับจำนวนซิมตั้งแต่ 4 ซิมขึ้นไปเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมของตน เว้นแต่เครื่องวิทยุคมนาคมดังกล่าวจะได้รับการลงทะเบียนกับสำนักงาน กสทช.

และ 8. ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีหน้าที่เติมเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์แจ้งเตือนผู้ใช้บริการให้ทราบว่ามีเลขหมายโทรศัพท์ที่มาจากต่างประเทศ เช่น การเติม +697 และ +698 หน้าหมายเลขโทรศัพท์ที่มาจากต่างประเทศ และมีหน้าที่จัดให้มีระบบปฏิเสธการรับสายจากต่างประเทศ

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า ขอให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้มงวดสกัดเลขหมายโทรศัพท์ที่มีความผิดปกติเป็นสายที่มาจากต่างประเทศในช่วงนี้ ซึ่งต้องจัดทำระบบสกัดการรับสายเข้า และขึ้นเลขหมาย +697 และ +698 ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนต่อเนื่อง เพราะมิจฉาชีพอาจกลับมาในรูปแบบเดิมอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...