โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"หมอของขวัญ" ร่วมแจม! สรุปให้นักเรียนฟัง ดราม่า “ญาญ่า–เมพรีมายา”

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 06 ต.ค. 2568 เวลา 10.17 น.

"หมอของขวัญ" ร่วมแจม! สรุปให้นักเรียนฟัง ดราม่า “ญาญ่า–เมพรีมายา” ลั่น ส่วนตัวนะ ผู้ลงทุนแรกคือผู้ถือหุ้น เขาคือเจ้าของบริษัท

ไฟยังไม่มอด! หลังศึกโหนกระแสของ “เม พรีมายา” และ “ญาญ่า เขมณัฏฐ์” หุ้นส่วนคลินิกดัง ยังระอุ ล่าสุด“หมอของขวัญ ฟูจิรัตน์” กระโดดร่วมวงกลางโซเชียล ขุดไทม์ไลน์ละเอียดทุกจุด ย้อนตั้งแต่ยุค Primya Clinic ยันเปลี่ยนชื่อเป็น Dermatige Clinic พร้อมเปิดข้อมูลที่ทำเอาคนอ่านถึงกับอ้าปากค้าง งานนี้ใครโกงใคร คงหนีไม่พ้นความจริง!

หมอของขวัญเปิดโพสต์ยาวเหยียด พร้อมแคปภาพหลักฐานแน่นทุกบรรทัด ไล่ตั้งแต่ปี 2021 จนถึง 2025 ระบุว่า

อ่ะมานักเรียน สรุปตามหลักฐานที่มีในมือนะ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้โพสไม่ใช่เพราะว่ารู้จักในวงการแพทย์หรอก แต่อยากเห็นคำชี้แจงและหลักฐานของอีกฝั่งก่อนที่จะสรุป ถึงแม้จะรู้จักกัน แต่ทำผิดก็ไม่คิดเข้าข้างค่ะ อ่ะเรียบเรียงแบบที่เราเข้าใจนะ

📌 พ.ย. 2021 เม 30% ญาญ่า 30% หมอต่อ 30% หมอกลาง 10% หุ้นกันเปิดคลินิกชื่อ Primya Clinic สาขาสยาม และเปิดทองหล่อต่อมา

📌 พ.ค. 2022 มีการจัดงานเปิดตัว Primya Prime Clinic สาขาเลียบด่วน ( ที่มีนักร้องดังใบเตยปรากฏภาพในงานเปิดตัว) เป็นคลินิกเวชกรรมซึ่งสาขานี้ต่อไปจะเปลี่ยนชื่อเป็น Dermatige(ในสถานที่เดียวกันนี่แหละ) ในระหว่างนี้ ได้มีการ เสนอให้หุ้นหมอกลางเพิ่มอีกคนละ 5% โดยที่เมเป็นคนให้หุ้นหมอคนแรกรวมกันถือหุ้น 4 คน คนละ 25% เท่ากัน

📌 ปลายปี 2022 ตกลงกันจะปิดสาขาทองหล่อ

📌 ม.ค. 2023 เม โดนคดีพรบ. คอมโฆษณาเกินจริงลงทุน 6,000 บาททำรายได้ 15 ล้าน และคดี มีสารอันตรายในอาหารเสริม โดยคดีสิ้นสุด อัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีสารอันตราย ส่วนคดีพรบคอม ศาลตัดสินรอลงอาญา ซึ่งจะครบวันที่ 10 ตุลาคม 2025 นี้

📌 ก.พ. 2023 Facebook Primya Clinic เปลี่ยนชื่อเป็น Dermatige Clinic รวมถึงช่องทางโซเชียล และไลน์ลูกค้าทั้งหมดของ Primya Clinic (รูปในเมนท์ 1)

เมนต์ที่ 1

💥💥💥 ประเด็นนี้ มีเรื่องพูดจาไม่ตรงกัน
- เม บอกว่าหลังจากมีเรื่องคดีหุ้นส่วนเสนอให้เมลาออกจากกรรมการและฝากหุ้นไว้กับเพื่อนทั้ง 3 คน โดยทำเอกสารทั้งหมดให้ถูกต้องเหมือนขายหุ้นเพื่อเลี่ยงการเชื่อมโยงหากมีคดีฟอกเงิน แต่ยังได้รับปันผลและจริงๆก็ยังถือหุ้นดังเดิมเพียงแต่ไม่ออกหน้า

- ญาญ่าบอกว่าเมย์เสนอขายหุ้นคลินิก 25% ในราคา 300,000 บาทซึ่งทุกคนจ่ายเงินสดให้เมย์คนละ 108,000 บาท และไม่มีคอนดิชั่นซื้อคืน

📌 พ.ย. 2023 ยังปรากฏเอกสาร แชท line ที่มีการแบ่งเงินกัน 6 ล้านบาท ที่เมย์เอามาเปิดโชว์ในโหนกระแสและทนายพยายามจะเกี่ยวโยงไปว่าเป็นแชทปลอมหรือไม่ (รูปในเมนท์2)

เมนต์ที่ 2

📌 ก.ค. 2024 ปรากฏแชทไลน์ที่ทางเมย์โพสต์ถึงรายได้บริษัทสูงสุดไปจนถึง 45 ล้านบาทต่อเดือน และหลังจากเมทวงถาม ขอดูบัญชีบริษัท DMT ที่ตนมีหุ้น 25% ภายใต้ชื่อน้องสาว กลับไม่ได้ เอกสารบัญชี แต่กลับถูกเตะออกจากกลุ่มสำคัญของคลินิกทุกกลุ่ม จนไม่สามารถเช็ครายได้หรือเงินคงค้างในบริษัทที่มีหลายล้านได้(รูปในเมนท์3)

เมนต์ที่ 3

📌 ส.ค. 2024 ปรากฏแชทไลน์ ในการตกลงกันว่าจะโอนหุ้นคืนเมโดยการให้นอมินีมาถือหุ้นอย่างไรเท่าไหร่ โดยในกลุ่มนั้นปรากฏแชทไลน์ของหมอทั้งสองด้วย โดยเป็นการยื่นข้อเสนอให้ถือหุ้น 25% แต่จะไม่ได้หุ้นในสาขาใหม่ แต่ไม่ได้มีการตกลงกันเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า Dermatige(รูปในเมนท์4)

เมนต์ที่ 4

📌 ส.ค. 2024 ปรากฏ ญาญ่าหมอต่อหมอกลางเปิดบริษัทใหม่ชื่อ Dermaway ซึ่งเป็นบริษัทที่ลูกค้าสาขาใหม่โอนเงินเข้า ซึ่งบริษัทนี้ไม่มีเมหุ้น(รูปในเมนท์5)

เมนต์ที่ 5

📌 พ.ย. 2024 เม เข้าไปที่ Dermatige สาขาเลียบด่วน ( ซึ่งเคยเป็น Primya Prime มาก่อน) และได้ถูกแจ้งบุกรุก หมิ่นประมาทและพรบ คอม

📌2024-2025 เม ได้เก็บหลักฐานการใช้ทรัพย์สินของบริษัทเดิมแต่มีการโอนเงินจากลูกค้าเข้าบริษัทใหม่หรือไม่ หรือมีการใช้เงินของบริษัทเดิมเพื่อบริษัทใหม่หรือไม่ มีการปิดสาขาที่อยู่ภายใต้บริษัทที่มีมีหุ้น และเปิดสาขาใหม่ที่บริษัทที่ไม่มีหุ้นเพื่อบีบให้หุ้นของเมไม่มีค่าลงไปเรื่อยๆหรือไม่ ยังไม่อาจทราบได้

📌มิ.ย 2025 มีการปิดบัญชีและปิดบริษัทที่เมมีหุ้นภายใต้ชื่อของน้องสาว โดยที่เมบอกไม่รับรู้การประชุมนี้ ถ้ารู้เมก็ต้องไม่ให้ปิด เพราะเงินเมก็อยู่ในนั้น บัญชีก็ยังไม่เคลียร์ แต่ญาญ่าบอกว่าเมรับรู้ (รูปในเมนท์6)

เมนต์ที่ 6

📌ก.ค 2025 Dermatige เปิดสาขาใหม่ภายใต้บริษัทที่ไม่มีเมอีก 5 สาขา และกำลังจะเปิดเพิ่มเร็วๆนี้อีก 2 สาขา

ส่วนตัวนะ ผู้ลงทุนแรกคือผู้ถือหุ้น เขาคือเจ้าของบริษัท ที่แบกรับความเสี่ยงมาตั้งแต่ต้น ไม่ว่าเหตุผลอะไรก็ตามที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถทำงานในบริษัทได้ก็แค่ให้คนทำงานรับเงินเดือนไป แต่การจะเปิดบริษัทค้าแข่งในธุรกิจเดียวกัน แล้วโยกทุกอย่างไปเพื่อให้หุ้นส่วนคนนึงต้องไม่มีปากไม่มีเสียงแล้วฝ่อไปเอง ไม่ต่างอะไรกับ "โกง"หรือไม่ แต่เลือดเย็นกว่าถ้าทำกับคนที่เคยเรียกว่า "เพื่อน"

ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว และทองแท้ไม่กลัวไฟ ใครทำอะไรรู้อยู่แก่ใจแน่นอนค่ะ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...