โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

จ้าง "เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น" ไลฟ์สด ต้องใช้งบเท่าไหร่ ใครจ่ายอะไรบ้าง ?

BT Beartai

อัพเดต 14 ต.ค. 2568 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2568 เวลา 07.40 น.
จ้าง

#เทศกาลเจนนี่ ไม่เกินจริง นาทีนี้ถ้าใครไม่รู้ข่าวอาจจะกำลังตกขบวน เพราะเจนนี่ได้ฉีกทุกกฎของการไลฟ์สดเป็นที่เรียบร้อย เป็นการไลฟ์ขายของผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ซึ่งยอดขายล่าสุดใน 1 ไลฟ์มูลค่ากว่า 121 ล้านบาท วันนี้ BT beartai จะมาเปิดเรตค่าตัวของเจนนี่ และตอบคำถามแก่ผู้ที่อยากจ้าง ต้องใช้งบเท่าไหร่ รวมไปถึงเงื่อนไขของ TikTok Shop

จ้าง “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ไลฟ์สด ต้องใช้งบเท่าไหร่ ?

จากข้อมูลล่าสุดพบว่า อัตราค่าจ้างของเจนนี่ในการไลฟ์สดมีความยืดหยุ่นสูง โดยมีหลากหลายเรตเพื่อตอบสนองความต้องการของแบรนด์ต่าง ๆ ดังนี้

อัตราค่าจ้างโดยประมาณของ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น”

ดีลเร่งด่วน : เริ่มต้นที่ประมาณ 50,000 บาท ดีลนี้จะเน้นการสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) และความสนุกสนานเป็นหลัก โดยอาจไม่สามารถกำหนดวันและเวลาไลฟ์ที่แน่นอนได้ และมีเงื่อนไขเช่น หากขายสินค้าได้ครบ 1,000 ชิ้น จะเปลี่ยนไปโปรโมตสินค้าตัวอื่นทันที

แพ็กเกจแบบกำหนดรายละเอียด : สำหรับแบรนด์ที่ต้องการวางแผนงาน กำหนดเวลา และรายละเอียดที่ชัดเจน จะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นอยู่ในช่วง 150,000 – 300,000 บาท ซึ่งต้องติดต่อพูดคุยรายละเอียดกับผู้จัดการโดยตรง

คิดตามจำนวนออร์เดอร์ : อีกหนึ่งรูปแบบที่ได้รับความนิยมคือ คิดค่าใช้จ่ายตามยอดคำสั่งซื้อ เช่น 50,000 บาทต่อ 1,000 ออร์เดอร์ หากขายได้เกินเป้าและต้องการขายต่อ จะมีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มในอัตราเดียวกันไปเรื่อย ๆ ซึ่งเรตนี้ก็เคยสร้างรายได้ให้เจนนี่หลายล้านบาทจากแบรนด์ดังมาแล้ว

GMV โดยตรงคืออะไร ?

เชื่อว่าหลายคนอาจจะสงสัยว่า หน้าจอที่เจนนี่มักถ่ายมาลงในโซเชียลคืออะไร พร้อมกับตัวเลขถึงร้อยกว่าล้าน

หน้าจอนี้มีชื่อว่า หน้าจอสรุปผลลัพธ์ (Dashboard) ของการไลฟ์สดขายสินค้า ซึ่งเป็นหน้าจอที่แสดงข้อมูลประสิทธิภาพของการไลฟ์สดของแอปฯ TikTok Shop ครับ เราจะไล่กันไปทีขั้น

  • ตัวเลขใหญ่สุด คือ GMV (Gross Merchandise Value) โดยตรง หมายถึง ยอดขายรวมทั้งหมด (เป็นเงินบาท) ที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการไลฟ์สดครั้งนั้น ๆ นี่คือยอดเงินที่ลูกค้าชำระค่าสินค้าเข้ามาก่อนหักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
  • สินค้าที่ขายได้ คือจำนวนชิ้นของสินค้าทั้งหมดที่ขายไปได้ในระหว่างการไลฟ์
  • ผู้ชมก็คือจำนวนผู้ชมทั้งหมดที่เข้ามาดูไลฟ์
  • GMV/ชั่วโมง ก็คือยอดขายรวมเฉลี่ยต่อชั่วโมง เพื่อวัดประสิทธิภาพในการสร้างยอดขายในแต่ละชั่วโมงของไลฟ์
  • การแสดงผล/ชั่วโมง คือจำนวนครั้งที่ไลฟ์แสดงผลบนหน้าจอของผู้ใช้งานโดยเฉลี่ยใน 1 ชั่วโมง
Facebook : รัชนก สุวรรณเกตุ

จากรูปของเจนนี่ ทำยอดขายรวม (GMV) ไปได้ 121,872,055 บาท จากการขายสินค้า 380,650 ชิ้น และมีผู้ชม 4.49 ล้านคน ส่วนด้านล่างทำยอดขายรวม (GMV) ไปได้ 21,725,621 บาท จากการขายสินค้า 67,280 ชิ้น และมีผู้ชม 2.62 ล้านคน เป็นต้นครับ

ยอดนี้เป็นของ “เจ้าของแอ็กเคานต์” หรือ “ของแบรนด์” ?

และสิ่งที่ทุกคนน่าจะสงสัยไม่แพ้กัน คือยอดที่เจนนี่นำมาโชว์คือยอดของ “เจ้าของแอ็กเคานต์” หรือ “ของแบรนด์” ? ตัวเลข GMV ที่แสดงคือ “ยอดขายรวมของแบรนด์” ที่ทำได้ผ่านการไลฟ์สดของ “เจ้าของแอ็กเคานต์”

ยกตัวอย่างเช่น ตัวเลข 121 ล้านบาท และ 21 ล้านบาท คือยอดขายรวมของสินค้าที่เจ้าของแบรนด์เป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นรายรับเบื้องต้นของแบรนด์นั้น ๆ

และตัวเลขเหล่านี้แสดงผลในแอ็กเคานต์ของครีเอเตอร์หรือผู้ไลฟ์ หน้าจอ Dashboard นี้ เป็นหนึ่งเครื่องมือที่แพลตฟอร์ม TikTok มีให้สำหรับเจ้าของแอ็กเคานต์ (ผู้ไลฟ์/ครีเอเตอร์/อินฟลูเอนเซอร์) เพื่อใช้ดูประสิทธิภาพของตัวเองว่าสามารถสร้างยอดขายให้กับแบรนด์ได้เท่าไหร่

ซึ่งอาจจะทำให้คนเข้าใจผิดกันได้ สิ่งสำคัญเลยคือ ยอดขายรวม (GMV) นี้ ไม่ใช่รายได้สุทธิที่เจ้าของแอ็กเคานต์จะได้รับ รายได้ที่เจ้าของแอ็กเคานต์จะได้รับมาจากข้อตกลงที่ทำไว้กับแบรนด์ ซึ่งอาจจะเป็นค่าจ้างแบบเหมาจ่าย หรือค่าคอมมิสชันที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายรวมนี้อีกทีหนึ่ง

ผู้จ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?

ซึ่งนอกเหนือจากค่าจ้างโดยตรงที่ต้องจ่ายให้กับเจนนี่แล้ว ผู้จ้าง (เจ้าของแบรนด์) ยังมีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและดำเนินการในส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขายบน TikTok Shop ดังนี้

ค่าธรรมเนียม TikTok Shop

  • ค่าคอมมิสชัน (Commission Fee) : TikTok Shop จะเรียกเก็บค่าคอมมิสชันจากผู้ขาย โดยคำนวณจากราคาสินค้าหักลบด้วยส่วนลดจากผู้ขาย (ถ้ามี)
  • ค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อ (Transaction Fee) : คิดเป็นอัตราร้อยละ 3.21 (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) ของยอดรวมที่ลูกค้าชำระ (รวมค่าจัดส่ง)
  • ค่าจัดส่ง (Shipping Fee) : ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า
  • ค่านายหน้า (Affiliate Commission) : หากมีการใช้ระบบตัวแทนหรือนายหน้าเพื่อช่วยโปรโมต ผู้ขายจะต้องจ่ายค่าคอมมิสชันเพิ่มเติมในส่วนนี้

ค่าจ้างที่จ่ายให้เจนนี่ ไม่น่าจะรวม (หรืออาจจะขึ้นอยู่กับแต่ละดีล) ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของ TikTok Shop โดยปกติแล้วเจ้าของแบรนด์จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้ทั้งหมด

การยื่นภาษี

  • ภาษีเงินได้ : รายได้จากการขายสินค้าออนไลน์ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำไปคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลตามรูปแบบการจดทะเบียนของธุรกิจ
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) : หากผู้ขายมีรายได้จากการขายสินค้าเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ให้กับกรมสรรพากร

ถ้าผู้ซื้อยกเลิกออร์เดอร์จะมีผลเสียกับใคร ?

บนแพลตฟอร์ม TikTok Shop มีนโยบายการยกเลิกคำสั่งซื้อที่ชัดเจน ทั้งจากฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้จ้างต้องคำนึงถึงและต้องเตรียมรับมือ

กรณีผู้ซื้อยกเลิก

  • โดยทั่วไปผู้ซื้อสามารถยกเลิกคำสั่งซื้อได้ภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากสั่งซื้อ
  • หากเกิน 1 ชั่วโมงไปแล้ว การยกเลิกจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ขาย
  • หากผู้ขายยังไม่ดำเนินการจัดส่งสินค้าภายในเวลาที่กำหนด ผู้ซื้อสามารถยกเลิกออร์เดอร์ได้

กรณีผู้ขายยกเลิก

  • ผู้ขายสามารถยกเลิกออร์เดอร์ได้ตราบใดที่สินค้ายังไม่เข้าสู่สถานะ “จัดส่งแล้ว” อย่างไรก็ตาม การยกเลิกโดยผู้ขายอาจส่งผลต่อคะแนนความน่าเชื่อถือของร้านค้าได้

และแน่นอนว่าในการไลฟ์สดที่มียอดสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก อาจเกิดปัญหาในกรณที่ลูกค้าเปลี่ยนใจ หรือยกเลิกออร์เดอร์ในภายหลังเมื่อพบโปรโมชันที่ดีกว่าหรือเหตุผลอื่น ๆ ก็เป็นอีกความเสี่ยงที่ผู้ขายต้องบริหารจัดการสต๊อกสินค้าและต้องสื่อสารกับลูกค้าให้ดี

สิ่งที่ผู้จ้างต้องเตรียมก่อนการไลฟ์สด

เพื่อให้การไลฟ์สดเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและคุ้มค่ากับการลงทุน ผู้จ้างควรเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ดังนี้

  • สินค้าและสต๊อก : เตรียมสต๊อกสินค้าให้เพียงพอกับความต้องการที่อาจพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ข้อมูลสินค้า : เตรียมรายละเอียด จุดเด่น และโปรโมชันของสินค้าให้พร้อม เพื่อให้เจนนี่สามารถนำเสนอได้อย่างน่าสนใจและถูกต้อง
  • ทีมงานและแอดมิน : ควรมีทีมงานคอยดูแลระบบหลังบ้าน ตอบคำถามลูกค้า และจัดการออร์เดอร์ได้อย่างรวดเร็ว
  • อุปกรณ์ไลฟ์สด : แม้ว่าการไลฟ์จะมาจากฝั่งของเจนนี่ แต่การมีอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์สำหรับมอนิเตอร์ไลฟ์และตรวจสอบข้อมูลก็เป็นสิ่งจำเป็น

การจ้าง “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” มาไลฟ์สดนั้นเป็นการลงทุนที่สูง และอาจมีโอกาสสร้างยอดขายและสร้างการรับรู้ของแบรนด์ได้อย่างมหาศาลจริง แต่ก็ใช่ว่าจ้างแล้วยอดขายจะดีเสมอไป สินค้าของแต่ละแบรนด์เองก็ต้องมีมูลค่ามากพอ และมีการทำการตลาดสร้างการรับรู้มาประมาณหนึ่งแล้ว ถึงจะช่วยให้ยอดขายนั้นไปถึงเป้าที่ตั้งไว้ได้

เพราะถ้าสินค้าไม่ดี ต่อให้ขายได้เพราะคนไลฟ์ ผู้จ้างก็ต้องรับความเสี่ยงหลังจากนั้นอีกมากมายอยู่ดี ทางที่ดีที่สุดต้องมีการบริหารจัดการที่ดีด้วยและคำนึงถึงค่าใช้จ่ายแฝงต่าง ๆ ทั้งค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ภาระทางภาษี และการจัดการออร์เดอร์ เพื่อให้การลงทุนครั้งนี้เกิดประโยชน์สูงสุดครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...