มีเงิน 500,000 บาท จัดพอร์ตยังไงให้มีโอกาสโตมากกว่าตลาดระยะยาว
ถ้าคุณมีเงิน 500,000 บาทอยู่ในมือ จะทำยังไงกับเงินก้อนนี้?
ถ้าอยากให้เงินก้อนนี้มีโอกาสเติบโตมากกว่าดัชนีทั้งในช่วงตลาดขาขึ้นและขาลง ต้องมองหา “Alpha” หรือผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่มากกว่าแค่ค่าเฉลี่ยตลาด
แล้วจะทำยังไงให้เงิน 500,000 บาทนี้กลายเป็นพอร์ตที่สร้าง Alpha ได้? คำตอบอยู่ที่การจัดพอร์ตให้วิ่งทันจังหวะตลาด และมองหาโอกาสจากธีมที่มีอนาคต เพื่อไม่ใช่แค่ลงทุน แต่เป็นการลงทุนที่สร้างโอกาสให้พอร์ตโตมากกว่าตลาดให้ได้
ในบทความนี้ Finnomena Funds จะพาไปรู้จักกับพอร์ตที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ ว่าจะทำอย่างไรให้เงินก้อน 500,000 บาท สร้าง Alpha ในระยะยาวได้
All Weather Alpha Focus พอร์ตการลงทุนที่พัฒนา โดย Andrew Stotz นักวิเคราะห์การลงทุนชั้นนำ ร่วมกับ Finnomena Funds มุ่งเน้นการสร้างโอกาสในการได้ผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ในระยะยาว ทั้งในสภาวะตลาดหุ้นขาขึ้นและขาลง ดูรายละเอียดและทดลองสร้างแผนได้ที่ https://finno.me/plan-guruport-aws-ws
จัดพอร์ตยังไงให้มีโอกาสโตมากกว่าตลาดในระยะยาว
Alpha ไม่ใช่แค่ตัวอักษรกรีก หรือคำที่ใช้เรียกผู้นำผู้มีอิทธิพล แต่ในโลกการลงทุน Alpha คือ ผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่มากกว่าดัชนีชี้วัด (Benchmark) เป็นเหมือนการวิ่งแข่งที่ไม่เพียงแค่เข้าเส้นชัย แต่เข้าเส้นชัยเร็วกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน
การสร้าง Alpha คือการเลือกสินทรัพย์ จังหวะการลงทุน และการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น การลงทุนแบบกระจายหลายสินทรัพย์ (Multi-Asset) ปรับสัดส่วนแบบ Tactical Allocation ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด และค้นหาธีมการลงทุนที่มีศักยภาพเติบโตเหนือกว่าค่าเฉลี่ยตลาด
พูดง่าย ๆ คือ หากตลาดให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี แต่พอร์ตของคุณทำได้ 12% ส่วนต่าง 4% นั่นแหละคือ Alpha ที่บอกว่าพอร์ตของคุณกำลังสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มอยู่ และนี่คือเป้าหมายสูงสุดที่นักลงทุนส่วนใหญ่เฝ้าตามหา
หากคุณกำลังมองหาพอร์ตการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนได้เหนือตลาด วันนี้เราขอแนะนำให้ได้รู้จักกับพอร์ต ‘All Weather Alpha Focus (AWAF)’ ซึ่งเป็นพอร์ตการลงทุนที่ทางทีมงานของ ดร. Andrew Stotz จับมือร่วมกับทีมงาน Finnomena Funds สรรค์สร้างขึ้นมา โดยเป็นพอร์ตการลงทุนที่เน้นการสร้างโอกาสในการได้ผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ระยะยาวทั้งในสภาวะขาขึ้นและขาลงของตลาดหุ้น ผ่านกลยุทธ์ในหลากหลายสินทรัพย์ กลุ่มอุตสาหกรรม ภูมิภาค และธีมการลงทุนต่าง ๆ ตามสภาวะตลาด (Tactical Allocation) เพื่อสร้างโอกาสการทำกำไรและช่วยบริหารความเสี่ยงในภาวะตลาดขาลง
จุดเด่นพอร์ต All Weather Alpha Focus
- เน้นการสร้างโอกาสในการได้ผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ทั้งในช่วงตลาดขาขึ้นและขาลง ด้วยการปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด
- จัดสรรสินทรัพย์แบบเชิงรุก กระจายลงทุนครอบคลุมหลากหลายสินทรัพย์ อุตสาหกรรม ภูมิภาค และธีมการลงทุน เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสในการทำกำไร
- ใช้โมเดล FVMR เพื่อวิเคราะห์สินทรัพย์จากปัจจัย 4 ด้าน ได้แก่ ปัจจัยพื้นฐาน มูลค่า โมเมนตัม และความเสี่ยง เพื่อคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ
- เน้นสร้างผลตอบแทนเทียบความเสี่ยง (Sharpe ratio) ในระดับที่สูงกว่าพอร์ต All Weather Strategy
- ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 500,000 บาท และไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการจัดพอร์ตลงทุน
.
สัดส่วนการลงทุนของพอร์ต All Weather Alpha Focus
พอร์ต All Weather Alpha Focus เน้นลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ กลุ่มอุตสาหกรรม ภูมิภาค และธีมการลงทุนตามสภาวะตลาด โดยลงทุนในตราสารทุนหรือหุ้น ด้วยสัดส่วน 67% และที่เหลืออีก 33% กระจายลงทุนไปในตราสารหนี้ ทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างละ 10%, 15% และ 8% ตามลำดับ (ข้อมูลสัดส่วน ณ เดือนมิถุนายน 2569)
เจาะลึกกองทุนในพอร์ต All Weather Alpha Focus TLA-GEQ
สัดส่วนการลงทุน 25%
นโยบายกองทุน: ลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก ผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ (CIS) และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) ที่ซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ และมีลักษณะดังนี้ การลงทุนแบบเน้นประเทศเดียว (Single Country) รวมถึงกลุ่มกลุ่มยูโรโซน (Eurozone) การลงทุนที่เน้นอุตสาหกรรมเฉพาะด้าน (Global Sector Equity) หรือการลงทุนตามธีมต่าง ๆ (Thematic Investment) เช่น Robotics และ AI โดยกองทุน TLA-GEQ จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6
กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management)
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไป: ครั้งแรก 1,000 บาท ครั้งถัดไป 1 บาท
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวน คลิก
สัดส่วนการลงทุน 13%
นโยบายกองทุน: ลงทุนในกองทุน Janus Global Life Sciences Fund เป็นกองทุนหลัก (Master Fund) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ โดยกองทุน ES-HEALTHCARE’>ES-HEALTHCARE จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 7
กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่ผู้จัดการกองทุนเห็นว่าเป็นวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต (Life Sciences orientation) โดยทั่วไป Life Sciences จะเกี่ยวข้องกับการรักษาหรือการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งหมายรวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยพัฒนา ผลิต หรือ จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ที่เพื่อการดูแลตนเอง (Personal Care) ซึ่งรวมถึง Health care ยา การเกษตร เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ที่เพื่อการดูแลตนเอง (Personal Care) และเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)
กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management)
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไป: 1 บาท
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวน คลิก
สัดส่วนการลงทุน 13%
นโยบายกองทุน: ลงทุนในกองทุน Lazard Global Listed Infrastructure Equity Fund เป็นกองทุนหลัก (Master Fund) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ โดยกองทุน KKP GINFRAEQ-H จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6
กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในหุ้นต่างประเทศของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน (Infrastructure Companies)
กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management)
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไป: 1,000 บาท
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวน คลิก
สัดส่วนการลงทุน 8%
นโยบายกองทุน: ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยกเว้นประเทศญี่ปุ่นและสาธารณรัฐประชาชนจีน (ซึ่งรวมถึงเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และเขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน) โดยกองทุน TLFVMR-ASIAX จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6
กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management)
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไป: 1,000 บาท (ครั้งถัดไป 1 บาท)
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวน คลิก
สัดส่วนการลงทุน 8%
นโยบายกองทุน: ลงทุนในกองทุน Fidelity Funds – Global Technology Fund, Class YACC-USD เป็นกองทุนหลัก (Master Fund) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ โดยกองทุน B-INNOTECH จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 7
กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่มีการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือบริการ อันจะนํามาซึ่งประโยชน์อย่างสูงจากความก้าวหน้าและการพัฒนาทางเทคโนโลยี
กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management)
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไป: 500 บาท
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวน คลิก
สัดส่วนการลงทุน 8%
นโยบายกองทุน: ลงทุนในกองทุน PIMCO Commodity Real Return Fund เป็นกองทุนหลัก (Master Fund) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ โดยกองทุน SCBCOMP จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 8
กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในธุรกรรมตราสารอนุพันธ์ การทำสัญญาแลกเปลี่ยนตราสาร (swap agreement) ต่าง ๆ สัญญาฟิวเจอร์ สัญญาออปชั่น ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง หุ้นกู้อนุพันธ์ที่อ้างอิงกับดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์
กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management)
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไป: 1 บาท
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวน คลิก
สัดส่วนการลงทุน 10%
นโยบายกองทุน: ลงทุนในกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) อยางนอย 2 กองทุน (กองทุนปลายทาง) ในสัดส่วนกองทุนละไมเกิน 79% ของ NAV โดยลงทุนใน ETF ที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ เช่น ตราสารหนี้ภาครัฐ และ/หรือเอกชน ตราสารทางการเงิน และ/หรือเงิน ฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากของภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก โดยกองทุน TLA-GFIX จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 4
กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management)
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไป: 1,000 บาท
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวน คลิก
สัดส่วนการลงทุน 15%
นโยบายกองทุน: ลงทุนในกองทุน SPDR Gold Trust เป็นกองทุนหลัก (Master Fund) เน้นลงทุนในทองคำแท่งเพื่อสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำแท่งในตลาดโลก โดยเฉลี่ยในรอบบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน โดยกองทุน K-GOLD-A(A) จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 8
กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: มุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามดัชนี (Passive Management)
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไป: 1 บาท
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวน คลิก
พอร์ต All Weather Series ปรับลดเงินลงทุนเริ่มต้นขั้นต่ำเหลือ 500,000 บาท จากปกติ 500,000 บาท
พอร์ตการลงทุนที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ All Weather Alpha Focus, All Weather Strategy และ All Weather Inflation Guard
ระยะเวลาร่วมโปรโมชัน 6 มีนาคม – 30 เมษายน 2569
ดูรายละเอียดและลองสร้างแผนได้ที่ https://finno.me/plan-guruport-aws-ws
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน | ข้อมูลและการคาดการณ์ที่ปรากฏในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลในอดีตร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความสมบูรณ์แท้จริงและความแม่นยำของการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคตได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”