โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ขอบคุณที่เกิดมาให้รัก” Unconditional love ของ 9 ‘แฟนคลับ’ ผู้มองตัวเองเป็น ‘มัมหมี’ ซึ่งรัก เอ็นดู และห่วงใยเหล่าศิลปินประหนึ่งลูกที่เป็นยาใจ แค่เห็นเขายิ้มได้ ก็ต่อชีวิตให้แม่ๆ มีความสุขแล้ว

Mirror Thailand

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 00.13 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2568 เวลา 14.00 น.
ภาพไฮไลต์

โดยภาพจำ พอได้ยินคำว่า ‘มัมหมี’ บางคนอาจตีความคำนี้ไปได้ในหลายๆ ทาง ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ แต่ในงานชิ้นนี้ เราอยากชวนอ่านอีกหลายแง่มุมของการมองตัวเองเป็นมัมหมี ที่ไม่ใช่แค่การมอบความรักหรือการปกป้องศิลปินโดยไม่ลืมหูลืมตา แต่เป็นเพียงความรักเรียบๆ ง่ายๆ ที่เติมความสุขในชีวิต ‘มนุษย์ธรรมดา’ สักคนก็เท่านั้น

ว่ากันว่าบางครั้งสิ่งเรียบง่ายอย่าง ‘รอยยิ้ม’ ของใครบางคน ก็สามารถเปลี่ยนวันเศร้าๆ ให้สดใสขึ้นได้ เหมือนฟ้าหลังฝนที่ชุบชูใจ เหมือนเห็นสายรุ้งขึ้นกลางแจ้ง โดยเฉพาะรอยยิ้มของคนที่เรารัก หรือคนที่มีคุณค่าทางจิตใจ ดังนั้นประโยค “ขอบคุณที่เกิดมาให้รัก” ที่บางคนใช้บอกใครสักคน จึงเป็นอะไรที่ไม่ได้เลี่ยนเกินจริง เพราะเขาอาจพูดออกมาจากหัวใจ เมื่อคนตรงหน้าเป็นเหตุผลของการมีอยู่ของสิ่งที่เรียกว่า ‘ความสุข’ ในทุกๆ วัน เช่นเดียวกับที่เรามักจะเห็นประโยคแสดงความรู้สึกที่ว่านี้ผ่านตาบ่อยๆ ในแทบจะทุกด้อมแฟนคลับ ไม่ว่าจะศิลปิน K-Pop, T-Pop รวมถึงนักแสดง โดยหลายๆ ครั้งก็มีผู้พูดที่แทนตัวเองว่า ‘มัมหมี’ ซึ่งรักศิลปินในฐานะ ‘ลูก’ อยู่จำนวนมาก

มัมหมี เป็นคำนามใช้เรียกแฟนคลับที่สวมบทบาท ‘แม่’ ที่รัก เอ็นดู และห่วงใยเหล่าศิลปินประหนึ่งลูกที่เป็นยาใจ ไม่ได้มองศิลปินในเชิงโรแมนติกหรือเป็นแฟนทิพย์ แต่เป็นแม่ทิพย์ที่เลี้ยงลูกผ่านทางออนไลน์ คอยชื่นชม ติดตามผลงาน และส่งพลังบวกให้ลูกอยู่เสมอ รวมถึงบางคนอาจไปเชียร์ลูกที่คอนเสิร์ต หรือไปให้กำลังใจลูกตามอีเวนต์ แม้ลูกจะไม่ได้รู้จักแม่เป็นการส่วนตัว แต่รักที่ไม่มีเงื่อนไขนี้ก็เกิดขึ้นได้เพราะลูกเป็นลูก และลูกอาจกำลังมอบสิ่งดีๆ ให้แม่เกินกว่าที่เขาจะคาดคิด บางคนอาจไม่ใช่แค่เป็นกำลังใจในการใช้ชีวิต แต่กลายเป็นแรงผลักดันให้แม่อยากพัฒนาตัวเองให้เป็นคนคนหนึ่งในเวอร์ชันที่ ‘ดี’ ขึ้นด้วย

ความรักของมัมหมีต่อลูกสาว/ลูกชาย จึงเป็นอีกหนึ่งความรักที่พิเศษรูปแบบหนึ่ง เพราะแม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่มัมหมีจะคอยมองดูและอยู่ทุกการเติบโตของลูก ทั้งในวันที่ลูกยิ้มกว้างหรือกระทั่งวันยากๆ ของลูก เช่นเดียวกับลูกที่มอบรอยยิ้มให้มัมหมีทั้งในวันที่มีความสุขหรือกระทั่งวันที่เป็นทุกข์ให้กลับมาดีขึ้นได้ เนื่องในเดือนแห่งวันแม่เราชวนตัวแทนมัมหมี 9 คน ทั้งแม่น้องแจมิน NCT DREAM, แม่น้องพีพี กฤษฏ์, แม่น้องกร PROXIE, แม่น้องออม กรณ์นภัส, แม่น้องหนาว (วินเทอร์ aespa), แม่น้องน้ำปิง นภัสกร, แม่น้องภูวินทร์, แม่น้องโซฮี RIIZE และ แม่น้องวอนบิน RIIZE มาคุยถึงความรักที่มีต่อลูกๆ ว่าตั้งแต่มีพวกเขาชีวิตสดใสมากขึ้นแค่ไหน อะไรที่ประทับใจในตัวลูกที่สุด รวมถึงการตั้ง ‘ขอบเขต’ การติ่งไว้ว่าจะเป็นแม่แบบไหนที่ ‘เฮลตี้’ ทั้งต่อตัวเองและศิลปินที่รัก

แม่ออนไลน์ของ ‘แจมิน’ คือ ‘ฟ้า’ เอง

ฟ้า-ชนนิกานต์ กฤษณ์โสภี อายุ 28 ปี เธอเรียกตัวเองว่า ‘แม่นุ้เน้ก’ หรือมัมหมีของ ‘แจมิน NCT DREAM’ ซึ่งไม่กี่วันที่ผ่านมา เธอก็เพิ่งไปดูเขาที่คอนเสิร์ต THE DREAM SHOW 4 : DREAM THE FUTURE in BANGKOK ณ ราชมังคลากีฬาสถาน มาหมาดๆ และแน่นอนคอนเสิร์ตที่อบอวลไปด้วยความรักนี้จบลงตรงที่เธอเหมือนได้ชาร์จพลังใจ พร้อมใช้ชีวิตต่อให้เริ่ดที่สุด! เพื่อรอคอยให้วนกลับมาเจอเขาอีกในคอนเสิร์ตครั้งต่อไป

“พูดจริงๆ นะคะ ไม่รู้อะไรที่ทำให้มาเป็นมัมหมีน้องได้ อาจจะเป็นโชคชะตา เรียกว่าจังหวะชีวิตดีกว่าที่ทำให้ฉันกลายเป็นแม่ของเด็กคนนี้”

“การที่ได้มีลูกเป็นน้องแจมินคือยาใจสาวออฟฟิศอย่างมี๊ในแต่ละวันมาก เราคิดว่าทุกคนที่เป็นสาวออฟฟิศน่าจะประสบพบเจอกับความห่าเหวของชีวิตทำงานในแต่ละวันที่ต้องเอาชีวิตรอด บางวันเหนื่อยแบบเหนื่อยมาก บางวันอยากกรี้ดสุดฤทธิ์ แต่พอกลับบ้านมาได้เจอคลิปฯ เจอภาพ เจอโมเมนต์ลูกไปออกงานนู้นงานนี้ แค่นี้ก็ฮีลใจได้เลยจริงๆ นะ อาจจะดูเหมือนเวอร์แต่พอได้มาเป็นมัมหมีแล้วเข้าใจหัวอกแม่ของตัวเองมากขึ้นเลยว่าแค่ได้เห็นลูกก็เหมือนได้ยาชูกำลังต่อพลังงานให้ใช้ชีวิตต่อได้แล้ว”

“อีกหนึ่งสิ่งที่รู้สึกว่าพอได้เป็นมัมหมีน้องแจมินแล้วเราได้พัฒนาตัวเองมากขึ้นด้วยคือน้องแจมินมีระเบียบวินัยในการดูแลตัวเองมาก ทั้งเรื่องการกิน การออกกำลังกาย การดูแลผิวหน้า ซึ่งจริงๆ แล้วเราแม่งเป็นคนโคตรขี้เกียจเลย ครีมกันแดดก็ขี้เกียจทา บางคืนง่วงไม่ทาละครีม นอนดีกว่า แต่พอได้ฟังแจมินเล่าว่าดูแลตัวเองยังไง มีทริคอะไรบ้าง มันทำให้เราแบบเห้ย! ไม่ได้ดิ จะเป็นแม่ที่มอมได้ยังไงวะ ลูกฉันต้องไม่อายใครที่มีฉันเป็นแม่ (หัวเราะ) เป็น motivation ที่เริ่ดเลยล่ะ”

“เรื่องที่ประทับใจในตัวแจมิน จริงๆ ฉันประทับใจลูกฉันทุกอย่างอยู่แล้ว เพราะลูกฉันเป็นคนดี (หัวเราะ) แต่สิ่งที่ประทับใจน้องแจมินมากที่สุดเลยคือ mindset เรื่องการรักตัวเอง ตอนน้องมีนิทรรศการภาพถ่ายชื่อว่า NARCISSISM ในงานมีโควตนึงที่เราชอบมากๆ คือ ‘Number 0 should always be yourself’ คือเราชอบน้องมากใช่ป้ะ เราเลยยก priority ให้น้องเป็นที่ 1 อยู่แล้ว แต่น้องกลับบอกว่า เราต้องให้ ‘ตัวเอง’ มาก่อนสิ มันแบบฮือออเด็กคนนี้ แม่รักหนูจังลูกจ๋า”

“เรื่องที่อยากบอกลูกเนื่องในวันแม่คือ ขอบคุณที่เกิดมาน้า นี่ก็ไม่รู้หรอกว่าจะติ่งน้องไปถึงตอนไหนแต่ตอนนี้ที่ยังติ่งอยู่มี๊แฮปปี้มาก หนูคือยาใจของมี๊ อยากให้รู้ว่าช่วงชีวิตหนึ่งการที่ได้ชอบน้องแจมินมันทำให้มี๊มีความสุขมากๆ ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ได้ไปที่ที่ไม่คิดว่าจะไป ถ้าวันนึงไม่ได้ติ่งแล้วแต่มี๊จะไม่มีวันลืมน้องแจมินแน่นอนค่ะ”

แม่ออนไลน์ของ ‘พีพี’ คือ ‘ฟลุค’ เอง

ฟลุค-ปกรณ์ เหลืองกานนท์ อายุ 28 ปี เขาเรียกตัวเองว่าเป็นมัมหมีน้อง ‘พีพี กฤษฏ์’ ศิลปินไทยอีกคนที่เป็นที่รักและมีแม่ออนไลน์เยอะมากๆ คนหนึ่ง ซึ่งความน่ารักและความเป็นตัวของตัวเองทำให้ฟลุคโดนพีพีตก และจบลงที่เป็นมัมหมีมาหลายปีแล้ว

“จำได้เลยว่าในงาน Line TV Awards 2020 พีพีสร้างตำนานร้องเพลง Hidden Track คือตอนนั้นก็รู้จักน้องอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยรู้มาก่อนว่าพีพีร้องเพลงเพราะขนาดนี้ จนวันนั้นกลายเป็นโดนตกเต็มๆ และเฝ้ารอที่จะดูซีรีส์ของน้องสุดๆ ซึ่งพอได้ติดตามผลงานน้อง เราก็ยิ่งหลงรักหัวปักหัวปำ เขามีเสน่ห์มาก เสน่ห์มันออกมาจากตัวตน แววตา ท่าทาง เราเอ็นดูพีพีมากๆ ถึงกับไปตามรอยซีรีส์แปลรักฉันด้วยใจเธอ ที่ภูเก็ต เพราะจะเป็นโอ้เอ๋วให้ได้ หรืออย่างตอนมีคอนเสิร์ตที่อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ จำได้ว่าตัวเองร้องไห้ตอนกลับบ้าน เพราะมันเติมเต็มชีวิตสุดๆ”

“พีพีมาทำให้ช่วงที่เราทุกข์ใจที่สุดในชีวิต ผ่านไปได้อย่างง่ายๆ ตอนนั้นเป็นปีที่เราต้องแก้ thesis ซ้ำอีกปี ซึ่งเราค่อนข้างที่จะเสียใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากๆ เหนื่อยมากแล้ว กูไม่อยากเรียนแล้ว แต่เรื่องดีๆ ในช่วงนั้นที่ทำให้มีกำลังใจในการเรียนต่อก็คือพีพี จริงๆ ลูกไม่ได้สอนอะไรเราหรอก แต่เรามีการจัดการความรู้สึกที่ไม่ดีออกไปได้เพราะเขา และพีพีก็ทำให้เราอยากใช้ชีวิตต่อไป รวมไปถึงอยากเห็นเขาในวันแต่งงานมากๆ เพราะพีพีพูดเสมอว่าอยากแต่งงาน”

“ถ้าถามถึงความประทับใจ เราว่าพีพีมีความเป็นสุภาพบุรุษมากๆ เหมาะกับประโยค He’s not only 10/10 but also literally a gentleman คือทุกครั้งที่เราเห็นเขาไปทำงานกับใคร ไม่ว่าจะเพศไหน เขาจะให้เกียรติทุกคนเสมอ ทั้งคำพูดและการกระทำ อย่างบางทีคนที่ทำงานด้วยใส่ชุดที่อาจจะไม่ค่อยเซฟมาก เขาก็จะรีบยืนบังให้ หรือหาผ้ามาคลุมให้โดยไม่ต้องมีใครบอก ขนาดเราแค่มองดูผ่านโซเชียลรู้สึกใจฟูตามไปด้วยเลย”

“สำหรับเราโพแฟนคงเป็นฟีลแบบเห็นศิลปินคนนึงที่ตรงสเปคมากๆ เห็นแล้วมีความเป็นแฟนสูงมาก แต่สำหรับโพลูกอาจจะมองเขาด้วยความเอ็นดูมากๆ แบบไม่มีจินตนาการภาพว่ามาเป็นแฟนเราไรงี้มั้ง แต่แม่ขอโทษก่อนเลยรู้กกก ไม่ใช่ว่าแม่ไม่เคยมองลูกเป็นโพแฟน เคยค่ะ (หัวเราะ) มันจะมีแวบนึงแหละที่มองเขาเป็นพี่กฤษณ์ (หัวเราะ) แต่ยังไงตอนนี้สำหรับพีพี เราก็มองเขาเป็นลูกอยู่แล้ว 100% มัมหมีเลือดบริสุทธิ์!”

“เราว่าการเป็นติ่งให้สนุก คือการมีความสุขไปวันๆ ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน เพราะชีวิตเราก็เครียดพอแล้ว ให้น้องพีพีมาเติมเต็มความสุขในมุมที่เราขาดก็พอ ไม่ต้องคาดหวังในตัวเขาเกินไป อย่าไปคิดว่าน้องทำไมไม่เป็นแบบนั้น แบบนี้ เพราะเขาก็แค่คนคนหนึ่ง รู้ที่เขาอยากให้รู้ เคารพพื้นที่ส่วนตัวทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์”

“สิ่งที่อยากบอกกับพีพีคือ เป็นตัวของตัวเองต่อไปนะลูก และมีความสุขในทุกๆ วันนะ ขอบคุณพีพีมากที่ทำให้ชีวิตสาวอาร์ตไดฯ วัย 28 ยิ้มได้แม้จะโดนแก้งานหรือรื้องานแสนรอบ แม่เห็นลูกพีมาตั้งแต่เป็นพีพีอัสสัมชัญ ตอนซีรีส์รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ซีรีส์แปลรักฉันด้วยใจเธอ 2 ซีซัน และหนัง ซองแดงแต่งผี ขอบคุณน้องพีพีมากๆ บางวันแม่ยิ้มได้ก็เพราะลูกให้สัมภาษณ์ว่าพีไม่ได้ท้อง (หัวเราะ) และแม่คนนี้จะคอยมองความสำเร็จของหนูผ่านคอนเสิร์ตที่แม่ไป หรือจอต่างๆ ที่แม่เห็นเสมอนะ ขอให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง แต่ไม่ต้องเป็นความหวังของแม่นะรู้ก แม่ไม่ได้หวังอะไร แค่พีเป็นตัวพีแบบนี้ สุขภาพร่างกายแข็งแรง แม่ก็มีความสุขมากๆ แล้วจ้า”

แม่ออนไลน์ของ ‘กร’ คือ ‘แปมแปม’ เอง

แปมแปม อายุ 30 ปี เป็นมัมหมีน้อง ‘กร PROXIE’ เธอเป็นหนึ่งใน USER (ชื่อแฟนคลับวง PROXIE) ตัวยงที่ตามซัพพอร์ตกรทั้งในโซเชียลฯ รวมถึงไปให้กำลังใจในหลายๆ อีเวนต์และคอนเสิร์ตของเขา เธอบอกว่าการมีอยู่ของกรทำให้เธอเป็นคนที่ยิ้มง่ายขึ้นเยอะ

“เริ่มแรกเลยคือเราโดนกรตกจากรายการวาไรตี้ PROXIE Arcade แล้วเด็กคนนี้โดนเส้นเรามาก คือมีเล่นเกมแข่งกันแล้วนางกินเมล็ดแตงโมทั้งเปลือก! แบบเคี้ยวเลยโดยที่ไม่รู้เพราะไม่เคยกินมาก่อน จังหวะนั้นคือเอ็นดูเลยทันที (หัวเราะ) จากนั้นก็บอกเพื่อนว่าขอไปเจอตัวจริงหน่อยสักครั้งแล้วจะพอใจ ก็เลยได้ไปดูเพอร์ฟอร์มที่สยาม สรุปคือ ครั้งเดียวไม่มีจริง น้องน่ารักมากกก! เก่ง เหงื่อแตกทั้งตัวแต่สู้มาก ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ก็ตามมา 3 ปีแล้ว”

“เราว่าเรายิ้มง่ายขึ้นในวันที่ชีวิตมีปัญหา แค่เขามาลงไอจี เราก็ยิ้มแล้ว เหมือนเรามีความสุขในชีวิตเพิ่มมาอีก 1 อย่าง แต่ไม่ได้ให้มาเป็นทุกอย่างในชีวิตนะ เพราะกรเคยบอกว่า ‘ต้องมีความสุขให้ได้โดยที่ไม่มีกร ต้องรักตัวเองก่อนถึงจะมารักกรได้’ เราเลยรู้สึกรักตัวเองได้มากขี้นด้วย อยากเป็นคนที่ทำงานเก่งๆ หาเงินมาเลี้ยงลูกกร เวลาไปไหน เห็นของที่เหมาะกับเขาก็อยากซื้อไปฝาก เห็นของกินยังคิดเลยว่าอันนี้กรชอบกินแน่ๆ เพราะนางกินเก่ง!”

“เราชอบที่กรใส่ใจแฟนคลับทุกคนเสมอ ไม่ได้มีแฟนคลับคนโปรด ทุกคนเท่ากัน เวลาไปงานก็จะคอยถามว่าร้อนไหม ทำท่าพัดให้ (ถึงมันจะส่งมาไม่ถึงก็เถอะลูก) คอยถามว่าแฟนคลับกินอะไรหรือยัง และน้องจะคอยพูดเสมอว่าถ้าไม่มียูสเซอร์ก็จะไม่มีพ้อกสีวันนี้ เหมือนต่อให้น้องจะดังขึ้นแค่ไหน น้องก็ยังนึกถึงแฟนคลับเสมอ เคยมีคนบอกว่า ถ้าเรามองโพลูก ต่อให้ศิลปินจะมาคุกเข่าขอแต่งงานตรงหน้า เราก็จะบอกให้ลุกขึ้นมาเดี๋ยวเข่าช้ำ เรารู้สึกว่าความต่างคือพอเป็นโพลูก เราจะมองว่าเขาน่าเอ็นดูมากๆ ต่อให้สูง 180 ซม. แต่ในสายตาเรานางเป็นถั่วงอก (หัวเราะ) เราอยากให้เขาได้รับแต่อะไรดีๆ ไปได้ไกลๆ มองเขาประสบความสำเร็จ อาจจะฟีลเดียวกับตอนแม่อยากเห็นเรารับปริญญามั้ง ถึงอย่างนั้นเราคิดว่าก็อย่า babying มากเกินไป ถึงเราจะเอ็นดูแค่ไหน ก็ต้องคิดไว้ตลอดว่าเขาไม่ได้เด็กเท่าในฟิลเตอร์ตาเรา เขาทำผิดได้ จะไม่เป็นมัมหมีที่ปกป้องลูกโดยไม่สนความจริง ถ้าผิด เขาก็ต้องรับผิดชอบและเรียนรู้สิ่งที่ทำ จะได้โตขึ้นด้วย”

“มีคนบอกว่ากรเป็นคนเก่งเยอะแล้ว แบ่งเวลาเก่ง ทำงานเก่ง แต่เราอยากบอกว่ากรจะเก่งหรือไม่เก่งก็ได้เลย วันไหนอยากเป็นแค่กร ที่นอนอยู่บ้านเฉยๆ ก็ได้ อยากให้กรทำทุกอย่างที่อยากทำ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางไหน มีแม่เยอะแยะไม่ใช่แค่เรา ที่คอยซัพพอร์ตเสมอ ไม่ต้องกลัวใครผิดหวัง แค่กรรู้ว่าทำอะไรอยู่ก็พอ รู้ว่ากรเป็นคนมี goal ในชีวิตชัดเจน เห็นภาพอนาคตเสมอ แต่ถ้าวันไหนเส้นทางมันไม่เหมือนที่คิดไว้ก็ไม่เป็นไรเลย กรเพิ่งอายุ 22 เอง อยากให้ได้ใช้ชีวิตแบบที่เด็กคนหนึ่งจะได้ใช้แบบเต็มที่ก็พอ”

แม่ออนไลน์ของ ‘ออม’ คือ ‘พิม’ เอง

พิม อายุ 27 ปี เป็นมัมหมีของน้อง ‘ออม กรณ์นภัส’ นักแสดงจาก ใจซ่อนรัก และ เพียงเธอ แม่ออนไลน์คนนี้มีออมเป็นเซฟโซน เพราะออมจุดไฟให้กลับมามีแพสชันในการใช้ชีวิตได้อีกครั้ง นี่จึงเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไขสำหรับพิม เพราะ “การได้รักน้องออมไม่เคยเสียใจสักวัน”

“สิ่งที่ทำให้กลายมาเป็นมัมหมีน้องออม เพราะน้องออมดูเป็นเด็กดี คิดดี ทำดี จิตใจดี มีมารยาท มีสัมมาคารวะ เป็นที่รักของผู้ใหญ่ เป็นที่รักของคนรอบๆ ข้าง และ appreciate คนอื่นๆ appreciate ทุกอย่างที่แฟนคลับตั้งใจทำให้ จะบอกว่าชีวิตก่อนหน้าจะมาเป็นมัมหมีน้องออม ช่วงนั้นพิมใช้ชีวิตยากมากนะ มันไม่ถึงขั้นตกต่ำหรือดิ่งดาวน์ แต่มันเป็นช่วงหมดแพสชัน และ burnout กับทุกเรื่อง แต่พอเลื่อนผ่านซีรีส์ใจซ่อนรัก เลยตามดู กลายเป็นว่าโดนน้องออมตกจริงๆ คลิปฯ ที่น้องฝากญาติไว้กับแฟนคลับ กับคลิปฯ ที่น้องคุยกับแฟนคลับ เรามองว่าแบบเอ้ย เด็กคนนี้มันสดใสจังวะ เป็นเด็กที่น่ารักกับแฟนคลับมากๆ หลังจากนั้นก็กลายเป็นมัมหมีน้องออมเต็มตัว ชีวิตหลังเจอน้องออมรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขง่ายมากขึ้นเยอะ พูดเวอร์ๆ คือน้องออมเหมือนเป็น safe zone จะเหนื่อยงาน เครียดเรื่องปัญหารอบข้าง ใจมันไม่อยากเอาอะไรแล้ว แต่น้องออมทำให้ใจพิมมั่นคงขึ้น ออมสามารถทำให้พิมลืมเรื่องไม่ดีหลายๆ อย่างรอบตัวไปพักนึงได้ เหมือนเหนื่อยกับอะไรมากๆ เราสามารถพักเบรกทุกอย่างมาพักใจ พักความรู้สึกกับน้อง แล้วค่อยกลับไปจัดการเรื่องนั้นต่อได้ จะเรียกว่า แวะเติมน้องออมก่อนออกไปใช้ชีวิตก็ได้”

“ก่อนเจอน้องออมยอมรับเลยว่าพิมเป็นคนไม่ค่อยรักตัวเองเท่าไหร่ ยังไม่เห็นเป้าหมายในชีวิตตัวเองที่ชัดเจน แต่พอเจอน้องออมคือเราอยากเป็นคนที่ดีขึ้นจริงๆ นะ เริ่มหันมาดูแลสุขภาพตัวเองบ้าง เที่ยวน้อยลง คือมันยังไม่ได้ดีขนาดนั้นแต่มันมีความคิดริเริ่มอะไรแบบนี้ตอนเป็นมัมหมีน้องออม เหมือนน้องออมยังไม่เคยทำให้เราผิดหวังในตัวน้องเลยสักครั้ง ตัวเราเองก็ไม่อยากทำให้ใครมาผิดหวังในตัวเราด้วยเหมือนกัน”

“สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเป็นมัมหมีคือ พอเราหวังดีกับเขามากๆ บางทีเราก็เกิดความคาดหวังว่าเขาจะต้องเป็นแบบที่้เราคิด ซึ่งจริงๆ เราไม่มีสิทธิ์คาดหวังขนาดนั้น ให้เขาได้เป็นตัวของตัวเอง แสดงความเป็นธรรมชาติออกมาดีกว่า ซึ่งน้องออมมีสิ่งนั้นอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ทำให้มัมหมีอย่างเรารักเขานั่นแหละ อยากบอกน้องออมว่ายิ้มเยอะๆ นะ เป็นเด็กที่น่ารักแบบนี้ไปนานๆ ที่หนูทำอยู่ทุกวันนี้มันดีมากๆ แล้ว อย่าไปใส่ใจสิ่งที่ทำให้หนูไม่สบายใจ รู้สึกแย่ มีคนที่รักหนู เชื่อมั่นในตัวหนูเยอะมากๆ รักมากๆนะลูก ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่า การได้รักน้องออมไม่เคยเสียใจสักวันจริงๆ”

แม่ออนไลน์ของ ‘น้องหนาว’ คือ ‘เอม’ เอง

เอม อายุ 26 ปี เป็นมัมหมี ‘น้องหนาว’ หรือ ‘วินเทอร์’ จากวง aespa ตกหลุมรักน้องหนาวตั้งแต่วันแรกที่ค่ายปล่อยรูปทีเซอร์เดบิวต์ และต่อมาเธอก็กลายเป็นผู้ปกครองออนไลน์ไปโดยปริยาย

“น้องหนาวเหมือนรักแรกพบ เราเห็นหน้าแล้วก็รู้เลยว่านี่แหละเมนเรา! ช่วงแรกเราก็ติดตามน้องปกติไม่ได้ใส่ฟิลเตอร์ลูกสาวอะไร แต่พอตามดูผลงานไปเรื่อยๆ นอกจากการแสดงบนเวที ก็ได้เห็นน้องในมุมอื่นๆ มากขึ้น เช่น เสียงพูดของน้องที่น่ารัก เวลาน้องทำหน้างอนๆ ก็น่าเอ็นดู MY (ชื่อแฟนคลับของ aespa) หลายๆ คนจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า น้องหนาวยังเล็กอยู่มาก ซึ่งเราก็เห็นด้วย นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นมัมหมี”

“ตั้งแต่เป็นมัมหมีน้องหนาว ทำให้รู้ว่าตัวเองก็สามารถมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ได้เหมือนกัน อย่างเวลาเหนื่อยจากงาน แค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเจอน้องก็มีแรงทำงานต่อ หรือช่วงไหนที่รู้สึกไม่ดี ก็เปิดคอนเทนต์ของน้องดู มันก็ทำให้เราหลุดจากความรู้สึกไม่ดีนั้นได้ ในช่วงที่ผ่านมาน้องทำงานหนักมาก แต่น้องก็ยังคอยส่งข้อความหาแฟนคลับ มาไลฟ์ด้วยเอเนอร์จี้ดีๆ ทำให้เราได้รับพลังงานดีๆ สิ่งนี้ทำให้เราอยากเป็นอีกคนที่ส่งต่อพลังดีๆ ให้คนรอบข้างเหมือนที่น้องทำกับแฟนคลับเสมอไปด้วย”

“น้องหนาวเป็นคนที่ทำให้เราประทับใจอยู่ตลอด น้องรู้ว่าอะไรเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด เวลาเราได้ดูคอนเทนต์เบื้องหลัง น้องจะมีไอเดียปรับท่าเต้นต่างๆ ที่น้องรู้สึกว่าน่าจะโอเคกว่าอยู่เสมอ ซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาดีมาก เป็นที่พูดถึงในหมู่แฟนคลับอยู่หลายครั้ง”

“การที่เราเป็นมัมหมีของศิลปิน จะต้องรู้ไว้ตลอดว่ามัมหมีคือโรลหนึ่งในการติ่งศิลปิน เราไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเขา เพราะฉะนั้นมัมหมีต้องมีขอบเขตในการติ่งของตัวเอง สามารถแยกได้ว่านี่คือบทบาทที่ไว้ใช้เล่นในด้อมไม่ใช่ความเป็นจริง สิ่งที่มัมหมีอย่างเราต้องระวังเลยคือความอินเกินจนไม่สามารถแยกออกได้ว่าสิ่งไหนคือความจริงหรือจินตนาการที่เราสร้างขึ้นมา เราต้องตระหนักรู้อยู่ตลอดว่าศิลปินคือคนคนหนึ่งที่อายุพอๆ กับเรา ไม่ใช่ 2-3 ขวบ แบบที่เราวางโพไว้”

“สมมติวันหนึ่งมีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับศิลปิน สิ่งที่ควรทำคือลบบทบาทมัมหมีออกไป แล้วพิจารณาแบบไม่ไบแอสดูว่า สมควรที่จะให้โอกาสหรือซัพพอร์ตต่อไปไหม ถ้าทุกอย่างมันออกมาชัดเจนแล้วว่าเขาทำผิด ก็ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธความจริงเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ แต่ควรยอมรับว่าศิลปินก็มีด้านที่ไม่สมบูรณ์แบบเหมือนกัน ถ้าเราไม่แยกแยะบทบาทมัมหมีแล้วเลือกที่จะแก้ต่างให้ศิลปินในเชิงว่าลูกฉันเป็นคนดี คนอื่นก็จะมองว่ามัมหมีศิลปินคนนี้มีตรรกะแปลกๆ รักลูกจนไม่รู้ถูกผิด เป็นมัมหมีทั้งทีก็ควรต้องเป็นมัมหมีที่มีสติด้วย”

“ในฐานะมัมหมีออนไลน์ของน้องหนาว ขอให้น้องหนาวมีความสุขในสิ่งที่ทำทุกๆ วัน ได้ใช้ชีวิตในแบบที่อยากใช้ทั้งในฐานะของศิลปิน และบุคคลธรรมดาคนหนึ่ง สำคัญที่สุดขอให้น้องหนาวสุขภาพแข็งแรงมากๆ จะได้มีแรงทำตามแพสชันของน้องไปอีกนานๆ ขอบคุณที่มอบผลงานและพลังงานที่ดีให้กับเราอยู่เสมอ”

แม่ออนไลน์ของ ‘น้ำปิง’ คือ ‘เอิร์น’ เอง

เอิร์น อายุ 27 ปี เป็นมัมหมีของน้อง ‘น้ำปิง นภัสกร’ นักแสดงหนุ่มผู้เป็นที่รู้จักจากบทบาท ‘เขมจิรา’ ในซีรีส์มาแรง ‘เขมจิราต้องรอด Khemjira The Series’ หรือบางคนก็จำเขาได้จากประโยคสุดไวรัล “ชีเสิร์ฟ ชีตี ชีรับ ชีเหวี่ยง ชีบล็อก ชีตบลงปึ้ง สนามปั้ง คนดูเก็ต!” ซึ่งเอิร์นก็บอกว่า คาแรกเตอร์สดใสและพูดเก่งของน้ำปิง ทำให้เธอต้องกรอกใบสมัครเพื่อเป็นมัมหมีน้องน้ำปิงในทันที

“ตอนแรกโดนน้ำปิงตกจากการสัมภาษณ์สื่อ คือนี่นั่งไถ TikTok ยันตี 3 ทุกวัน เพราะนั่งดูคลิปฯ น้ำปิง (หัวเราะ) เด็กอะไรไม่รู้คลังศัพท์เยอะมาก คือน้องเป็นเด็กหัวไวแล้วก็พูดไปเรื่อยจนใน TikTok ยังขึ้นคำค้นหาว่า น้ำปิงพูดไปเรื่อย ซึ่งมันเป็นการพูดไปเรื่อยที่ดีนะ เพราะมันทำให้คนฟังเอ็นดูแล้วก็ยิ้มได้ หลังจากนั้นก็ได้เห็นทัศนคติของน้องมาเรื่อยๆ เลยรู้ว่าบางทีเด็กคนนี้ก็ไม่ได้พูดไปเรื่อยอย่างเดียว เวลามีเรื่องจริงจังน้องก็พูดออกมาได้ดี คือทุกคำที่พูดน้องมันคิดมาดีแล้ว เลยยิ่งรักน้องมากกว่าเดิม บวกกับรอยยิ้มตาหยีของน้ำปิงคือยาใจของมัมหมี”

“น้องทำให้คนที่ไม่ชอบออกจากบ้านวันเสาร์-อาทิตย์แบบเราออกจากบ้านได้ เพราะเราเป็นคนไม่ชอบเจอคนเยอะ เพราะการไปตามศิลปินแบบที่ต้องไปพบเจอฝูงคนสำหรับเรา (ยกเว้นคอนเสิร์ต) คือมันเหนื่อยและต้องใช้ความอดทนสูงมาก คือคนที่มาตามน้องมันมีร้อยพ่อพันแม่ เวลาเจออะไรที่รู้สึกว่ามันไม่โอเคสำหรับเรา บางทีก็ต้องพยายามใจเย็นแล้วก็ยอมทิ้งความรู้สึกเหนื่อยตรงนั้นออกไปเพื่อไปเจอน้อง ไหนจะเรื่องกล้าไปไหนมาไหนคนเดียวอีก เพราะบางทีเพื่อนก็ไม่ได้ว่างไปตามกับเราทุกงาน มีบางทีไปแบบเหงาๆ เลย เป็นอะไรที่ว้าวกับตัวเองอยู่เหมือนกัน แค่เจอหน้าน้องก็หายเหนื่อยแล้ว”

“งานแรกที่ตัดสินใจไปตามน้องกับเพื่อน คือยอมลางานช่วงเย็นเพราะอีเวนต์นี้ คือสู้ชีวิตมาก เป็นงานดูหนังที่เขาจะชวนศิลปินมาร่วมดูหนังแล้วก็เล่นเกมกับแฟนคลับ ช่วงแรกที่น้องมาถ่ายรูปตรง backdrop น้องไล่มองแฟนคลับทุกคน คือเรากับเพื่อนเห็นเลยว่าน้องพยายามมองลอดช่องเล็กๆ มาบ๊ายบายให้กัน กรี๊ดกันอยู่ตรงนั้นเงียบๆ 3 คน แค่นี้ก็ประทับใจแล้ว พอถึงช่วงจบงานเขาจะให้แฟนคลับออกมานั่งรอเจอน้องด้านนอกโรง ตอนนั้น culture shock มาก เพราะด้อมน้องๆ นั่งกันเป็นระเบียบ เรียงแถวกันเรียบร้อย แล้วก็ไม่มีคนเสียงดังหรือตะโกนโหวกเหวกโวยวายอะไรเลย ทุกคนกรี๊ดกันเงียบ จนเราต้องหันไปถามแฟนคลับน้องว่า ด้อมน้องเงียบแบบนี้เป็นปกติเลยหรอคะ เขาเลยถามว่าเรามาครั้งแรกหรอ ก็เลยได้คุยกันนิดหน่อย พอถึงช่วงที่น้องออกมาเดินทักทายแฟนคลับ มันมีจังหวะนึงที่น้องพูดขึ้นมาว่า ‘มีบางคนเพิ่งเคยมากันใช่ไหม’ เรากับเพื่อนก็มองหน้ากันละว่า เห้ย น้องจำแฟนคลับได้ทุกคนเลย แฟนคลับคนข้างๆ ที่เราคุยด้วยตอนแรกเขาก็ชี้ๆ มาทางเรากับเพื่อนแล้วก็บอกว่า ‘คนนี้ๆ เพิ่งมาครั้งแรก’ น้องก็ยิ้มตาหยีใส่ ชูนิ้วโป้งเยี่ยมๆ ให้ แล้วก็บอกว่า ‘มาอีกนะ’ จังหวะนั้นคือตายหมู่ทั้งเรากับเพื่อนเลย จบงานออกมายืนร้องไห้ปาดน้ำตากับเพื่อนหน้าโรงหนังอยู่อย่างงั้น เพราะตั้งแต่ตามศิลปินมาทั้งชีวิต ไม่เคยเจอใครที่ appreciate กับการมีอยู่ของแฟนคลับได้เท่าน้องเลย”

“คนเป็นแม่มันไม่อยากได้อะไรตอบแทนเลย แค่เห็นลูกมีความสุข ได้ทำในสิ่งที่ชอบ กินอิ่ม นอนหลับ ไม่มีเรื่องให้กังวล ไม่อยากให้ลูกเจออะไรที่ร้ายๆ เลยสักนิดเดียว คือทะนุถนอมมากกกกก หนูไม่ต้องทำอะไรให้แม่เลยลูก แม่จะทำทุกอย่างให้หนูเอง”

“เราไม่อยากเป็นมัมหมีที่ใจร้อน น้องพูดอยู่เสมอว่าน้องปกป้องตัวเองได้ น้องไม่ยอมให้คนมาเอาเปรียบแน่นอน และเป็นคนที่ทำให้แฟนคลับทุกคนมั่นใจว่าเขาดูแลตัวเองได้ดี คือตั้งแต่เป็นแฟนคลับน้ำปิงมาแทบไม่ต้องเหนื่อยไปเถียงอะไรกับใครเลย แถมการที่เราไปด่าคนอื่นหรืออารมณ์ร้อนใส่ใครกลับมันไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์มันดีขึ้นด้วย น้องเคยออกมาเตือนแฟนคลับตัวเองด้วยซ้ำ เพราะไม่อยากให้คนอื่นมองเราไม่ดี ซึ่งเราก็คิดว่าดีมากนะ มันทำให้เรารู้ว่าเราควรปกป้องน้องแบบไหน แบบไหนที่พอดี หรือแบบไหนที่ถ้ามากไปกว่านี้มันอาจจะไม่ดีทั้งกับตัวเราและตัวน้อง”

“ไม่ว่าน้ำปิงจะทำอะไร อยู่ที่ไหน หรืออยู่กับใครก็ขอให้น้ำปิงมีความสุขกับทุกอย่าง มัมหมีพร้อมจะสนับสนุนทุกเส้นทางที่น้ำปิงเลือก ไม่ต้องกังวลเลยว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันดีพอหรือยัง เพราะเชื่อว่าทุกอย่างที่น้ำปิงทำ น้ำปิงทุ่มเทให้กับมันในทุกเรื่องอยู่ตลอด และทุกความพยายามของน้ำปิงทุกคนรับรู้ได้เสมอ มัมหมีจะคอยอยู่ข้างๆ ในทุกวัน แม้แต่วันที่น้ำปิงมีน้ำตาอาจจะด้วยความสุขหรือความทุกข์ก็ตาม รักน้ำปิงน้า”

แม่ออนไลน์ของ ‘ภูวินทร์’ คือ ‘หนูนา’ เอง

หนูนา อายุ 27 ปี เป็นมัมหมีน้อง ‘ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน’ นักแสดงจาก GMMTV หลังจากที่ก่อนหน้านี้หนูนาเป็นติ่งเกาหลีมาตลอด แต่ภูวินทร์กลับกลายเป็นหนึ่งในศิลปินไทยที่ทำให้เธออยากมาติดตามเขาไปนานๆ ในฐานะแม่ออนไลน์

“เรามาเป็นมัมหมีภูวินทร์เพราะการแสดงและเสียงร้องของเขา เรารู้สึกว่าเขาน่าดึงดูดและสะกดจิตเรามาก เป็นคนที่มีเสน่ห์สุดๆ จากเรื่องแรกที่เราติดตามดูจนถึงปัจจุบัน ภูวินทร์เป็นคนที่พัฒนาตัวเองได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จึงทําให้เราอยากรู้จักเขามากขึ้น และกลายเป็นว่าติดตามดูผลงานทุกเรื่องตั้งแต่นั้นมา”

“ในการที่เราชื่นชอบลูกชายของใครสักคนที่ถูกเลี้ยงดูและเติบโตมาอย่างดี แน่นอนว่าชีวิตเราเปลี่ยนไป แต่เปลี่ยนไปในทางที่ดีนะ สิ่งที่เราต้องปรับเลยอย่างแรกคือในเรื่องของตารางงานของภูวินทร์ที่แฟนคลับอย่างเราจะดูว่าวันนี้เขามีงานที่ไหนบ้าง คอยตามแท็ก เทรนแท็กเพื่อทำให้เขาได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และอย่างที่สองที่ต้องมีคือสกิลในการกดบัตรคอนเสิร์ต/กดบัตรแฟนมีต ล่าสุดได้ไปดูคอนเสิร์ตงาน LOL Fan Fest 2025 มา ประทับใจในตัวภูวินทร์มากกว่าเดิมอีก และอย่างสุดท้ายคือ การได้รู้จักเพื่อนใหม่ในสังคมที่กว้างกว่าเดิม ถือเป็นสิ่งที่ดีที่เราได้ออกมาจากเซฟโซนของตัวเอง”

“ตั้งแต่ได้ติดตามภูวินทร์หรือการที่เราจะติ่งใครสักคน ถ้ามองในความเป็นจริงของติ่ง เราก็เหมือนทํางานหาเงินเพื่อมาติ่ง เป็นวนลูปไปแบบนี้เรื่อยๆ แต่ในทางด้านจิตใจ ภูวินทร์เหมือนเป็นยา คอยฮีลใจให้กับสิ่งที่เราได้เจอมาในชีวิตประจำวัน เรารู้สึกว่าเราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อรอดูผลงานของลูกเรา ทําให้เรามีกําลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยๆ เราติ่งใครสักคนเพราะเราต้องการหาความสุขจากเขา เขาคือบุคคลที่สร้างความจรรโลงใจให้กับเรา เปรียบเสมือนข้อแลกเปลี่ยนระหว่างแฟนคลับกับศิลปินกลายๆ และเขาเป็นคนที่ทําให้เราผ่านเรื่องราวแย่ๆ มาได้ในแต่ละวัน เพียงแค่เราดูรูปภาพของเขา ก็ทําให้เรามีความสุขแล้ว และการที่เราได้ติดตามผลงานของเขามันก็ทําให้เราอยากพัฒนาตัวเองให้เก่งได้สักครึ่งหนึ่งของเขา จริงๆ การเป็นติ่งถือเป็นแรงผลักดันในการใช้ชีวิตหลายๆ เรื่องเลยแหละ”

“จริงๆ เราประทับใจในความสามารถของภูวินทร์มาตั้งแต่ภูวินทร์ยังเด็ก ไม่ว่าจะเรื่องร้องเพลงหรือการแสดงที่ไม่ว่าจะได้รับบทบาทอะไรมาก็สามารถพัฒนาตนเองและทําได้ดีมาโดยตลอด เรารับรู้ได้ถึงความรู้สึกและความตั้งใจในแต่ละคาแรกเตอร์ที่ภูวินทร์ถ่ายทอดออกมา รวมถึงเสียงร้องเพลงในละครเวทีจากเด็กที่ร้องเพลง Do-Re-Mi จากเรื่อง The Sound of Music จนมามีเพลงเดี่ยวเป็นของตัวเอง รวมทั้งได้พากย์เสียงภาพยนตร์อีกด้วย ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสุดๆ”

“จริงๆ การเป็นมัมหมีไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของขอบเขตในการติ่งมากกว่าที่เราจะต้องตระหนักและระมัดระวังไม่ทําให้ศิลปินอึดอัดใจมากเกินไป เราต้องเคารพขอบเขตของกันและกันให้อยู่ในความพอดี การเป็นติ่ง เราต้องยอมรับว่าเราเข้าไปในโลกของเขาที่เขาได้สร้าง ได้ถ่ายทอดออกมาให้เราได้เห็น แต่เราไม่อาจละเลยเส้นแบ่งเขตของคําว่า ‘ส่วนตัว’ ในความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและแฟนคลับได้ เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีโลกเป็นของตนเอง สิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งคือ การติดตามนอกตารางงาน หรือตามในสถานที่ที่ไม่ควรตาม”

“ขอบคุณที่เกิดมาให้ได้รู้จัก ขอบคุณที่ทําให้ได้รักลูกชายของใครสักคนที่ถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี ขอให้ภูวินทร์มีความสุขในทุกเส้นทางที่เลือกเดิน ไม่ว่าในอนาคตจะทําอะไร อยู่ที่แห่งใดบนโลกใบนี้ ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ คอยอัพเดตตัวเองลงโซเชียลบ้าง ไม่ห่างหาย แค่นี้แฟนคลับอย่างเราก็มีความสุขแล้ว แค่อยากให้รู้ไว้ว่ามีคนคอยสนับสนุนและซัพพอร์ตห่างๆ อยู่เสมอนะ”

แม่ออนไลน์ของ ‘โซฮี’ คือ ‘อาร์ต’ เอง

อาร์ต อายุ 27 ปี บอกว่า “เป็นมัมหมูน้องโซฮี วง RIIZE จาก SM Entertainment ค่าาาาา” และนี่คือความรักของเขาที่มีต่อลูกรัก

“เราชอบโซฮีตั้งแต่การเปิดตัววง RIIZE ภาพลักษณ์ของน้องโซฮีมีความ pure มากๆ หน้าตาคือมีความ unique สุดๆ แบบเด็กสดใสน่ารักแต่ก็มีความเท่ในเวลาเดียวกัน และหมัดฮุกเลยคือเสียงที่มีเสน่ห์มากๆๆๆๆๆ ของน้องโซฮี เพราะเราเป็น pink blood (สแตนค่าย SM) และส่วนมากก็จะติ่ง vocal line ของตึกชมพูมาโดยตลอด (หัวเราะ) แต่มันว้าวตรงที่ความฝันจริงๆ คือน้องอยากเป็นศิลปิน น้องเคยเป็นเทรนนีที่ SM ปี 2020 แล้วออกไป แล้วน้องก็ไปสอบติดมหาวิทยาลัยปี 2021 ซึ่งคือ music major ที่ Howon University ในอัตราการแข่งขันที่สูงมาก และสุดท้ายปี 2022 น้องก็กลับเข้ามาที่ SM ใหม่ เพื่อเดบิวต์กับวง RIIZE ในปี 2023 เลยทำให้เรารู้ว่าแพสชันในด้านดนตรีของลูกเรามันสูงมากจริงๆ เสียงน้องโซฮีคือกินขาดอยู่แล้ว แต่พอเห็นลูกเราเต้นเมื่อไหร่ คือว้าวอีก!!!! ทำให้สำหรับเราน้องโซฮีคือ all-rounder ของหม่าม๊ามากๆ”

“รู้สึกว่ามีความสุขในแต่ละวันขึ้น ประโยค 'ศิลปินคนโปรดช่วยฮีลใจ' คือมันมีจริงๆ นะทุกคน เราเคยเลิกงานมาร้องไห้ นอยด์ ดิ่งดาวน์มากๆๆๆๆ ตอนช่วงค่ำ แต่พอดึกๆ ไถฟีด หรือได้ดูคอนเทนต์แล้วเห็นลูกเรา มันทำให้เรามีแรงจริงๆ และน้องโซฮีเป็นคนที่ไม่เคยห่วงภาพลักษณ์ตัวเองเลย คือลูกเราชอบนารูโตะมากๆ และความชอบนั้นน้องไม่เคยจะอายที่จะ express ออกมาให้พวกเราได้เห็นเลย มันทำให้เราเอ็นดูแบบลูกคนนึงจริงๆ การติ่งมันทำให้เราได้ฝึกความอดทน ฝึกการมีระเบียบในการใช้ชีวิต ฝึกการ management ทางการเงินและงานด้วย มันเหมือน domino effect เพราะสิ่งต่างๆ มันทำให้เราคิดไปถึงการวางแผนในชีวิตระยะยาวเลย”

“น้องเคยพูดไว้ว่า ‘เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว สมาชิกต้องเดินไปด้วยกันไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนก็ตาม’ มันทำให้เราประทับใจมากๆ ที่น้อง appreciate การมีอยู่ของวงเสมอ หลายๆ คนอาจจะได้รับรู้ข่าวของวง เราจึงอยากซัพพอร์ตให้เรือลำนี้เป็นเรือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด แม้ว่ามันจะเคยแตกสลายไปบางส่วน แต่คิดว่าในสุดท้ายเราก็จะซัพพอร์ตให้เต็มแรงที่สุด ตอนที่เราได้ไซน์รอบแรก เราประทับใจในความสดใสของโซฮี เขาตาเป็นประกายตลอดเวลาในครั้งแรกที่เจอแฟนคลับชาวไทย ตอนนั้นที่ขึ้นไปไซน์คือเราตื่นเต้นมาก เราก็รีบพูดในสิ่งที่เราตั้งใจเตรียมไปมากที่สุด คือน้องตั้งใจฟังเรามากกกกกกก จ้องตาเราด้วย เราประทับใจในดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ของลูกมากๆ เป็นเหตุการณ์ที่คิดว่าจะไม่ลืมไปตลอดชีวิต”

“นี่เป็นความรักและความชื่นชอบที่รู้สึกว่าอยากตั้งใจรักแบบคิดว่าตัวเองตั้งท้องมา 9 เดือนจริงๆ คือเจ็บแผลผ่าคลอด (ทิพย์) มากกกก คิดว่าถ้ามีลูกก็อยากมีลูกแบบนี้ มีลูกก็อยากคอยดูแลแบบนี้ แค่เห็นรูปลูกขึ้นผ่านมา มันสามารถฮีลได้ทุกอย่างเลย แก้วตาดวงใจของหม่าม๊ามันมีจริงๆ”

แม่ออนไลน์ของ ‘วอนบิน’ คือ ‘มุกกี้’ เอง

ปิดท้ายด้วย มุกกี้ อายุ 27 ปี เป็นมัมหมีน้อง ‘วอนบิน RIIZE’ ทุกครั้งที่พูดถึงลูก เธอจะรู้สึกตื้นตันขึ้นมาทุกที เพราะเธอเล่าว่า ตั้งแต่เป็นติ่งมา ลูกชายคนนี้เป็นศิลปินที่เธอรักมากที่สุดคนหนึ่ง และอยากดูเขาเติบโตไปอีกนานๆ

“ตั้งแต่ตอนที่ RIIZE เปิดภาพเมมเบอร์ครั้งแรก จะมีเมมเบอร์คนนึงที่สะดุดตาเรามาก นั่นก็คือวอนบิน ภาพจำแรกคือเขาจะหน้านิ่ง คูลๆ ไม่ค่อยมีภาพที่วอนบินยิ้มเท่าไหร่ จนพี่สาวชาวเน็ตคุยกันว่าอยากเห็นวอนบินยิ้มจัง เราก็คิดเหมือนกัน ตอนนั้นเรายังไม่ปักเมนเป็นวอนบิน แต่ก็เริ่มสนใจแล้ว จนได้ดูเขาโชว์เพลงเดบิวต์ และมีช่วงที่วอนบินนั่งเล่นกีตาร์แล้วยิ้มเล็กๆ ตอนนั้นแหละ ก็รู้สึกชอบคนนี้เต็มๆ ฉันปักเมนวอนบินแล้วนะ! พอตามไปเรื่อยๆ เลยทำให้รู้ตัวเองว่าเราชอบที่จะเห็นรอยยิ้มของน้องวอนบิน เวลาที่เขามีความสุขแล้วจะชอบยิ้มกว้างๆ ยิ้มจนตาปิด แล้วน่ารักมากเลย ยิ่งตอนทำในสิ่งที่รักอย่างการเล่นกีตาร์ แล้วยิ้มอย่างมีความสุข เรายิ่งมีความสุขตาม เหมือนมีใครมาเปิดเพลงเวลาเธอยิ้มของ Polycat ให้ฟัง”

“การที่ชอบวอนบินมันไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนการชอบศิลปินแบบแฟนหนุ่ม ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่แปลกกับตัวเองเหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาถ้าเราปักเมนศิลปินคนไหนเราจะให้เป็นโพแฟนหนุ่มตลอด แต่กับวอนบินไม่ใช่แบบนั้น เราชอบและรักที่จะเห็นเขามีความสุข กินอิ่มนอนหลับ ได้ทำสิ่งที่รัก ได้ทำงานที่ตัวเองอยากทำอย่างดี เอ็นดูทุกการกระทำ เราเลยได้ข้อสรุปว่า นี่แหละนะความรู้สึกของ ‘มัมหมี’ เราคงจะเป็นแม่ออนไลน์ของวอนบินจริงๆ แล้วแหละ”

“ตอนปีแรกที่ได้มาเป็นมัมหมีของวอนบิน เราเคยรีแคปตอนท้ายปีว่า ปีนั้นเป็นปีที่มีแต่เรื่องที่ทำให้เสียใจ ทั้งเรื่องชีวิต เรื่องงาน เรื่องความสัมพันธ์ แต่การที่ได้มาชอบวอนบินถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องดีๆ ในชีวิตของปีนั้นเลย ซึ่งก่อนหน้าที่จะได้มาชอบวอนบินเราเลิกกับแฟนเก่า แล้วเราไม่อยากปล่อยให้ตัวเองเศร้า ไม่อยากให้ใจว่างเปล่า เลยต้องหาใครสักคนเพื่อคุยไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีใครที่มาเติมเต็มได้เลย จนได้มาชอบวอนบิน มันเป็นความรู้สึกที่ต่างออกไปจากการรู้สึกชอบใครสักคนแบบแฟน มันเป็นความรักที่เราไม่ได้หวังอะไรตอบแทน แค่ได้เห็น ได้รู้ว่าวอนบินมีความสุขในทุกวัน ได้กินของอร่อย ไม่เจ็บไม่ป่วย หัวใจของมัมหมีก็มีความสุขมากๆ แล้ว และรู้สึกว่าไม่ต้องไปวิ่งตามหาความรักจากไหนแล้วด้วย”

“ตอนนี้เป็นมัมหมีน้องวอนบินมาเกือบ 2 ปีเต็ม รู้สึกว่าชีวิตมีความสุขขึ้นมาก ความสุขเหล่านั้นก็มีวอนบินเป็นส่วนประกอบด้วย เราอยากชีวิตให้ดีขึ้น ตั้งใจทำงาน เก็บเงิน รักษาสุขภาพ เพื่อที่จะได้ไปเจอเขาที่คอนเสิร์ต การใช้ชีวิตเราในทุกวันก็แฮปปี้ ถึงจะเหนื่อยจากการทำงานบ้าง แต่การได้ติ่งก็ฮีลใจได้มากจริงๆ”

“พอมาเป็นมัมหมี เรารู้สึกว่าควรจะมี awareness เรื่องการปักโพของลูกให้มากๆ เลย เพราะคำว่า ‘มัมหมี’ ในภาพจำของหลายคน อาจจะเป็นคนที่ชอบศิลปินผู้ชายแบบลูกสาว ชงติดโบว์เท่านั้น จะให้เขาหล่อไม่ได้ หลายครั้งมันก็เป็นการ misgender ศิลปินไปโดยที่ไม่รู้ตัว ถึงแม้จะคิดว่าเป็นการเอ็นดูศิลปินก็ตาม เราว่าเรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน ซึ่งศิลปินบางคนก็อาจจะไม่ติด แต่บางคนอาจรู้สึกไม่สบายใจ เพราะมันแตะเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศตรงๆ แต่ก็นั่นแหละ สำหรับเราก็จะพยายามวางขอบเขต ถ้าตอนไหนที่ลูกเราน่ารักก็จะชมว่าน่ารักเป็นฟีลเอ็นดู ถ้าตอนไหนที่ลูกหล่อ เท่ ก็จะชมว่าหล่อมาก เท่มาก หรือถ้าใครจะชมว่าสวย ก็ต้องไม่ไปลดทอนหรือเปลี่ยนเพศเขา ให้ชื่นชมความงามของใบหน้าก็พอ การไม่ตีกรอบว่าเขาควรจะเป็นแค่แบบใดแบบหนึ่งตามฟิลเตอร์ตาของเรา น่าจะดีที่สุดค่ะ”

“อยากบอกว่ารักวอนบินมากเลยน้า อยากให้น้องวอนบินมีความสุขในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือจะทำอะไร ขอให้วอนบินได้ใช้ชีวิตอย่างดี ได้ทำสิ่งที่รักไปตลอด มัมหมีคนนี้จะรอเจอน้องที่คอนเสิร์ต และจะซัพพอร์ตไปเรื่อยๆ ขอบคุณที่เกิดมาเป็นวอนบินที่ทั้งน่ารักและเป็นที่รักของทุกคนแบบนี้ รักนะ”

บทความต้นฉบับได้ที่ : “ขอบคุณที่เกิดมาให้รัก” Unconditional love ของ 9 ‘แฟนคลับ’ ผู้มองตัวเองเป็น ‘มัมหมี’ ซึ่งรัก เอ็นดู และห่วงใยเหล่าศิลปินประหนึ่งลูกที่เป็นยาใจ แค่เห็นเขายิ้มได้ ก็ต่อชีวิตให้แม่ๆ มีความสุขแล้ว

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...