โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไม "ราคาทองคำ" ถึงขึ้นๆ ลงๆ ? สรุป 6 สาเหตุสำคัญแบบเข้าใจง่าย

Thairath Money

อัพเดต 17 ก.ย 2568 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2568 เวลา 08.09 น.
ภาพไฮไลต์

ราคาทองคำกำลังเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังจากเมื่อวานนี้ (16 ก.ย.) ราคาทองคำโลกทะยานแตะกว่า 3,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ทองคำแท่งในไทยก็ขยับขึ้นไปถึง 55,400 บาทต่อบาททองคำ ท่ามกลางกระแสการจับตาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

แท้จริงแล้ว ราคาทองคำไม่ได้ขึ้นหรือลงเพราะโชคชะตา แต่มี “กลไกสำคัญ” หลายอย่างที่ขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง บทความนี้จะสรุปสาเหตุหลัก 6 ข้อ แบบเข้าใจง่าย เพื่อให้เห็นภาพว่าพื้นฐานการขึ้น-ลงของราคาทองคำ มาจากปัจจัยอะไรบ้าง

ราคาทอง ขึ้น-ลง จากปัจจัยอะไรบ้าง ?

1. เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)

ทองคำซื้อขายในตลาดโลกด้วยดอลลาร์สหรัฐ แต่ความสัมพันธ์มักสวนทางกัน

  • ถ้าดอลลาร์อ่อนค่า ราคาทองแพงขึ้นในสายตานักลงทุนทั่วโลก
  • ถ้าดอลลาร์แข็งค่า จะส่งผลให้ราคาทองถูกลง

เช่น สถานการณ์ล่าสุด ช่วงนี้ดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลงจากการคาดการณ์ว่าเฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) อาจลดดอกเบี้ย จึงเป็นตัวหนุนให้ราคาทองทะยานขึ้น

2. เงินเฟ้อ

ทองคำถูกมองว่าเป็น “เกราะป้องกันเงินเฟ้อ” ตลอดกาล เพราะไม่เสื่อมค่าตามสกุลเงิน เมื่อค่าครองชีพแพงขึ้น คนยิ่งหันมาซื้อทองเพื่อรักษามูลค่าเงิน ทำให้ความต้องการสูง ราคาก็ปรับเพิ่มตาม

โดยปัจจุบัน แม้เงินเฟ้อโลกไม่พุ่งแรงเหมือนปีก่อน แต่ความกังวลต่อเศรษฐกิจชะลอตัวและต้นทุนชีวิตสูงยังคงมี นี่เองเลยทำให้ทองคำยังน่าสนใจในฐานะที่หลบภัยจากเงินเฟ้อ

3. อัตราดอกเบี้ย

การเคลื่อนไหวของดอกเบี้ยเป็น “ต้นทุนแฝง” ของการถือทอง

  • ถ้าดอกเบี้ยสูง จะทำให้เงินฝากและพันธบัตรน่าสนใจกว่า กลายเป็นปัจจัยกดให้ราคาทองอาจอ่อนลง
  • ส่วนถ้า ดอกเบี้ยต่ำ ดึงคนหันมาซื้อทองมากขึ้น ก็จะทำให้ “ราคาทอง” มีแรงหนุน ราคาขึ้น

ซึ่งจากข่าวลือล่าสุด ว่าเฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยแรง ทำให้นักลงทุนรีบเข้าซื้อทอง ส่งผลให้ราคาดีดขึ้นรุนแรง

4. วิกฤติเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

จะสังเกตได้ว่า ทุกครั้งที่โลกเผชิญวิกฤติ เช่น สงคราม ความตึงเครียดการเมือง หรือการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ทองคำจะถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven) นักลงทุนจึงมักเทขายสินทรัพย์เสี่ยงแล้วหันมาถือทอง นี่เองทำให้ราคาทองปรับขึ้น และจากเหตุการณ์ปัจจุบัน จากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีอยู่ทั่วโลก จึงกลายเป็นตัวแปรที่ช่วยหนุนราคาทองให้สูงต่อเนื่อง

5. กลไกตลาด: อุปสงค์–อุปทาน

ทองคำ ก็เหมือนสินค้าทั่วไป ราคาขึ้นลงตาม “อุปสงค์–อุปทาน”

  • อุปสงค์: การลงทุน, การทำเครื่องประดับ, ความต้องการจากธนาคารกลาง, การใช้อุตสาหกรรม
  • อุปทาน: การผลิตจากเหมือง, การรีไซเคิล, การขายออกของธนาคารกลางต่างๆ

ตัวแปรสำคัญ ช่วงนี้ คือ ธนาคารกลางหลายประเทศเร่งสะสมทองสำรองมากขึ้น ทำให้อุปสงค์สูงกว่าอุปทาน ราคาทองจึงยิ่งพุ่งแรง

6. ค่าเงินบาท (THB)

สำหรับทองในไทย ปัจจัย “ค่าเงินบาท” มีผลโดยตรง

  • ถ้าบาทแข็งค่า ราคาทองไทยถูกลง
  • ถ้าบาทอ่อนค่า ราคาทองไทยแพงขึ้น

ขณะเดียวกัน การแข็งค่าของ “เงินบาท” ช่วงนี้ก็มีความเกี่ยวเนื่องของการซื้อขายทองคำมากขึ้นด้วย จึงกลายตัวแปรที่แบงก์ชาติจับตา

จากข้อมูลเบื้องต้น จะเห็นได้ว่า ราคาทองคำขึ้น–ลงไม่หยุดเพราะถูกขับเคลื่อนด้วย 6 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ค่าเงินดอลลาร์, เงินเฟ้อ, ดอกเบี้ย, วิกฤติเศรษฐกิจ/ภูมิรัฐศาสตร์, อุปสงค์–อุปทาน และค่าเงินบาท สำหรับใครที่ติดตามปัจจัยเหล่านี้อยู่เสมอ จะเข้าใจทิศทางตลาดทองคำได้ดีขึ้น และสามารถวางแผนลงทุนได้รอบคอบกว่าเดิมแน่นอน

ที่มา : ทองคำไทย.com ,ธปท.

อ่านข่าวหุ้น ข่าวทองคำ และ ข่าวการลงทุน และ การเงิน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไม "ราคาทองคำ" ถึงขึ้นๆ ลงๆ ? สรุป 6 สาเหตุสำคัญแบบเข้าใจง่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...