แม่ค้าข้าวเหนียวปิ้งเจ้าดังร้องหลานสาวยักยอก 6 ล้าน
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 07.55 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 07.55 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(18 ก.ย. 68) นางประเทือง อายุ 81 ปี ชาวจังหวัดสระบุรี หรือเป็นที่รู้จักในนาม “คุณยายประเทือง ข้าวเหนียวปิ้ง Export ปิ้งเมืองไทย ขายเมืองนอก” ซึ่งเคยออกรายการโทรทัศน์หลายครั้ง เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” หลังถูกหลานสาวแท้ ๆ คือ น.ส.ชัญญธรณ์ ยักยอกเงินในบัญชีไปกว่า 6 ล้านบาท
นางประเทือง เปิดเผยว่า ตนได้รับมรดกจากบิดามาประมาณ 30 ล้านบาท โดยได้แบ่งให้ลูกและหลานไปแล้วรวมประมาณ 12 ล้านบาท และซื้อที่ดินอีก 12 ล้านบาท เหลือเงินฝากในบัญชีจำนวน 6 ล้านบาท โดยตนมีลูกทั้งหมด 4 คน คนโตทำงานไม่ได้และไม่ได้อยู่ด้วยกัน ลูกสาวคนที่สองป่วยอยู่โรงพยาบาล ส่วนลูกสาวคนที่สามเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนคนสุดท้องป่วยติดเตียงเป็นมะเร็ง ด้วยเหตุนี้ ตนจึงมอบหมายให้หลานสาวคือ น.ส.ชัญญธรณ์ ซึ่งเป็นลูกของลูกชายคนสุดท้องที่ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย นอนติดเตียงอยู่บ้าน มาดูแลบัญชีแทน เพราะไว้ใจและเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ๆ
แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องการใช้เงินเพื่อรักษาลูกชายที่ป่วยเป็นมะเร็ง กลับพบว่าเงินในบัญชีหายหมดสิ้น เมื่อติดต่อธนาคารทหารไทย สาขาชาญอิสสระ ทาวเวอร์ 2 ได้รับแจ้งว่าไม่มีเงินเหลือ เช่นเดียวกับการไปตรวจสอบที่สำนักงานใหญ่ก็ไม่พบยอดเงินคงเหลือ ทำให้ตนตกใจและเสียใจอย่างมาก หลังจากนั้นหลานสาวก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีก
นางประเทือง เล่าว่า ตนมีบัญชีอยู่ 2 ประเภท ทั้งฝากประจำและออมทรัพย์ โดยได้ถอนเงินจากบัญชีฝากประจำมาไว้ในบัญชีออมทรัพย์เพื่อความสะดวกในการใช้จ่าย (ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. 67) แต่กลับกลายเป็นช่องทางให้หลานสาวสามารถเบิกถอนเงินได้ง่ายขึ้น ต่อมาทราบว่าภายในเวลาเพียง 2 เดือนที่ผ่านมานี้ เงินทั้งหมดในบัญชีถูกถอนและโอนออกไปจนหมด โดยทยอยเบิกครั้งละ 40,000–50,000 บาท กระทั่งวันที่ต้องการใช้เงินไปรักษาลูกชายซึ่งเป็นพ่อของหลานสาวคนนี้ กลับพบว่าเงินหายเกลี้ยงทั้งบัญชี
นางประเทือง กล่าวทั้งน้ำตาว่า ไม่คิดว่าหลานสาวแท้ ๆ จะทำกับตนเช่นนี้ ทั้งที่เคยมีประวัติขโมยทองของแม่ไปขาย แต่ก็ยังไว้ใจให้ดูแลเงินจำนวนมหาศาล สุดท้ายกลับถูกยักยอกจนหมดบัญชี ทำให้ต้องพึ่งพาญาติและไม่เหลือเงินไว้ใช้ในบั้นปลายชีวิต ยืนยันว่าไม่ต้องการได้เงินคืน แต่ขอให้หลานสาวถูกดำเนินคดีเข้าคุก เพื่อไม่ให้ไปทำกับใครอีก
ตนได้เดินทางเข้าแจ้งความเอาผิดข้อหายักยอกทรัพย์ ที่ สน.ดินแดง เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 68 แต่จนถึงขณะนี้ไม่สามารถติดต่อหลานสาวได้ โดยทราบเพียงว่าแฟนหนุ่มของหลานเพิ่งสอบนายร้อยเตรียมทหารได้ และมีข้อมูลว่าขณะนี้อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนหลานสาวปิดเครื่องหนีและไร้วี่แวว จึงอยากฝากตำรวจเร่งดำเนินการตามจับกุมมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ด้าน ดร.ปรเมศร์ หรือ “ดร.แก้ว” เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณยายสูงวัยที่ถูกหลานสาวแท้ ๆ ยักยอกเงินไปกว่า 6 ล้านบาทภายในเวลาเพียง 2 เดือน ยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจน เนื่องจากมีเส้นทางการเงินจากบัญชีไปยังปลายทาง สามารถตรวจสอบได้ทันที ไม่ซับซ้อน โดยจะเร่งรัดสอบถามกับพนักงานสอบสวนว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว และจะให้ความเป็นธรรมกับคุณยายเต็มที่ พร้อมระบุว่าอาจมีการแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 1 ข้อหา คือ “ลักทรัพย์”