โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 ขวบ ดัดแปลงประทัด จุดไฟ ระเบิดเจ็บ 4 สาหัส ต้องตัดนิ้วทิ้ง

Khaosod

อัพเดต 09 ต.ค. 2568 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 19.36 น.

10 ขวบ ดัดแปลงประทัด เทดินปืนรวมในพลุโอ่งที่จุดแล้วแต่ไม่แตก ระเบิดเจ็บ 4 สมองเปิด ต้องตัดนิ้วทิ้ง ขณะที่เพื่อน-น้อง ตาแตก หูฉีก

ขอนแก่น - ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าที่บ้านท่าช้าง ม.9 ต.นาจาน อ.สีชมพู มีเด็กกับเพื่อนและน้อง ชวนกันไปเก็บประทัดที่คนจุดแล้วไม่แตก ดัดแปลงเทดินปืนรวมกันแล้วจุดไฟ จนเกิดการระเบิด เศษดินปืนกระเด็นถูกศีรษะเปิด สมองไหล หมดสติ ส่วนเพื่อนที่อยู่ใกล้ ๆ ตาแตก หูฉีก

น.ส.สุดารัตน์ อายุ 36 ปี น้าของ น้องเอ (นามสมมติ) อายุ 10 ปี เล่าว่า ช่วงสายวันที่ 8 ต.ค. เด็ก ๆ ชวนกันออกไปเล่นที่วัดข้างบ้าน โดยไปกัน 4 คน ก่อนจะได้ยินเสียงระเบิดขึ้นดังลั่น จึงรีบพาไปดู พบหลานชายได้รับบาดเจ็บสาหัสหมดสติ ส่วนเพื่อนและน้องอีกสองคนได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน

เท่าที่สอบถามเด็ก ๆ ทราบว่า ทั้ง 4 คนพากันไปเก็บประทัดที่คนจุดแล้วไม่แตก และแอบไปซื้อประทัดลูกบอลนำมาดัดแปลง โดยนำดินปืนจากประทัดหลาย ๆ ลูก มาแกะเทดินปืนใส่รวมกันในประทัดโอ่งที่ผ่านการเล่นแล้ว

ก่อนที่หลานจะทำการจุดไฟ ทำให้โอ่งเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น เศษโอ่งและดินปืนกระจายถูกเด็กทั้ง 4 คน หลานถูกแรงระเบิดเข้าใบหน้า จนมีแผลเปิดลึก สมองไหลเลือดไหลอาบทั่วร่าง หมดสติ นิ้วก้อยขวาเป็นแผลฉีกขาดต้องตัดทิ้ง

ส่วนเด็ก ๆ อีก 3 คน หน้าบวม ตาแตก หูฉีก แผลเต็มตัว ชาวบ้านรีบนำทั้งหมดส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ และส่งตัวหลานต่อไปโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งอาการยังน่าเป็นห่วงอยู่ในห้อง ICU หมอกำลังผ่าตัดเอาเศษเนื้อและประทัดออกจากสมอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 10 ขวบ ดัดแปลงประทัด จุดไฟ ระเบิดเจ็บ 4 สาหัส ต้องตัดนิ้วทิ้ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...