พระเจ้าชาร์ลส์ สั่งถอดยศ ‘เจ้าชายแอนดรูว์’ ทั้งหมด เหตุพัวพัน ‘เอปสตีน’
The Bangkok Insight
อัพเดต 31 ต.ค. 2568 เวลา 05.06 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2568 เวลา 05.06 น. • The Bangkok Insight"พระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 3" สั่งถอดยศทั้ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งหมดของ "เจ้าชายแอนดรูว์" พระอนุชา และต้องย้ายออกจากพระตำหนักที่ประทับ หลังตกเป็นข่าวอื้อฉาวอีกระลอก จากการมีส้วนพัวพันกับ "เจฟฟรีย์ เอปสตีน" อาชญากรทางเพศผู้ล่วงลับ
สำนักพระราชวังบักกิงแฮม แห่งอังกฤษ แถลงเมื่อวานนี้ (30 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ว่า สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยถอดพระยศทั้งหมดของเจ้าชายแอนดรูว์ พระอนุชา และทรงขับพ้นจากพระตำหนักรอยัลลอดจ์
การตัดสินพระทัยครั้งประวัติศาสตร์นี้มีขึ้น หลังราชวงศ์เผชิญแรงกดดันจากกรณีความสัมพันธ์อื้อฉาวระหว่างเจ้าชายแอนดรูว์ กับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อาชญากรทางเพศผู้ล่วงลับ
พระบรมราชวินิจฉัยนี้ส่งผลให้เจ้าชายแอนดรูว์ต้องใช้ชื่อสามัญชนว่า "แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์" และสูญสิ้นพระยศทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เจ้าชาย ดยุกแห่งยอร์ก เอิร์ลแห่งอินเวอร์เนส และบารอนคิลลีลีห์ รวมถึงถูกถอดเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่าง ๆ และจะต้องย้ายออกจากพระตำหนักรอยัลลอดจ์ ใกล้ปราสาทวินด์เซอร์
"มาตรการลงโทษเหล่านี้ถือเป็นสิ่งจำเป็น แม้ว่าเขายังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดก็ตาม สมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินี ทรงมีพระราชประสงค์ ที่จะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พระราชหฤทัย และความห่วงใยอย่างสูงสุดของทั้งสองพระองค์ อยู่เคียงข้างเหยื่อ และผู้รอดชีวิตจากการถูกล่วงละเมิดในทุกรูปแบบเสมอมาและตลอดไป"
การถอดพระยศเจ้าชาย หรือเจ้าหญิงแห่งอังกฤษเป็นเหตุการณ์ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้น โดยเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อปี 2462 ซึ่งในครั้งนั้น เจ้าชายเออร์เนสต์ ออกัสตัส ทรงถูกถอดพระยศของอังกฤษ เนื่องจากทรงเข้าข้างเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 1
ด้านพี่ชายของนางจูเฟรได้ประกาศชัยชนะแทนน้องสาวว่า "วันนี้ เด็กสาวชาวอเมริกันธรรมดาคนหนึ่ง ได้โค่นล้มเจ้าชายอังกฤษลงด้วยความจริง และความกล้าหาญที่ไม่ธรรมดาของเธอ"
ทั้งนี้ เจ้าชายแอนดรูว์วัย 65 ปี ถูกบังคับให้ยุติการใช้พระยศ "ดยุกแห่งยอร์ก" เมื่อต้นเดือนนี้ หลังมีการเปิดโปงข้อมูลใหม่เกี่ยวกับมิตรภาพระหหว่างพระองค์กับนายเอปสตีน เป็นอีเมลที่ชี้ว่า เขายังคงติดต่อกับนายเอปสตีนนานกว่าที่เคยยอมรับ
นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ ที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ ใน "Nobody's Girl" หนังสือบันทึกความทรงจำ ของนางเวอร์จิเนีย โรเบิร์ตส์ จูเฟร หนึ่งในเหยื่อของนายเอปสตีน ที่ตีพิมพ์หลังจากที่เธอตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ในวัย 41 ปี โดยเธอกล่าวหาว่า ถูกเจ้าชายแอนดรูว์ล่วงละเมิดทางเพศเมื่อเธอมีอายุ 17 ปี
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เจ้าชายแอนดรูว์ปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด แต่ก็ได้ยุติการปฏิบัติหน้าที่หลังการให้สัมภาษณ์ที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงกับบีบีซี เมื่อปี 2562 และจ่ายเงินหลายล้านดอลลาร์ เพื่อยอมความนอกศาลในคดีแพ่งที่นิวยอร์กเมื่อปี 2565
แหล่งข่าวในวังระบุว่า แม้จะยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ก็เป็นที่ประจักษ์ว่ามีการใช้วิจารณญาณที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง การตัดสินพระทัยครั้งนี้ มาจากสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์โดยตรง โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกระดับสูงในราชวงศ์ รวมถึงเจ้าชายวิลเลียม ผู้เป็นรัชทายาท
เป็นที่คาดกันว่า เจ้าชายแอนดรูว์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของราชวงศ์ และเป็นวีรบุรุษสงครามฟอล์กแลนด์ จะย้ายไปยังที่พำนักส่วนตัวในเขตพระราชฐานแซนดริงแฮม โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากพระเชษฐา
ขณะที่ซาราห์ เฟอร์กูสัน อดีตพระชายา ซึ่งเคยอยู่ในพระตำหนักเดียวกัน ก็จำเป็นต้องหาที่พำนักแห่งใหม่
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'เจ้าชายแอนดรูว์' คืนยศทหาร ระงับใช้ 'HRH' โดนฟ้องคดีล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์
- 'ควีน' กริ้ว 'แฮร์รี-เมแกน' ถอนตัวราชวงศ์มากกว่าเรื่องอื้อฉาว 'แอนดรูว์'
- ไขข้อข้องใจ! โอรส 'เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน' ไม่มียศเป็น 'เจ้าชาย' ไม่ใช่เพราะสีผิว
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg