“เกาหลีใต้-กัมพูชา” ร่วมมือปราบสแกมเมอร์ ตั้งทีมเฉพาะกิจสอบสวนอาชญากรรมออนไลน์
"เกาหลีใต้-กัมพูชา" บรรลุข้อตกลงจัดตั้งคณะทำงานร่วม (Joint Task Force) เพื่อปราบปรามขบวนการหลอกลวงที่มุ่งเป้าไปยังชาวเกาหลี เริ่มปฏิบัติการเดือนหน้า
วันที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 09.07 น. สำนักข่าว The Korea Times รายงานว่าอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ตกลงเมื่อวันจันทร์ (27 ต.ค.) ให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วม (Joint Task Force) เพื่อปราบปรามขบวนการหลอกลวงที่มุ่งเป้าไปยังชาวเกาหลีใต้ เพื่อตอบสนองต่อความวิตกของสาธารณชนที่เพิ่มขึ้น หลังเกิดคดีลักพาตัวและกักขังชาวเกาหลีหลายรายในกัมพูชา
ตามคำแถลงของ คัง ยู-จอง โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ คณะทำงานดังกล่าวจะเริ่มปฏิบัติการในเดือนหน้า โดยจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ถูกส่งไปประจำการในกัมพูชา ส่วนขนาดของคณะและรายละเอียดแผนปฏิบัติการจะถูกกำหนดโดยเร็วที่สุด
อี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนมาเลเซียเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ได้พบหารือแบบทวิภาคีกับฮุน มาเนต นอกรอบการประชุม ณ ศูนย์การประชุมกัวลาลัมเปอร์ (KLCC)
คัง ยู-จอง โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า “ประธานาธิบดีได้แสดงความขอบคุณต่อนายกรัฐมนตรีกัมพูชา สำหรับความร่วมมือของรัฐบาลกัมพูชาในการส่งตัวชาวเกาหลีกลับประเทศ และการช่วยเหลือเหยื่อในคดีหลอกลวงทางออนไลน์ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อให้การรับมือกับอาชญากรรมเหล่านี้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม”
โดยอธิบายเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุว่า กัมพูชาได้เริ่มหารืออย่างใกล้ชิดกับคณะตอบสนองของรัฐบาลเกาหลีใต้ที่ถูกส่งไปก่อนหน้านี้ราว 10 วัน และย้ำว่าสถานการณ์ความปลอดภัยในประเทศดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากมีการปราบปรามศูนย์หลอกลวง (scam compounds) และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในช่วงที่ผ่านมา
ในการตอบกลับ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าวว่า รัฐบาลเกาหลีใต้จะพิจารณาลดระดับคำเตือนการเดินทางไปยังกัมพูชา โดยเฉพาะกรุงพนมเปญและพื้นที่อื่น ๆ ตามการปรับปรุงสถานการณ์ด้านความปลอดภัยและการจัดตั้งคณะทำงานร่วมของเกาหลีใต้
ระหว่างการหารือ นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังได้แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยชาวเกาหลีใต้ ที่ถูกลักพาตัวในกัมพูชา โดยเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นโศกนาฏกรรม และย้ำว่ารัฐบาลพนมเปญกำลังร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับโซลเพื่อไล่ล่าผู้เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมหลอกลวง
“นี่ไม่ใช่ปัญหาที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะแก้ได้เพียงลำพัง …แม้ผมไม่ต้องการกล่าวโทษใคร แต่ประเทศในภูมิภาคต้องร่วมมือกันเพื่อจัดการปัญหานี้ร่วมกัน” นายกฯ กัมพูชากล่าว และเสริมว่า กัมพูชาให้ความสำคัญสูงสุดกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน และกำลังรับฟังข้อกังวลของชาวต่างชาติในกัมพูชาอย่างใกล้ชิด รวมถึงชาวเกาหลีใต้ด้วย
ด้านประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวว่า “ในขณะนี้ ประชาชนเกาหลีใต้มีความอ่อนไหวอย่างยิ่งต่ออาชญากรรมหลอกลวง พร้อมแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อรัฐบาลกัมพูชาที่ให้ความเอาใจใส่เป็นพิเศษต่อชาวเกาหลีใต้ในการแก้ไขปัญหานี้”
นอกจากนี้ผู้นำทั้งสองยังตกลงที่จะขยายความร่วมมือทวิภาคีในด้านการค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่สองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 1997
ประธานาธิบดีเน้นย้ำว่าบริษัทเกาหลีใต้ได้มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของกัมพูชา และได้ขอให้รัฐบาลกัมพูชาช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาด้านการดำเนินงานของนักลงทุนชาวเกาหลี ขณะที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาให้คำมั่นว่าจะสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดีได้กล่าวในที่ประชุมผู้นำอาเซียนที่กัวลาลัมเปอร์ ว่า “การขจัดเครือข่ายอาชญากรรมจัดตั้งและศูนย์หลอกลวงข้ามพรมแดน ควรเป็นวาระสำคัญร่วมกันของภูมิภาคนี้”
อ้างอิง : www.koreatimes.co.kr