โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดึง อคส.ซื้อสต๊อกข้าว 1 ล้านตัน ‘ศุภจี’ เร่งหาตลาดส่งออกพยุงราคาปลายปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ต.ค. 2568 เวลา 02.22 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2568 เวลา 02.17 น.
ศุภจี สุธรรมพันธุ์

กระทรวงพาณิชย์เดินเครื่อง ชงมาตรการดูแลข้าวเข้าที่ประชุม นบข. “ศุภจี” ยันเร่งดูดซับผลผลิต พร้อมระบายข้าวออกสู่ตลาด เตรียมไปจีนต้น พ.ย.นี้ เจรจาเร่งส่งมอบข้าวที่เหลือ 2.8 แสนตัน พร้อมรุกขายตะวันออกกลาง ดึง อคส.รับซื้อสต๊อก 1 ล้านตัน ด้านสมาคมชาวนาวอนรัฐดูแลราคาด่วน ชี้ผลผลิตข้าวนาปีดีงาม สศก.คาดได้ถึง 26 ล้านตันข้าวเปลือก

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอความเห็นชอบจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ในรัฐบาลปัจจุบัน เพื่อประชุมติดตามดูแลสถานการณ์ราคาและผลิตข้าวที่กำลังออกสู่ตลาดในฤดูกาลผลิต 2568/2569 โดยกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการดูดซับผลผลิตไม่ให้ล้นตลาด เพื่อป้องกันปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ขณะเดียวกันก็เร่งระบายข้าวสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งยังมีข้อตกลงการซื้อข้าวไทยแบบจีทูจี ถึง 2.8 แสนตัน ซึ่งตนมีแผนที่จะเดินทางเยือนประเทศจีน ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2568 นี้

“การเยือนครั้งนี้จะมีโอกาสหารือกับผู้นำเข้าสินค้าหลายราย มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันสินค้าเกษตรของไทยได้ โดยเฉพาะราคาข้าวที่ราคาลดลงในตอนนี้ แต่ต้องยอมรับว่าปัจจัยสำคัญยังมาจากผลผลิตปีนี้เพิ่มขึ้น รวมไปถึงสต๊อกข้าวทั่วโลก”

อย่างไรก็ดี ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงพาณิชย์จะเสนอโครงการ Quick Big Win คาดว่าจะมีประมาณ 5-6 โครงการที่ได้สร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างทั่วถึง ไม่ว่าการดูแลค่าครองชีพ การดูแลราคาสินค้าเกษตร รวมไปถึงแนวทางการเดินหน้าเรื่องภาษีตอบโต้การค้าของสหรัฐด้วย

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า กรมการค้าภายในได้เตรียมข้อมูลและแนวทางดูแลพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะข้าว เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการชุดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ระหว่างการทำหนังสือขอเวลาจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกประชุมเพื่อตั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งเป็นไปตามระเบียบเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ก็ต้องมีมติตั้งคณะกรรมการชุดใหม่

โดยในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ดูแลในเรื่องของการตลาด ซึ่งได้เตรียมมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกนาปีฤดูกาลผลิต 2568/2569 ทั้งการจัดหาแหล่งระบายในประเทศและต่างประเทศ มาตรการช่วยเหลือหรือจูงใจให้สหกรณ์ โรงสี ผู้ส่งออก หรือผู้ประกอบการค้าข้าวเข้ามารับซื้อข้าว โดยมีมาตรการจูงใจ เช่น ชดเชยดอกเบี้ยสินเชื่อสำหรับการรับซื้อและเก็บสต๊อกเพื่อรอการขาย เป็นการดูดซับ
ผลผลิตส่วนเกิน และช่วยรัฐระบายข้าวในสต๊อกที่มีอยู่ประมาณ 1.8 ล้านตัน รวมถึงผลผลิตข้าวฤดูกาลผลิตใหม่ที่จะออกตลาดก่อนปีใหม่นี้ คาดว่าปีนี้จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ด้วยไม่มีปัญหาภัยแล้ง

“แผนระบายสต๊อกข้าวนั้นได้มีการหารือกับหลายหน่วยงานแล้ว อย่าง องค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้เสนอจะเข้ามาช่วยดูแลรักษาเสถียรภาพราคาข้าว โดยรับซื้อข้าวเข้ามาไว้ในสต๊อก 1 ล้านตัน เพราะ อคส.มีช่องทางการระบายข้าวในหน่วยเอง ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่รับซื้อข้าวจาก อคส. อีกทั้งอาหารสัตว์เสนอซื้อปลายข้าวเพิ่มเพื่อเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ นอกจากนี้ การเดินหน้าเจรจาขายจีทูจี นอกจากจีน ก็ยังมีเป้าหมายขยายไปในกลุ่มตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นเรื่องที่จะนำเสนอต่อที่ประชุม นบข.พิจารณาต่อไป”

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม 2568 ตนได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตข้าว และราคาข้าวในพื้นที่ภาคเหนือ พบว่ามีแนวโน้มราคาข้าวตกต่ำลง ขณะที่ผลผลิตข้าวดีขึ้น โดยคาดว่าผลผลิตข้าวจะเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นเพราะนาข้าวปีนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม พายุเข้าประเทศไทย สำหรับสถานการณ์ราคาข้าวพบว่า ราคาข้าวเหนียวเฉลี่ยอยู่ที่ 5,000-6,000 บาทต่อตัน ข้าว กข.15 เฉลี่ยอยู่ที่ 10,000-12,000 บาทต่อตัน ข้าวหอมมะลิ กข.105 เฉลี่ยอยู่ที่ 12,000-13,000 บาทต่อตัน ซึ่งก็ยังต้องติดตามราคาเมื่อผลผลิตข้าวออกสู่ตลาด หากราคาลดต่ำลงกว่าที่ประเมิน คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อชาวนาผู้ปลูกข้าว

รายงานข่าวระบุว่า ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้เรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ทันที ในวันที่ 27 ตุลาคม 2568 หลังจากได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ทำหน้าที่ประธานเพื่อดำเนินนโยบายทบทวน 3 มาตรการ ในโครงการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกปีการผลิต 2568/2569 ซึ่งจะออกสู่ตลาดมากในช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ ซึ่งหากมีการประชุม นบข. สิ่งที่ชาวนาต้องการให้ นบข.เข้ามาดูแลโดยเร่งด่วน คือ มาตรการดูแลราคาข้าวไม่ให้ตกต่ำ เพราะต้องยอมรับว่าสถานการณ์ราคาและผลผลิตข้าวไทย กำลังเผชิญปัญหาจากหลายปัจจัย เช่น อินเดียกลับมาส่งออกข้าว ราคาข้าวตกต่ำ ผลผลิตข้าวทั่วโลกปีนี้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สิ่งที่อยากจะเสนอเพื่อพยุงราคา เช่น การนำโรงสีนอกพื้นที่เข้ามารับซื้อข้าว จัดตลาดนัดข้าวเปลือก ชะลอการขายข้าว เพิ่มสภาพคล่องให้กับโรงสีเพื่อให้โรงสีสามารถรับซื้อข้าวจากชาวนาได้

รายงานข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) พยากรณ์ปริมาณการผลิตสินค้าเกษตร ข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/2569 พบว่า พื้นที่เพาะปลูกข้าวรวมทั้งประเทศ มีเนื้อที่ 61.341 ล้านไร่ ลดลง 0.23% จากปีที่แล้ว 0.196 ล้านไร่ มีเนื้อที่เก็บเกี่ยว 59.764 ล้านไร่ ลดลง 0.25% จากปีที่แล้ว 0.149 ล้านไร่ ผลผลิตข้าวประมาณ 26.988 ล้านตันข้าวเปลือก ลดลง 0.08% จากปีที่แล้ว 20,710 ตันข้าวเปลือก ผลผลิตต่อเนื้อที่เพาะปลูก 440 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่มขึ้น 0.23% จากปีที่แล้ว 1 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตต่อเนื้อที่เก็บเกี่ยว 452 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่มขึ้น 0.22% จากปีที่แล้ว 1 กิโลกรัมต่อไร่

สถานการณ์การผลิตข้าวนาปี ปี 2568 เนื้อที่เพาะปลูกคาดว่าลดลงจากปีที่แล้ว เนื่องจากราคาที่เกษตรกรขายได้ไม่จูงใจ ทำให้มีการลดรอบปลูกข้าวนาปีจาก 2 รอบเหลือเพียงรอบเดียว บางพื้นที่ปรับเปลี่ยนไปปลูกอ้อยโรงงานที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และบางส่วนปรับเปลี่ยนไปเป็นที่อยู่อาศัย สำหรับผลผลิตต่อไร่คาดว่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกและการเจริญเติบโตของต้นข้าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดึง อคส.ซื้อสต๊อกข้าว 1 ล้านตัน ‘ศุภจี’ เร่งหาตลาดส่งออกพยุงราคาปลายปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...