เปิด 4 ขั้น เลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ แทน 'แพทองธาร'
ในที่สุด “แพทองธาร ชินวัตร“ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
ไม่มีตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ อีกต่อไป
ตามรายงานข่าวระบุว่า สาเหตุที่ น.ส.แพทองธาร ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค สืบเนื่องจากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ให้ น.ส.แพทองธารพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะขาดคุณสมบัติฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากกรณีคลิปเสียงสนทนา
แม้ว่าตามข้อบังคับพรรคจะไม่ได้มีการกำหนดไว้ แต่ในการเลือกตั้ง สส. หัวหน้าพรรคจะต้องไปเซ็นรับรองผู้สมัคร จึงทำให้ในอนาคตอาจจะมีผู้ไปร้องต่อศาลหรือองค์กรต่าง ๆ ได้ ซึ่งหากมีผู้ไปร้อง ผู้สมัครของเราก็จะไม่สามารถสมัครได้ จึงถือเป็นการป้องกันไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายต่อพรรคในอนาคต
ก่อนหน้านี้ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง เคยตั้งคำถามถึงคุณสมบัติการเป็น “หัวหน้าพรรค” ของ “แพทองธาร” ว่าขัดต่อข้อบังคับพรรคและกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่
โดย “สมชัย” ระบุว่า “แพทองธาร” ผิดจริยธรรมร้ายแรงแล้วขาดคุณสมบัติการเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่
1.ข้อบังคับพรรคเพื่อไทย ข้อ 48 วรรคท้าย เขียนว่า คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคณะกรรมการบริหารพรรค ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
2.พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 15 ระบุว่าข้อบังคับพรรคการเมือง ต้องมีรายการ ดังนี้ (11) มาตรฐานทางจริยธรรมของกรรมการบริหารพรรคและสมาชิก โดยมาตรฐานทางจริยธรรมของกรรมการบริหารพรรคอย่างน้อยต้องเทียบเคียงได้กับมาตรฐานทางจริยธรรมที่ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
3.มาตรฐานทางจริยธรรม ที่ใช้กับ สส. ในหมวดที่ 1 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์ หากผิดถือว่า ร้ายแรง ในข้อ 6 ข้อ 7 และ ข้อ 8 คือ สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่าผิด
พรรคเพื่อไทย ต้องจัดประชุมใหญ่ ภายใน 60 วัน เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ และกรรมการบริหารชุดใหม่
นายทะเบียนพรรคการเมืองของ กกต. ต้องทำหนังสือแจ้งแก่พรรคเพื่อไทยให้ดำเนินการด้วย หาก กกต. ไม่ทำหนังสือแจ้ง ก็ถือเป็นความผิด ม. 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ไม่แปลกที่ “แพทองธาร” เลือกตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
อย่างไรก็ตาม การเลือกหัวหน้าพรรค-กรรมการบริหารพรรคคนใหม่ของพรรคเพื่อไทย ต้องทำให้เสร็จภายใน 60 วัน ตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทย ข้อที่ 51 (2)
โดยเบื้องต้น ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง เพราะหัวหน้าพรรคพ้นจากตำแหน่งด้วยการลาออก ให้รองหัวหน้าพรรคซึ่งเป็นรองประธานคณะกรรมการบริหารในขณะนั้นรักษาการในตำแหน่ง หัวหน้าพรรค ในกรณีที่มิได้กำหนดรองประธานคณะกรรมการบริหารไว้ ให้คณะกรรมการบริหารเลือกกรรมการบริหารคนใดคนหนึ่งรักษาการในตำแหน่งหัวหน้าพรรคไปก่อนจนกว่าที่ประชุมใหญ่จะได้เลือกคณะกรรมการบริหารชุดใหม่และคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ได้เข้ารับหน้าที่แล้ว
ขณะที่ข้อบังคับพรรค ข้อที่ 48 กำหนดการเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค 4 ขั้นตอน
ขั้นที่ 1 ให้เลือกหัวหน้าพรรคก่อนโดยให้สมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมเป็นผู้เสนอชื่อต่อที่ประชุม ซึ่งต้องมีผู้เข้าร่วมประชุมรับรองไม่น้อยกว่า 20 คน
ขั้นที่ 2 เมื่อเลือกหัวหน้าพรรคได้แล้วให้เลือกรองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค โฆษกพรรค และกรรมการบริหารอื่น ๆ
ขั้นที่ 3 การเลือกบุคคลตามข้อ 2 ให้หัวหน้าพรรคที่เพิ่งได้รับเลือกตาม ข้อ 1 หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเสนอชื่อต่อที่ประชุมเพื่อลงมติในการเสนอชื่อจะต้องมีผู้เข้าร่วมประชุมรับรองไม่น้อยกว่าสิบคน ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมในการเสนอชื่อบุคคลอื่นต่อที่ประชุม
ขั้นที่ 4 ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค รองเลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารอื่น ๆ ให้มีจำนวนตามที่ที่ประชุมใหญ่กำหนดทั้งนี้เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินจำนวนตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งมติของที่ประชุมที่ให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำโดยการลงคะแนนลับและให้ผู้ได้รับคะแนนมากที่สุดเป็นผู้ได้รับเลือก ในกรณีมีคะแนนเสียงเท่ากันให้ใช้วิธีจับฉลาก
ให้หัวหน้าพรรคเป็นประธานคณะกรรมการบริหาร รองหัวหน้าพรรคที่หัวหน้าพรรคกำหนดเป็นรองประธานคณะกรรมการบริหาร และเลขาธิการพรรคเป็นเลขานุการคณะกรรมการบริหารเลขาธิการพรรคอาจแต่งตั้งให้รองเลขาธิการพรรคคนใดคนหนึ่งเป็นรองเลขานุการคณะกรรมการบริหารก็ได้คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการบริหารพรรคให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิด 4 ขั้น เลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ แทน ‘แพทองธาร’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net