โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“วรภัค” ลาออก รมช.คลัง พร้อมพิสูจน์ความโปร่งใส ยันไม่เกี่ยวสแกมเมอร์ข้ามชาติ ปิดฉากตำแหน่ง 33 วัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ต.ค. 2568 เวลา 16.34 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2568 เวลา 09.34 น.

วรภัค ลาออก รมช. คลัง เพื่อยืนยันความโปร่งใสและความเป็นอิสระในการบริหารประเทศของรัฐบาล ยัน ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีผลประโยชน์กับขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ พร้อมให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง เดินหน้าดำเนินคดีผู้ให้ข้อมูลเท็จ

22 ต.ค. 2568 นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ด้วยมีข่าวบิดเบือนใส่ร้ายป้ายสีว่าพัวพันกับแก๊งหลอกลวงต้มตุ๋นฟอกเงิน และธุรกิจผิดกฎหมายกัมพูชาขอเรียนการชี้แจง ดังนี้

1. ประวัติและภูมิหลังการทำงาน

กระผมมีประสบการณ์ในแวดวงการเงินและธนาคารมากกว่า 30 ปีเป็นหนึ่งในคนไทยที่ได้รับโอกาสและความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ Bank of America (ประเทศไทย) อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ J.P. Morgan Chase (ประเทศไทย) อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (จนถึงปี 2559 ต่อมาภายหลังจากเกษียณจากงานประจำตอนอายุ 52 ปี ได้ทำงานด้านองค์ความรู้ เขียนบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเงินการธนาคาร มาอย่างต่อเนื่องหลายปี และได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกในปี พ.ศ. 2567 ขณะที่ได้รับเกียรติแต่งตั้งเป็นประธานคณะที่ปรึกษาของรองนายกฯรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายพิชัย ชุณหวชิร) และต่อมาในปี พ.ศ. 2568 ได้รับเกียรติให้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลปัจจุบัน เพื่อทำงานรับใช้ประเทศชาติ

“ผมไม่เคยมีความทะเยอทะยานทางการเมืองแต่อย่างใด มีเพียงความมุ่งมั่นในการใช้ความรู้ความสามารถให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติโดยรวมเป็นสำคัญเท่าที่จะทำได้”

2. ข้อเท็จจริงกรณีการพาดพิงกับ “Cambodian scammers” การฟอกเงินและธุรกิจผิดกฎหมาย เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเผยแพร่ ข่าวใส่ร้ายป้ายสี บิดเบือนข้อเท็จจริง ที่พยายามเชื่อมโยงเครือข่ายที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการ Cambodian scammers ในการนี้

ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

(2.1) ข้อกล่าวหาเรื่องความเกี่ยวข้องกับขบวนการ หลอกลวงต้มตุ๋นหรือที่เรียกว่า scammers ในประเทศกัมพูชานั้น ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับกระบวนการหลอกลวงต้มตุ๋นหรือธุรกิจผิดกฎหมายใด ๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะในประเทศกัมพูชาหรือประเทศอื่นใดทั้งสิ้น สำหรับกรณีที่มีความพยายามเชื่อมโยง BIC Group และBIC Bank Cambodia ให้เกี่ยวข้องกับกระบวนการหลอกลวงต้มตุ๋น ซึ่งข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้น ไม่อาจทราบได้ และคงต้องให้กระบวนการยุติธรรมเข้ามาตรวจสอบหาข้อเท็จจริง

“กระผมไม่สนับสนุนธุรกรรมผิดกฎหมายและจะไม่ปกป้องผู้ที่ทำผิดกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ”

โดยส่วนตัวที่เคยพบกับผู้บริหารของ BIC Bank ที่เป็นประธานกรรมการของธนาคารนี้ชื่อ Mr. Leak Yim แต่ไม่เคยเป็นกรรมการ กรรมการบริหาร หรือที่ปรึกษาใด ๆ ของ BIC Bank Cambodiaและไม่เคยรับเงินหรือผลตอบแทนใด ๆ

“การที่มีการนำรูปของกระผมและชื่อไปลงเป็นที่ปรึกษาของกลุ่มธนาคารนั้นกระผมไม่เคยรับทราบมาก่อน”

ส่วน Mr. Benjamin Mauerberger นั้น ได้รู้จักกับ Mr. Benjamin เนื่องจากลูกเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันในประเทศไทย แต่ไม่เคยทราบลึก ๆ ว่า Mr. Benjamin ประกอบธุรกิจอะไรอย่างไรหรือมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจอย่างไรกับ Mr. Leak Yim เพราะกระผมกับ Mr. Benjamin เป็นผู้ปกครองนักเรียนวัยเดียวกัน ชั้นเดียวกัน โรงเรียนเดียวกันเท่านั้น

“ผมและภรรยามีความรู้จัก Mr. Benjamin ในฐานะผู้ปกครองเนื่องจากลูกเรียนโรงเรียนเดียวห้องเดียวกัน แต่ไม่เคยมีธุรกรรมร่วมกัน ส่วน Mr. Leak Yim ที่ผ่านมาเคยพูดคุยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจธนาคารซึ่งปกติผมก็ให้คำปรึกษาเรื่องนี้กับหลายธนาคารอยู่แล้ว และยืนยันว่าไม่ได้มีการรับตำแหน่ง หรือเงินเดือนจาก BIC Bank Cambodia แต่อย่างใด ส่วนกรณีที่จะมีการเปิดหลักฐานเกี่ยวกับการรับเงินอะไรต่างๆ ผมขอท้าให้เปิดข้อมูลเอาหลักฐานมายืนยันได้เลย พร้อมชี้แจงอย่างแน่นอน”

(2.2) ข้อกล่าวหาเรื่องการเป็นตัวแทน (Nominee) เชื่อมโยงกับบริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส(Finansia Syrus : FSS) ผ่าน Pilgrim Finansa

ในปี พ.ศ. 2564 ได้เข้าซื้อหุ้น 29% ของ บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส (FSS)ซึ่งเป็นธุรกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายและกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทุกประการ ซึ่งเป็นการซื้อกิจการในลักษณะที่เรียกว่า management buy out อีกนัยหนึ่งก็คือผู้บริหารที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการบริหารกิจการของบริษัทนั้น ๆ (คือกระผมและคุณช่วงชัย)เห็นโอกาสในการซื้อหุ้นราคาเหมาะสมเพื่อมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้บริษัทเติบโตและมีกำไรสูงขึ้นเพื่อราคาหุ้นที่ดีขึ้นในอนาคตและมีผู้สนับสนุนทางการเงิน อาทิ ธนาคารหรือกองทุนที่มองเห็นว่าหุ้นที่ซื้อมาราคาไม่แพงและมีโอกาสเติบโตได้ในอนาคตคุ้มกับความเสี่ยงในการสนับสนุนทางการเงิน

ซึ่งธุรกรรมการกู้เงินมาซื้อหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์นี้เป็นเรื่องปกติถ้าธนาคารหรือผู้กู้เข้าใจมูลค่าหุ้นที่นำมาเป็นหลักประกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้น 29% ที่กระผมและคุณช่วงชัยซื้อมา ถือว่าเป็น controlling stake ของบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาด (Market share) ขณะนั้นเป็นอันดับสองของประเทศไทย รวมทั้ง บริษัทหลักทรัพย์ฟินันซ่าที่เป็นวานิชธนกิจอันดับต้นต้นของประเทศไทยมาอย่างยาวนานกระผมและคุณช่วงชัย (CEO) ซื้อหุ้นผ่านบริษัท Pilgrim Finansa(ถือหุ้นร่วมกันในสัดส่วน 60 : 40) และทำ Mandatory Tender Offer ตามกฎหมาย

ในการซื้อหุ้นในครั้งนั้น กระผมได้รับวงเงินสนับสนุน สองส่วน คือส่วนที่ซื้อหุ้นและส่วนที่ต้องเตรียมทำคำเสนอซื้อหุ้น (tender offer) ซึ่งส่วนแรกเป็นเงินกู้จากกองทุนในสิงคโปร์ชื่อ Capital AsiaInvestment (CAI เป็นบริษัทจัดการกองทุน ภายใต้การกำกับดูแลของ MAS ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาล Singapore) และส่วนที่สอง จาก BIC Bank Lao (ซึ่งเป็นธนาคารที่ถือหุ้น 70% โดยกลุ่มธุรกิจชาวลาว ชื่อ “AsiaInvestment and Financial Services Sole Co., Ltd.” และอีก 30% โดยบริษัทการไฟฟ้าลาว) เพื่อเตรียมการเสนอซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายอื่น ทั้งนี้ วงเงินจาก BIC Laos เป็น standby facility เพื่อทำ tender แต่เนื่องจากไม่มีผู้มาขายใน tender จึงไม่มีการใช้วงเงินนี้

BIC Bank Lao และ BIC Bank Cambodia มีความเกี่ยวพันมาอย่างไรจากในอดีตถึงใช้ชื่อคล้ายกันนั้นกระผมไม่ทราบ กระผมทราบแต่เพียงว่าในปัจจุบันนั้น ความเป็นเจ้าของและการบริหารจัดการนั้นแยกกันเด็ดขาด BIC Bank Lao ดำเนินกิจการมานานแล้วเป็นธุรกิจธนาคารที่ค่อนข้างอยู่ตัวแล้วผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจชาวลาวและบริษัทการไฟฟ้าลาว และเท่าที่หาข้อมูลได้ BIC Bank Cambodiaที่อยู่ในประเทศกัมพูชานั้น ถือหุ้นใหญ่โดย บริษัท Apsara Holdings 99% และ Mr. Yim Leak 1%

หลังจากกระผมและคุณช่วงชัยเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซียในปี พ.ศ. 2564 กระผมและคุณช่วงชัยได้ดำเนินการปรับโครงสร้างบริษัทโดยจ้าง McKinsey & Co. เป็นที่ปรึกษาเพื่อทำ Digital Transformation พัฒนาให้เป็นองค์กรดิจิตัล แต่การปรับปรุงองค์กรไม่เร็วอย่างที่กระผมคาดจนเมื่อปลายปี พ.ศ. 2567 กระผมได้ตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดให้กับคุณช่วงชัย หุ้นส่วนเดิมของกระผม และลาออกจากตำแหน่งกรรมการทุกตำแหน่งในบริษัท หลังจากนั้นกระผมไม่เคยมีความเกี่ยวข้องใด ๆ ในการถือหุ้นหรือในการบริหารบริษัท Finansia อีก

ส่วนคุณช่วงชัยขายหุ้นให้ใครหรือมีการเพิ่มทุนอีกหรือไม่ผมเองก็ไม่ได้ติดตามข่าว ซึ่งการที่บุคคลใดจะนำชื่อของผมในอดีตไปเชื่อมโยงกับบุคคลหรือเครือข่ายใดในภายหลัง ดังนั้น การคาดเดากล่าวอ้างหรือกล่าวเท็จเรื่องในความคิดตัวเองว่ากระผมเป็น Nominee หรือเป็นฟันเฟืองสำคัญของกระบวนการscammer ถือเป็นการใส่ร้ายป้ายสีและบิดเบือนข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ ขบวนการใส่ร้ายป้ายสีกระผมล่าสุด ยังได้เหิมเกริม ใส่ร้ายด้วยข้อมูลเท็จกับภรรยาของกระผม ว่าได้รับผลประโยชน์เป็นเงินคริปโตจำนวนหลายล้านเหรียญ ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดกระผมขอยืนยันว่าภรรยาของกระผมไม่เคยมีบัญชีคริปโตใดๆ ทั้งสิ้นทั้งในอดีตและปัจจุบัน และไม่เคยได้รับผลประโยชน์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้เลย

การพาดพิงถึงภรรยาว่ามีการรับคริปโทฯ มูลค่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็ไม่จริงเช่นกัน เพราะภรรยาของผมไม่เคยมีบัญชีคริปโทฯ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน และไม่เคยรับผลประโยชน์ใดๆ จากเรื่องนี้”

3. จุดยืนส่วนตัวและทางการเมือง

กระผมปฏิเสธข้อกล่าวหา ใส่ร้าย ป้ายสี ทั้งหมดอย่างชัดเจนว่า ไม่เคย มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีผลประโยชน์ร่วมกับกลุ่มบุคคลหรือขบวนการที่เกี่ยวข้องกับ Cambodian scammers หรือกระบวนการต้มตุ๋นหลอกลวง ธุรกิจผิดกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้น

“กระผม มีประวัติการทำงานและจรรยาบรรณที่ โปร่งใส ตรวจสอบได้ มาตลอด 30 ปีในแวดวงการเงินระดับสากล ทั้งในองค์กรต่างชาติและองค์กรของรัฐขนาดใหญ่ของไทย และปัจจุบันทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ข้าราชการกระทรวงการคลังที่มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับผมมากกว่าหนึ่งปีก่อนหน้านี้ รวมทั้งในปัจจุบัน จะสามารถยืนยันได้ว่าผมทำงานอย่างไร”

4. การดำเนินการต่อ

4.1 กระผมขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่บิดเบือนและเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่ทำให้ผมเสียชื่อเสียง

4.2 กระผมเชื่อมั่นในหลักนิติธรรมและจะยืนหยัดในความจริงเพื่อปกป้องชื่อเสียงส่วนบุคคลและเกียรติของตำแหน่งทางการเมืองที่ได้รับมอบหมาย

“ผมยังคงยืนยันในความบริสุทธิของตัวเองและจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่บิดเบือนและเผยแพร่ข้อมูลเท็จเพื่อปกป้องเกียรติเชื่อเสียงและความจริง โดยเฉพาะนายทอม ไรซ์จะถูกฟ้องเป็นคนแรกรวมถึงคนที่นำข้อมูลเท็จมาเผยแพร่ด้วย”

5. คำยืนยัน

กระผมไม่เคยและจะไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริต ฉ้อโกง หรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติใด ๆ ชีวิตการทำงานกว่า 30 ปีของผมอยู่บนหลักความสุจริต โปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม

นายวรภัค เปิดเผยว่า ท้ายที่สุดจากสถานการณ์ที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีด้วยข้อมูลเท็จทำให้จำเป็นต้องใช้เวลาและพลังในการดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ไม่หวังดี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภารกิจหลักในการขับเคลื่อยภารกิจของกระทรวงการคลังให้บรรลุผล ดังนั้นจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเพื่อไม่ให้เรื่องส่วนบุคคลกลายเป็นเงื่อนไขที่อาจกระทบต่อความคล่องตัวและประสิทธิภาพของรัฐบาล

“ผมไตร่ตรองและตัดสินใจว่าผมจะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งจะมีผลในวันนี้ การตัดสินใจครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อยืนหยัดหลักความโปร่งใสและรักษาความเป็นอิสระของรัฐบาลในการบริหารประเทศให้ปราศจากข้อครหาและไม่เปิดช่องให้ฝ่ายใดนำเรื่องส่วนตัวของผมมาเป็นอุปสรรคต่อภารกิจของรัฐบาล ผมเชื่อมั่นว่าความโปร่งใส ความเป็นมืออาชีพ และความมุ่งมั่นของรัฐบาลจะช่วยให้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างมั่นคงและต่อเนื่องภายใต้เวลาที่จำกัด”

โดยการตัดสินใจลาออกในครั้งนี้ได้เกริ่นกับนายอนุทิน ชาญวีรกุญ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว โดยจะยื่นหนังสือลาออกในวันนี้ ทั้งนี้การลาออกในครั้งนี้ไม่ได้ถูกกฎดันจากรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีเป็นการตัดสินใจด้วยตนเอง โดยสาเหตุที่ลาออกเพื่อให้การตรวจสอบมีอิสระ ขณะที่มีการพาดพิงถึงภรรยาซึ่งภรรยาก็ไม่ได้อยากให้รับตำแหน่งทางการเมืองอยู่แล้ว ขณะที่รัฐบาลยังต้องการคนที่มีเวลาขับเคลื่อนภารกิจอย่างเต็มที่

“การตัดสินใจลาออกครั้งนี้ผมเพิ่งคิดไม่นาน ผมไม่ได้ถูกกดดัน แต่คิดแล้วว่าผมอยากช่วยประเทศชาติ ผมไม่เคยอยากมารับตำแหน่งและไม่ได้มีความทะเยอทะยานทางการเมือง ไม่ใช่ไม่แคร์แต่ผมมาเป็นที่ปรึกษาของท่านพิชัย 1 ปี จึงเห็นว่าหลายอย่างในประเทศไทยแทบจะเป็นฟางเส้นสุดท้าย เราต้องปฏิรูปครั้งใหญ่ในหลายด้าน เสียดายที่ทำงานอยู่ในเวลาสั้นๆ แต่โชคดีที่ได้รับความร่วมมือจากข้าราชการเป็นอย่างดี”

นายวรภัค ได้ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค “Vorapak Tanyawong” ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจด้านเศรษฐกิจและการคลังของประเทศให้เดินหน้าอย่างเต็มกำลัง ภายใต้ข้อจำกัดของเวลารัฐบาลที่มีอยู่อย่างจำกัด และความคาดหวังของประชาชนที่สูงมาก

อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์ที่ผมถูกใส่ร้ายป้ายสีด้วยข้อมูลเท็จ ผมจำเป็นต้องใช้เวลาและพลังเป็นอย่างมากในการดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ไม่หวังดี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภารกิจหลักของผมในการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงการคลังให้บรรลุผล ผมจึงได้ตัดสินใจ ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อไม่ให้เรื่องส่วนบุคคลของผมกลายเป็นภาระหรือเงื่อนไขที่อาจกระทบต่อความคล่องตัวและประสิทธิภาพของรัฐบาล

การตัดสินใจครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อ ยืนยันหลักความโปร่งใส และรักษาความเป็นอิสระของรัฐบาลในการบริหารประเทศ ให้ปราศจากข้อครหา และไม่เปิดช่องให้ฝ่ายใดนำเรื่องส่วนตัวของผมมาเป็นอุปสรรคต่อภารกิจของรัฐบาล ผมเชื่อมั่นว่า ความโปร่งใส ความเป็นมืออาชีพ และความมุ่งมั่นของรัฐบาล จะช่วยให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

ผมยังคงยืนยันในความบริสุทธิ์ของตนเอง และจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่บิดเบือนและเผยแพร่ข้อมูลเท็จ เพื่อปกป้องเกียรติ ชื่อเสียง และหลักความจริง โดยทำทั้งหมดนี้ โดยไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับภารกิจของรัฐบาล

ผมขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และประชาชนทุกคนที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการทำงานของผมตลอดมา ผมจะยังคงยืนหยัดในหลักนิติธรรม และทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองที่รักและปรารถนาดีต่อประเทศชาติอย่างเต็มกำลังต่อไป

ทั้งนี้ นายวรภัค ได้เข้าร่วมงานกับรัฐบาลอนุทินในฐานะรัฐมนตรีคนนอก โดยได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ในวันที่ 19 ก.ย. 2568 รวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 1 เดือน 3 วัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...