โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แพจเกจกระตุ้นเศรษฐกิจดันดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขยับ

The Better

อัพเดต 15 ส.ค. 2568 เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2568 เวลา 03.00 น. • THE BETTER
‘พาณิชย์’ ชี้มาตรการกระตุ้นช่วยประชาชน-ภาคธุรกิจ ห่วงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างประเทศที่กระทบความเชื่อมั่น ทั้งภาษีสหรัฐ-ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจภาพรวม

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 5,787 ราย ซึ่งครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนกรกฎาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 48.4 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของภาครัฐ

ทั้งนี้ปัจจัยที่ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของประชาชนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นคาดว่ามาจาก 1. โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจ และ 2. การส่งออกยังขยายตัวได้ดี

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ดัชนีอยู่ในระดับไม่เชื่อมั่นคาดว่ามาจาก 1. ความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีตอบโต้การนำเข้าสินค้าของสหรัฐอเมริกาที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย 2. ความตึงเครียดของสถานการณ์ระหว่างไทย - กัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง

และ 3. ภาระหนี้ครัวเรือนและธุรกิจที่ยังคงอยู่ในระดับสูง แม้จะได้รับความช่วยเหลือลดภาระหนี้ผ่านมาตรการต่าง ๆ ซึ่งประเด็นดังกล่าวยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งภัยธรรมชาติในบางพื้นที่ที่อาจเป็นแรงกดดันที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระยะต่อไป

ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค พบว่า ด้านเศรษฐกิจไทยส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 48.00 รองลงมา คือ มาตรการของภาครัฐ คิดเป็นร้อยละ 13.19 สังคม/ความมั่นคง คิดเป็นร้อยละ 8.71การเมือง คิดเป็นร้อยละ 8.57 เศรษฐกิจโลก คิดเป็นร้อยละ 8.54 ราคาสินค้าเกษตร ร้อยละ 7.67 ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง คิดเป็นร้อยละ 2.68 ภัยพิบัติ/โรคระบาด คิดเป็นร้อยละ 1.69 และอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ 0.95 ตามลำดับ

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายภูมิภาค จำนวน 5 ภูมิภาค พบว่า ดัชนีอยู่ในช่วงเชื่อมั่น 1 ภาค ได้แก่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ระดับ 53.5 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของภาคใต้ อยู่ที่ระดับ 47.9 ภาคเหนือ อยู่ที่ระดับ 46.7 ภาคกลาง อยู่ที่ระดับ 46.1 และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 45.9 ซึ่งแม้อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายอาชีพ จำนวน 7 อาชีพ พบว่า มีเพียง 1 กลุ่มอาชีพที่ดัชนีอยู่ในช่วงเชื่อมั่น ได้แก่ พนักงานของรัฐ อยู่ที่ระดับ 51.4 ในขณะที่มี 6 กลุ่มอาชีพที่ดัชนีอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยนักศึกษา อยู่ที่ระดับ 49.6 ผู้ประกอบการ และไม่ได้ทำงาน/บำนาญ มีค่าดัชนีเท่ากันอยู่ที่ระดับ 49.3 เกษตรกร อยู่ที่ระดับ 49.0 อาชีพรับจ้างอิสระอยู่ที่ระดับ 47.0 และพนักงานเอกชน อยู่ที่ระดับ 46.9 สำหรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยอยู่ที่ระดับ 34.6

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเป็นผลมาจากการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของภาครัฐ อาทิ โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งในการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวและการขยายระยะเวลาเข้าร่วมโครงการคุณสู้เราช่วยเพื่อบรรเทาภาระหนี้สินของประชาชน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคส่วนอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น พร้อมทั้งวางรากฐานสำหรับเศรษฐกิจในระยะยาวต่อไป

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นยังส่งผลสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะท่าทีการเจรจาลดภาษีนำเข้าสินค้ากับสหรัฐฯ และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาที่อาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อความกังวลของประชาชน ทั้งในด้านความมั่นคง สังคม และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

นอกจากนี้ อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือยังเป็นปัจจัยซ้ำเติมความกังวลของประชาชนในช่วงที่ผ่านมา โดยภาครัฐจะยังคงดำเนินมาตรการเพื่อตอบสนองและแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที เพื่อเป็นการบรรเทาความกังวลของประชาชนต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ขับเคลื่อนมาตรการที่เกี่ยวข้องเพื่อลดความกังวลของประชาชนในทุกมิติ ทั้งในด้านสถานการณ์ภายในประเทศและภายนอกประเทศ อาทิ มาตรการหลักในการบริหารจัดการผลไม้ปี 2568 สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ตลอดจนการจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน

สำหรับพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเฉพาะในการควบคุมราคาสินค้าและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน ตลอดจนเร่งกระจายสินค้าและผลผลิตจากบริเวณชายแดนไปยังพื้นที่อื่น เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ในทุกมิติอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมในการกำหนดมาตรการและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเร่งรัดการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...