โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กิน-ดื่ม

เชฟ Paulo Airaudo กลับมาเยือนกรุงเทพฯ พร้อมเสิร์ฟคอร์สสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ Sartoria by Paulo Airaudo

LSA Thailand

อัพเดต 11 ก.ย 2568 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2568 เวลา 03.00 น. • Lifestyle Asia Thailand

มาสเตอร์เชฟระดับโลก “Paulo Airaudo” ผู้ครอบครองดาวมิชลินรวม 6 ดวงจากร้านอาหารในเครือทั่วโลก กลับมาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้งในเดือนกันยายนนี้ เพื่อจัดแสดงเมนูอาหารสุดพิเศษที่ร้าน “Sartoria by Paulo Airaudo” ร้านอาหารอิตาเลียนสุดหรูและร่วมสมัย ตั้งอยู่บนชั้น 56 ที่ The Empire ใจกลางกรุงเทพมหานคร

Photo Credit: Courtesy of Sartoria by Paolo Airaudo

โดยเชฟเปาโลจะร่วมมือกับทีมเชฟของเขาที่ Sartoria รังสรรค์ไฟน์ไดนิ่งคอร์สเมนูสุดพิเศษที่เน้นวัตถุดิบตามฤดูกาล ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์อันเฉียบคมกับรสนิยมยุโรปอันประณีต โดยครั้งนี้จะนำเสนอเมนู L’Opera Completa ซึ่งเชฟเปาโลจะลงมือปรุงเองในครัวเปิดของร้าน ประสบการณ์ครั้งพิเศษเริ่มต้นด้วย Consommé of tomato ผสมกลิ่นหอมของผลบุดดาแฮนด์และวานิลลา ตามด้วย Snacks หลายรายการ ได้แก่ มอร์ตาเดลลาพิสตาชิโอ ปูหิมะจับคู่กับแอปเปิลและส้มโอ จากนั้นจะได้ลิ้มรสวากิวและคาเวียร์ ที่เสิร์ฟพร้อมหอมแดงและไข่แดง

ต่อด้วย ล็อบสเตอร์ในสไตล์ชาวันมูชิ (ไข่ตุ๋นญี่ปุ่น) กับอิคุระ หมู และต้นหอม ตามด้วย ฮามาจิ จัดวางในรูปแบบดอกไม้สุดตระการตา เสิร์ฟคู่กับโคลราบี ชิโสะ หัวไชเท้า สร้างความประทับใจทั้งรสชาติและงานศิลป์ เมนูถัดไปคือ Duck Cappelletti พร้อมใบไธม์และซอสจู ที่ให้รสชาติกลมกล่อมล้ำลึก ต่อด้วย ริซอตโตกับพาร์สลีย์ ส้มคัมควอต และกุ้งคาราบิเนโร เพิ่มมิติความสดชื่นให้กับมื้ออาหาร

Photo Credit: Courtesy of Sartoria by Paulo Airaudo
Photo Credit: Courtesy of Sartoria by Paulo Airaudo
Photo Credit: Courtesy of Sartoria by Paulo Airaudo

ตามมาด้วย พาสต้าอบาโลน ปรุงอย่างพิถีพิถันกับเห็ดพอร์ชินี ทาร์รากอน และชีสตาเลจิโอ ซึ่งเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างวัตถุดิบจากท้องทะเลและป่าธรรมชาติ สำหรับจานหลัก ผู้ร่วมดินเนอร์สามารถเลือกได้ระหว่าง คินเมได กับพาร์สนิป ฟัวกราส์ และซอสแชมเปญ หรือ Pigeon เชอร์รี เฮเซลนัต กะหล่ำดอก และซอสจู

การเดินทางแห่งรสชาติสิ้นสุดลงอย่างงดงามด้วยชุดของหวานอย่าง แอปริคอต กับชีสนมแพะและสะระแหน่ เกรปฟรุต กับบัลซามิกขาว ช็อกโกแลตขาว และเมอแรงก์ ปิดท้ายด้วย พินาโคลาดา แบบทรอปิคอลที่ทำจากสับปะรดย่าง มะพร้าว และงา ก่อนจะส่งท้ายด้วย ขนมเปอตีฟูร์ หลากหลายชนิด ซึ่งถือเป็นโอกาสพิเศษที่เหล่านักชิมจะได้สัมผัสผลงานการปรุงอาหารของเชฟเปาโลอย่างใกล้ชิดในกรุงเทพฯ โดยผลงานของเขาได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกทางวัฒนธรรมอิตาลีและการเดินทางระดับโลก ถ่ายทอดผ่านเทคนิคอันชำนาญ วัตถุดิบตามฤดูกาล และการเล่าเรื่องผ่านอาหารอย่างแท้จริง

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...