ทำไมเรียก หนังตะลุง ? การละเล่นท้องถิ่นภาคใต้ที่เป็นอมตะข้ามกาลเวลา
“หนังตะลุง” คือการละเล่นพื้นเมืองภาคใต้ จัดเป็นศิลปะประเภท “ละครเงา” (shadow plays) ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการละเล่นที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษยชาติประเภทหนึ่ง แต่สงสัยกันไหมว่าทำไมเรียก หนังตะลุง ?
ความเป็นมาของหนังตะลุงในท้องถิ่นปักษ์ใต้ไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรชัดเจน สันนิษฐานว่าอาจมีมาตั้งแต่สมัยศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 13-17) และมาปรากฏหลักฐานชัดเจนสมัยรัตนโกสินทร์ แต่เดิมเล่นบนพื้นดินในที่ลานเตียนโล่งแจ้ง เล่นกันทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ได้ยกโรงขึงจอเล่นตอนค่ำอย่างทุกวันนี้
สมัยรัชกาลที่ 3 การเล่นหนังจากภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพฯ โดยพระยาพัทลุง (เผือก) นำไปเล่นแถวนางเลิ้ง ชาวพระนครจึงรู้จักการแสดงดังกล่าวในชื่อ “หนังพัทลุง”และสมัยรัชกาลที่ 5 มีการพัฒนาโดยเลียนแบบ “หนังแขก” จากชวา มาเปลี่ยนเป็นการแสดงเรื่องไทย ๆ เล่ากันว่า คนต้นคิดครั้งนั้นคือ “นายนุ้ย” หรือหนุ้ย ชาวบ้านควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง
หนังพัทลุงเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ ขณะเดียวกันคนกรุงเทพฯ ก็เรียกเพี้ยนจากหนังพัทลุงเป็น“หนังตะลุง”
อย่างไรก็ตามเอนก นาวิกมูล เสนอว่า ตะลุงไม่น่ากร่อนมาจากคำว่า “พัทลุง” โดยอ้างงานศึกษาของ รศ. ชวน เพชรแก้วแห่งมหาวิทยาลัยสุราษฎร์ธานี ซึ่งอธิบายว่า อินเดียก็มีการเล่นหนังที่รัฐเกรละและโอริสสา โดยใช้ตัวหนังขนาดเล็กเหมือนภาคใต้ของไทย
รัฐทมิฬนาฑู แถบอินเดียใต้ แต่เดิมก็เล่นหนังแบบเดียวกันนี้ด้วย และเรียกตัวหนังว่า “Tolungu”(โตลุงกู) จะเห็นว่าเสียงใกล้เคียงคำว่า “ตะลุง” ทีเดียว
จึงเป็นไปได้ว่าเสียง โตลุงกูเกี่ยวพันกับคำว่า ตะลุงในไทย
เดิมหนังตะลุงเล่นกันในงานสมโภชหรืองานเฉลิมฉลองต่าง ๆ ส่วนงานมงคล เช่น งานวิวาห์ จะไม่นิยม แต่ต่อมาความเชื่อดังกล่าวคลี่คลายไปมาก งานใด ๆ ที่ต้องการความสนุกครื้นเครงก็เล่นหนังตะลุงได้ จนมีการจัดประชันแข่งขันเป็นมหกรรมใหญ่โต เพื่อหารายได้ไปใช้ในกิจการสาธารณะ
การเล่นหนังตะลุงจะเล่นกันตั้งแต่ครึ่งคืนไปถึงตลอดคืน ส่วนใหญ่มักเล่นกันยันสว่าง เริ่มเล่นตั้งแต่เวลาประมาณ 3 ทุ่ม แล้วหยุดพัก 1 ชั่วโมงตอนเที่ยงคืน
นอกจากหนังตะลุงจะเล่าเรื่องเพื่อความบันเทิงแล้ว ยังสอดแทรกการศึกษา คติธรรม จริยธรรม ที่สำคัญคือเป็นกระจกสะท้อนความเป็นไปของบ้านเมือง ความอัดอั้นตันใจของชาวบ้านที่ไม่มีปากมีเสียง สามารถเล่าเหตุการณ์บ้านเมืองผูกเป็นคำกลอนหรือคิดบทสนทนากันแบบสด ๆ แสดงออกถึงอัจฉริยะของ “นายหนัง” ทำให้หนังตะลุงกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพ ปรับเปลี่ยนเนื้อหาและรูปแบบให้ทันสมัยได้โดยไม่ตก “เทรนด์”
หนังตะลุงภาคใต้จึงยังเป็นอัจฉริยลักษณ์การละเล่นที่แข็งแกร่งข้ามกาลเวลา โดยไม่สูญเสียอัตลักษณ์ของตน
อ่านเพิ่มเติม :
- 3 มหรสพ ลิเก-โขน-หนังตะลุง รวมกันทำไมเรียก “หนังสด”
- อ้ายเท่ง อ้ายหนูนุ้ย ตัวตึงหนังตะลุง (เชื่อกันว่า) มาจากคนที่มีชีวิตอยู่จริง
- “หนังตะลุง” ศิลปะที่สอนจริยธรรมนอกกรอบศาสนา กรณีศึกษาจากหนังตะลุง “น้องเดียว”
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
สถาบันไทยคดีศึกษา. (2544). หนังตะลุง อัจฉริยลักษณ์การละเล่นแห่งเมืองใต้.กรุงเทพฯ : อลีน เพลส.
เอนก นาวิกมูล. คำว่า “หนังตะลุง” มาจากไหน ?. 13 กันยายน 2561 . จาก https://www.silpa-mag.com/history/article_20271
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 ตุลาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมเรียก หนังตะลุง ? การละเล่นท้องถิ่นภาคใต้ที่เป็นอมตะข้ามกาลเวลา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com