โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แม่ฆ่าหั่นศพลูกชายแท้ๆ สารภาพบาป ปกป้องแฟนลูกจากนรกในบ้าน คนแห่สงสารฆาตกร

Thaiger

อัพเดต 11 ส.ค. 2568 เวลา 14.26 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2568 เวลา 02.23 น. • Thaiger ข่าวไทย

คดีเศร้า แม่ฆ่าหั่นศพลูกชายแท้ๆ อ้างทำไปเพื่อปกป้องแฟนสาวลูกจากความรุนแรงในครอบครัว

เหตุสะเทือนขวัญในอิตาลี หญิงวัย 61 ปี ถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมหั่นศพลูกชายวัย 35 ปีของตนเอง แต่เบื้องหลังกลับมีเรื่องราวสุดซับซ้อน เธออ้างว่าทำไปเพื่อปกป้องแฟนสาวของลูกที่ถูกทารุณกรรมอย่างหนัก

คดีนี้ถูกเปิดโปงขึ้นหลังจากมีผู้แจ้งว่าได้กลิ่นเน่าเหม็นโชยออกมาจากถังขยะในเมืองเจโมนา เดล ฟรียูลี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี จนนำไปสู่การค้นพบชิ้นส่วนศพของนายอเลสซานโดร

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา แฟนสาวของนายอเลสซานโดร เกิดภาวะทางจิตจนเข้ามอบตัวกับตำรวจ จากนั้นนางโลเรนา ผู้เป็นแม่ ก็ยอมรับสารภาพ ทั้งคู่จึงถูกจับกุม

จากการสอบสวนพบว่า นายอเลสซานโดรเป็นคนว่างงาน ติดสุราและยาเสพติด อีกทั้งยังมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงกับแม่และแฟนสาวที่อาศัยอยู่ด้วยกันมาตลอด ชนวนเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเขาเสนอว่าจะพาแฟนสาวและลูกที่เพิ่งเกิดย้ายไปอยู่โคลอมเบีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของฝ่ายหญิง

นางโลเรนาให้การว่า เธอรักแฟนสาวของลูกเหมือนลูกสาวแท้ๆ และทนไม่ได้ที่ต้องเห็นเธอถูก “ทุบตี ด่าทอ และขู่ฆ่า” มาเป็นเวลานาน อีกทั้งอาการซึมเศร้าหลังคลอดของเธอก็ไม่เคยได้รับความใส่ใจ

“ฉันปล่อยให้พวกเขาย้ายไปโคลอมเบียไม่ได้ ที่นั่นอันตรายมากสำหรับเธอกับหลาน หนทางเดียวที่จะหยุดเขาก็คือฆ่าเขาทิ้ง” นางโลเรนากล่าว

เหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม นางโลเรนาได้ลอบใส่ยาในเครื่องดื่มของลูกชาย ก่อนจะฉีดอินซูลินในปริมาณมาก และใช้หมอนกับเชือกรองเท้าสังหารเขาในที่สุด ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดแฟนสาวของลูกชายมีส่วนร่วมและให้ความช่วยเหลือด้วย จากนั้นนางโลเรนาได้ใช้เลื่อยหั่นศพและนำไปทิ้งในถังขยะ

เบื้องต้น นางโลเรนาถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมและซ่อนเร้นศพ ส่วนแฟนสาวของลูกชายถูกตั้งข้อหามีส่วนร่วมในการฆาตกรรม ทั้งคู่จะถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังผลชันสูตรศพออกมาชัดเจน สำหรับทารกวัย 6 เดือนซึ่งเป็นลูกของนายอเลสซานโดรและแฟนสาว ขณะนี้อยู่ในความดูแลของหน่วยงานสังคมสงเคราะห์แล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...