โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขอความเป็นธรรม กระบะชนประสานงา จยย. 2 สาววัย 17 ปี อาการสาหัส คู่กรณีบ่ายเบี่ยงรับผิดชอบ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 10 ส.ค. 2568 เวลา 09.49 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ขอความเป็นธรรม กระบะชนประสานงา จยย. 2 สาววัย 17 ปี อาการสาหัส คู่กรณีบ่ายเบี่ยงรับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายวาริน อายุ 50 ปี หมู่บ้านพฤกษา12 ม.2 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ว่าบุตรสาวและเพื่อนบุตรสาวขับรถจักรยานยนต์และถูกรถกระบะชนข้ามเลนมาประสานงาจนบาดเจ็บสาหัสต้องเข้ารับการผ่าตัดทั้ง 2 คนแต่คู่กรณีกลับบ่ายเบี่ยงที่จะรับผิดชอบ

โดยจากการเปิดเผยของนายวาริน กล่าวว่าวันเกิดเหตุคือวันที่ 6 สิงหาคมเวลา 21.00.น.ที่ผ่านมาลูกสาวตนคือนางสาวจริยา อายุ 18 ปีได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไปกับเพื่อนคือนางสาวอิศวีร์พร อายุ 17 ปีเพื่อออกไปเอาเค็กวันเกิดเนื่องจากเป็นวันเกิดของลูกสาวตน

พอมาถึงตรงจุดเกิดเหตุบริเวณหน้าร้านบีมค่าส่ง ซึ่งตั้งอยู่ถนนเลียบคลองสาม ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี ปรากฏว่ามีรถกระบะคันหนึ่งได้มาชนรถอีกคันแล้วแฉลบมาชนประสานงากับรถจักรยานยนต์ของลูกสาวคนที่กำลังขับอยู่จนร่างของลูกตนและเพื่อนลูกตนกระเด่นออกจากรถจนชาวบ้านเข้ามาดูกันจำนวนมาก

พอตนออกไปดูแล้วเห็นสภาพทั้งรถทั้งคนคาดว่าลูกสาวตนและเพื่อนคงเสียชีวิตแน่นอนเพราะรถจักรยานยนต์พังเสียหายยับเยิน เหตุการณ์นี้ทำให้ลูกสาวตนต้องรักษาตัวซึ่งมีอาการบาดเจ็บกระดูกต้นขาบนหักผิดรูปต้องผ่าตัดและแผลเย็บตามตัวกว่า 30 เข็มและในส่วนของเพื่อนลูกอีกคนคือนางสาวอิศวีร์พร อายุ 17 ปีมีอาการบาดเจ็บกระดูกสโพกหักและกระดูกเชิงกรานหัก

โดยจากเหตุการณ์นี้ตนได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์เอาไว้แล้ว โดยเบื้องต้นที่อยู่กับคู่กรณีที่โรงพักตนก็ได้ท้วงติงไปทางตำรวจว่าทำไมไม่ตรวจวัดแอลกอฮอล์คู่กรณีตำรวจก็แจ้งกลับมาว่าเครื่องวัดเสียทำให้ตนนั้นไม่มันใจในกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งทางคู่กรณียังมีการบ่ายเบี่ยงที่จะเยียวยาแล้วตอบตนเพียงว่าให้เป็นหน้าที่ของกฏหมาย ซึ่งตนเห็นสภาพลูกแล้วสงสารมาก อีกทั้งทาง พ.ร.บ.รถคู่กรณีก็ไม่มีแต่ค่ารักษาน้องนั้นสูงมาก

ด้านนางสาวสุพรทิพย์ อายุ 48 ปีมารดาของนางสาวอิศวีร์พร อายุ 17 ปีได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่าน้องมีอาการสาหัสมากระดูกสะโพกหักและกระดูกเชิงกรานหักต้องรับการผ่าตัดอีกทั้งแพทย์ยังบอกว่าหากผ่าตัดแล้วต้องนั่งรถวิลแชร์ 3 เดือนและไม่รู้ว่าจะกลับมาเดินได้หรือไม่ ซึ่งตนเองต้องใช้สิทธิ์ของน้องโดยตอนนี้กรมธรรม์น้องใกล้เต็มแล้วจึงจะย้ายน้องมารักษาตามสิทธิ์ 30 บาทต่อ

โดยคู่กรณีไม่เคยมารับผิดชอบอีกทั้งรถของคู่กรณีกรมธรรม์ต่างๆขาดหมดทุกอย่างจนตนต้องใช้งบตัวเองรักษา โดยเมื่อเช้านี้ตนได้โทรไปหาตำรวจเพื่อสอบถามเรื่องผลตรวจเลือดของคู่กรณีปรากฏว่าทางตอบตำรวจตอบเพียงว่าผลเลือดยังไม่ออกเลยและที่สำคัญเรื่องการตรวจวัดแอลกอฮอล์ของคู่กรณีที่ตนถามไปว่าทำไม่เครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ถึงเสียไม่สามารถตรวจคู่กรณีไม่ได้ ซึ่งตำรวจก็ตอบว่าผมก็ให้คำตอบไม่ได้ต้องรอผลเลือดอย่างเดียวทำให้ตนรู้สึกกังวลใจมากเพราะตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ผลเลือดยังไม่ออกจึงฝากสอนขอความยุตธรรมให้กับน้องด้วย

ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัดปทุมธานี รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...