โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไก่สามอย่าง” กับหลากที่มาของชื่อชวนฉงน เมนูชื่อไก่ไม่มีไก่เป็นวัตถุดิบ?!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ไก่สามอย่าง” ที่มักเสิร์ฟในร้านอาหารในเมืองไทย จะหั่นหอมแดง ขิง และมะนาวทั้งเปลือกเป็นทรงลูกเต๋า คั่วถั่วลิสงและกุ้งแห้ง หั่นตะไคร้เป็นแว่นหนา พริกขี้หนูสดบางครั้งก็มีไว้ให้ด้วย สำหรับผู้ที่ชอบรสเผ็ดจัด (ภาพโดย : กฤช เหลือลมัย)

ไก่สามอย่าง เมนูที่ไม่มีไก่ กับที่มาของชื่อนี้

โลกออนไลน์เคยมีประเด็นให้ถกเถียงกันเกี่ยวกับเมนูเจ้าปัญหาที่ชื่อว่า “ไก่สามอย่าง” ที่เมื่อสั่งมาแล้วไม่มีไก่บนจานเลยแม้แต่ชิ้นเดียว มีเพียงกุ้งแห้ง ตะไคร้ ถั่วลิงสง ให้รับประทานแกล้มเครื่องดื่มมึนเมา บางร้านอาจเพิ่มขิง หัวหอม มะนาว หรือพริกขี้หนูเข้ามาบ้าง ให้มีความหลากหลายมากขึ้น

ด้วยชื่อและวัตถุดิบที่ไม่ไปด้วยกัน คนไทยจึงมีปัญหาการสั่งเมนูนี้มานาน ไม่ใช่แค่ตอนนี้ ซึ่งก็น่าคิดต่อว่าแล้วทำไมต้องเรียกว่าไก่สามอย่าง ?

ทฤษฎีที่จะได้ยินกันจนคุ้นหู คือ เมนูนี้เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจ คนอดอยาก วัตถุดิบทำอาหารก็หายากเสียเหลือเกิน บรรดานักดื่มจึงต้องเอาของที่หาง่าย มีอยู่ตามบ้าน อย่าง กุ้งแห้ง ถั่วลิสง ตะไคร้ ขิง มะนาว หอมแดง พริกขี้หนู มาหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กินแกล้มไปพราง ๆ ก่อนจะอำกันว่า “หาไก่ในจานนี้ให้เจอซี มีตั้งสามอย่างนะ”

ก็เลยเรียกกันไปว่า “ไก่สามอย่าง”ตามที่คุยเล่นในวงสังสรรค์ ซึ่งถ้าย้อนกลับไปในสมัยอยุธยาก็พบอะไรแบบนี้คล้าย ๆ กัน คือชาวไทยยกย่องรสชาติความอร่อยของไก่ จนตอนนั้นเรียกปลาชนิดหนึ่งว่า“ปลาไก่น้ำ” เป็นเนื้อปลาที่อร่อยมาก แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับไก่เลย

อีกทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจ มาจากคำอธิบายของ “ณัฎฐา ชื่นวัฒนา” ผู้ศึกษาด้านโบราณพฤกษคดี ที่ค้นหาข้อมูลภาษาจีนเกี่ยวกับอาหารเรียกน้ำย่อยของคนจีน ก็พบว่ามีเมนูหนึ่งที่คนจีนนิยมกัน และหน้าตาก็คล้าย ๆ กับไก่สามอย่าง

สิ่งนี้ อ. นิธิวุฒิ ศรีบุญชัยชูสกุล ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีน ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยทางเหนือของจีน เรียกกันว่า “ไคเว่ย” มันประกอบด้วยขิง หอมแดง ถั่วลิสง พริก กินได้ทั้งแบบหยิบกินรวมกันหรือคลุกน้ำราดให้เข้ากัน

ณัฎฐาจึงเกิดข้อสันนิษฐานขึ้นมาว่าหรือ “ไคเว่ย” จะเพี้ยนมาเป็น “ไก่” และจีนเองก็มีความเชื่อเรื่องเลข 3 เป็นความมงคล ตั้งชื่ออาหารเป็นเลข 3 คือ ไก่สามถ้วย อันนี้ก็เป็นไก่สามอย่าง ฟังแล้วติดหูอยู่ไม่น้อย

นอกจากนี้เรายังพบอาหารแนว ๆ นี้ในหนังสือตำราอาหารชุดท่านสนมอินทร์(พ.ศ. 2496) ชื่อว่า “ไก่สามขา”

ในนั้นบอกว่ามี “กุ้งแห้ง หอมหัว ถั่วลิสงคั่ว พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้าแดง ผักชี น้ำตาล น้ำปลา มะนาว”และปรุงด้วยวิธีดังนี้ “กุ้งแห้งจัดใส่ชามเตรียมไว้ หัวหอมปอกเปลือก ล้างน้ำ ฝานตัว (ตาม?) หัว ใส่รวมในชามกุ้งแห้ง น้ำตาลผสมลงพอหวาน น้ำปลาดีผสมลงด้วย เอามะนาวฝานเอาเม็ดออก บีบลงผสมคลุกให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ยกใส่จานรับประทาน เด็ดผักชีเป็นใบๆ โรยหน้า พริกชี้ฟ้าโรยรอบจาน”

จากชื่อและวิธีปรุงนี้ทำให้เห็นว่าทั้ง 2 เมนู ทั้งไก่สามขาและไก่สามอย่าง น่าจะได้แหล่งและแรงบันดาลใจเดียวกัน ซึ่งอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับช่วงสงครามโลกเลยก็เป็นได้

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่เท่านั้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็ยังต้องหาคำตอบกันต่อไป ว่าทำไมไก่สามอย่างถึงไม่มีไก่ในจานเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กฤช เหลือลมัย. ใคร ที่ไหน กิน “ไก่สามอย่าง” ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรมปีที่ 42 ฉบับกุมภาพันธ์, 2564.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 สิงหาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ไก่สามอย่าง” กับหลากที่มาของชื่อชวนฉงน เมนูชื่อไก่ไม่มีไก่เป็นวัตถุดิบ?!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...