โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

บรรพบุรุษของ 'ชาดา' คือปาทาน และชาวปาทานอาจเป็นชาวอิสราเอลที่สาบสูญ!

The Better

อัพเดต 26 ต.ค. 2566 เวลา 02.05 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2566 เวลา 08.07 น. • THE BETTER
บรรพบุรุษของ'ชาดา' ปริศนาชาวปาทาน พวกเขาอาจเป็นชาวอิสราเอลที่สาบสูญ!

สิ่งที่ต้องรู้ก่อน

  • ชาดา ไทยเศรษฐ์ นักการเมืองชื่อดังชาวอุทัยธานี มีเชื้อสายปาทาน ซึ่งอพยพจากปากีสถานมาตั้งรกรากที่อุทัยธานีตั้งแต่รุ่นปู่ โดยปู่ของชาดาเป็นพ่อค้าเนื้อรายใหญ่ของอุทัยธานี
  • ถิ่นฐานของชาวปาทานส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในอัฟกานิสถานตอนใต้และตะวันออกและทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ใช้ภาษาในกลุ่มภาษาอิหร่าน อยู่กันแบบสังคมเผ่าตระกูล มีประมาณ 350–400 เผ่าตระกูล
  • ชาวปาทาน (Pathan) มีอีกชื่อว่าปาชทุน (Pashtun) ซึ่งเป็นชื่อที่แพร่หลายกันในระดับสากลมากกว่า ส่วนคำปาทาน เป็นคำในภาษาฮินดีหรือภาษาหลักในอินเดียใช้เรียกคนปาชทุน

ชาวปาทานมาจากไหน?
ปริศนาที่ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดก็คือ ชาวปาทานมาจากไหน? มีการเสนอทฤษฎีต่างๆ กันไป ต่อไปนี้คือทฤษฎีที่ถูกกล่าวถึงกัยมาก

1. สืบเชื้อสายมาจากชาวปัขตะ (Pakhta) ซึ่งเป็นคนโบราณที่ระบุในเอกสารโบราณภาษาสันสกฤตและภาษากรีก ชาวปัขตะอาศัยอยู่ในแถบพื้นที่ชายขอบทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอนุทวีปอินเดีย ในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือทางตะวันออกเฉียงใต้ของอัฟกานิสถานและปากีสถานตะวันตก
2. สืบเชื้อสายมาจากชาวสะกา (Saka) ซึ่งเป็นกลุ่มชนเผ่าเร่ร่อนชาวอิหร่านที่ในอดีตเคยอาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้าสเตปป์ในแถบเอเชียกลาง และแอ่งทาริม ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตซินเจียง ประเทศจีน ไปจนถึงอัฟกานิสถานและปากีสถาน
3. สืบเชื้อสายมาจากชาวเฮฟทาไลต์ (Hephthalites) หรือชาวเอโบดาล ซึ่งเป็นสมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อนในเอเชียกลาง แอ่งทาริม จนถึงอัฟกานิสถาน ในช่วงปลายยุคโบราณ ระหว่าง ศตวรรษที่ 5 - 8
4. สืบเชื้อสายมาจากชาวราชปุต (Rajput) ซึ่งเป็นชาวอินเดียที่อาศัยในแถบตะวันตกและตอนเหนือของอินเดีย และยังผสมกับชาวกรีกที่มาปักหลักในแถบอัฟกานิสถานและปากีสถาน หลังจากที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ยกทัพมาถึงอนุทวีปอินเดีย
5. มีตำนานเล่าขานกันว่ามาชาวปาทานสืบเชื้อสายมาจาก "สิบเผ่าที่สาบสูญ" ของชาวอิสราเอล ซึ่งเป็นชาวยิวโบราณที่ถูกขับไล่ออกมาจากดินแดนอิสราเอล หลังจากที่อิสราเอลถูกพิชิตจักรวรรดิอัสซีเรียใหม่

ในบรรดาทฤษฎีเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็นการตั้งสมมติฐานทางวิชาการ ยกเว้นข้อสุดท้ายที่อิงกับเรื่องเล่าขานโบราณและตำนาน ดังนั้นมันจึงมีความน่าตื่นเต้นเร้าใจมากกว่าทฤษฎีอื่น เราจึงเลือกที่จะขยายความทฤษฎีสุดท้ายที่บอกว่า "ชาวปาทาน คือชาวอิสราเอลที่สาบสูญไปในยุคโบราณ" (ชาวอิสราเอลโบราณ แม้ว่าจะเป็นชาวยิวเหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายถึงประชาชนในรัฐอิสราเอลสมัยใหม่ทุกวันนี้)

ชาวปาทานคือชาวอิสราเอลเผ่าหนึ่ง?
"สิบเผ่าที่สาบสูญ" (Ten Lost Tribes) คือชาวอิสราเอลโบราณ 10 เผ่าจากทั้งหมด 12 เผ่าที่ถูกกล่าวกันว่าถูกเนรเทศออกจากอาณาจักรอิสราเอลหลังจากถูกพิชิตโดยจักรวรรดิอัสซีเรียใหม่ (Neo-Assyrian Empire) เมื่อ 722 ปีก่อนคริสตศักราช หลังจากนั้น ชาวอิสราเอลสามารถกลับมาที่ดินแดนบ้านเกิดเมืองนอนอีกครั้ง แต่กลับมาได้เพียง 2 เผ่า คือเผ่าเยฮุดะห์และเผ่าบินยามีน ที่เหลืออีก 10 เผ่าสูญหายไป

เป็นเวลายาวนานแล้วที่มีความพยายามค้นหาเผ่าทั้งสิบที่สาบสูญไป และมีการค้นพบร่องรอยในบางเผ่าทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชีย มีการตั้งทฤษฎีที่หลากหลายว่าชนชาตินั้นๆ คือชาวอิสราเอลที่ถูกขับไล่ออกมาจากบ้านเกิดแล้วกลายเป็นคนเผ่าพันธุ์ใหม่ หนึ่งในนั้นคือ ชาวปาทาน

ตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโมกุล ซึ่งเคยปกครองอินเดียและปากีสถาน มีนักประวัติศาสตร์บางคนเอ่ยถึงการตั้งถิ่นฐานของผู้อพยพจากอิสราเอลในช่วงปลายคริสตศตวรรษที่ 8 ในภูมิภาคโฆรของอัฟกานิสถาน และมีการพบคำจารึกของชาวยิวในภูมิภาคโฆร

ส่วนคนปาทานเองก็มีเรื่องเล่าขานกันว่า เมื่ออิสราเอลสิบสองเผ่าถูกแยกย้ายกันไป เผ่าของโยเซฟ (เป็นชื่อรวมของสองเผ่าคือเผ่าเอปาราอีมและเผ่าเมนัซเซ) มาตั้งถิ่นฐานในภูมิภาคอัฟกานิสถาน และมีคนปาทานเผ่าหนึ่งชื่อว่าเผ่ายูซุฟไซ (Yusufzai) ซึ่งในภาษาปาทานแปลว่า"บุตรของโยเซฟ" (คำว่ายูซุฟเป็นสำเนียงในภาษาอาหรับของคำว่าโยเซฟ เนื่องจากชาวปาทานนับถือศาสนาอิสลามในภายหลัง)

คนปาทานจากเผ่ายูซุฟไซที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่ง คือ มาลาลา ยูซาฟไซ (Malala Yousafzai) นักกิจกรรมด้านการศึกษาสตรีชาวปากีสถาน และผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2014

นอกจากเผ่าของโยเซฟแล้ว ยังมีรายงานว่ากษัตริย์องค์สุดท้ายของอัฟกานิสถาน คือพระเจ้าซาฮีร์ ชาห์ ซึ่งครองราชย์ในกรุงคาบูลจนถึงปี 1973 อ้างว่าราชสกุลของพระองค์สืบเชื้อสายมาจากชาวอิสราเอลโบราณเผ่าบินยามีน

ตำนานเรื่องคนปาทานคือชาวอิสราเอลที่สาบสูญยังถูกเอ่ยถึงโดย อิบน์ บะฏูเฏาะฮ์ (Ibn Battuta) เป็นนักสำรวจชาวมุสลิมจากโมร็อกโก หนึ่งในบรรดานักเดินทางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ซึ่งเดินทางมายังเอเชียในศตวรรษที่ 14 และในหนังสือพงศาวดารกษัตริย์อัฟกาน คือหนังสือ "มัคซาน อิ อัฟกานี" หรือ"คลังสมบัติแห่งอัฟกาน" (Makhzan-i-Afghani) ในสมัยศตวรรษที่ 17 ระบุว่า ชาวปาทานคือชาวอิสราเอล ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองให้อพยพไปทางทิศตะวันออกมายังอัฟกานิสถาน คาดว่าผู้ปกครองที่ว่านี้คือชาวเปอร์เซีย ซึ่งต่อมาสืบทอดดินแดนของจักรวรรดิอัสซีเรีย และมีอำนาจปกครองชาวอิสราเอลในเวลาต่อมา

โชแซฟ -ปิแอร์ แฟร์เรียร์ (Joseph-Pierre Ferrier) นายทหารชาวฝรั่งเศสที่รับราชการในกองทัพเปอร์เซียเขียนไว้ในหนังสือ "ประวัติศาสตร์ชาวอัฟกาน" เมื่อปี 1858 ว่าหัวหน้าชนเผ่าปาทานเผ่ายูเซฟไซ ได้ถวายพระคัมภีร์ของชาวยิวที่เขียนเป็นภาษาฮีบรู สิ่งของอื่นๆ ที่เคยใช้ในการบูชาในสมัยโบราณและที่พวกเขาเก็บรักษาไว้ ให้กับกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของเปอร์เซีย คือ พระเจ้านาเดอร์ชาห์

แม้แต่ประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งนาวนานที่สุดของอิสราเอล คือ ยิตชัก เบน ซวี (Yitzhak Ben-Zvi) ก็ยังเขียนเรื่องชาวปาทานกับชาวยิวเอาไว้ว่า“ชนเผ่าอัฟกานิสถาน ซึ่งมีชาวยิวอาศัยอยู่มาหลายชั่วอายุคน เป็นชาวมุสลิมที่ยังคงรักษาประเพณีอันน่าทึ่งเกี่ยวกับการสืบเชื้อสายมาจาก (ชาวยิว) สิบเผ่ามาจนถึงทุกวันนี้”

ในปัจจุบัน ตำนานเรื่องนี้ได้รับความสนใจจากนักวิชาการพอสมควร หนึ่งในนั้นคือ ชัลวา เวล (Shalva Weil) นักวิจัยอาวุโสที่มหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล ซึ่งเขียนบทความเรื่อง Taliban may be descended from Jews (กลุ่มตอลิบานอาจสืบเชื้อสายมาจากชาวยิว)

นอกจากนี้ ยังมีนักวิชาการร่วมสมัยคนอื่นๆ ที่สงสัยแบบเดียวกัน เช่น ชาห์นาซ อาลี นักวิจัยชาวอินเดียจากสถาบันภูมิคุ้มกันวิทยาแห่งชาติในมุมไบ ได้รับทุนจากอิสราเอลให้พิสูจน์ทฤษฎีนี้ โดยศึกษาตัวอย่าง DNA ที่เธอรวบรวมจากชาวปาทานในอินเดีย

ในส่วนของการศึกษา DNA ชาวปาทาน มีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง ชื่อ "Afghanistan from a Y-chromosome perspective" (อัฟกานิสถานจากมุมมองของโครโมโซม Y) จากการวิจัยพบว่า โครโมโซมที่มีพ่อแม่เดียว หรือ (haplogroup) ของชาวปาทาน คือ R1a1a*-M198 ในอัตรา >50% ในขณะที่ชาวยิวกลุ่มอัชเคนาซีมีโครโมโซมนี้ 15.3%

เรื่องโดย ทีมข่าวต่างประเทศ The Better

ภาพ The British Library (Public Domain)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...