โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

[สัมภาษณ์] ‘Last Dinosaurs’ กับงานดนตรีไอเดียล้ำและการผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นในดนตรีตะวันตก

BT Beartai

อัพเดต 13 ธ.ค. 2566 เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2566 เวลา 12.37 น.
[สัมภาษณ์] ‘Last Dinosaurs’ กับงานดนตรีไอเดียล้ำและการผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นในดนตรีตะวันตก

https://assets.beartai.com/uploads/speaker/post-1340645.mp3?cb=1702434031.mp3

‘Last Dinosaurs’คือวงอินดี้ร็อกจากออสเตรเลียที่ประสบความสําเร็จอย่างต่อเนื่อง เจ้าของเพลงดัง “Apollo” “Zoom” ด้วยความสามารถในการแต่งเพลงและเรียบเรียงดนตรีที่มีส่วนผสมที่หลากหลาย ผสมผสานทั้งความเป็นตะวันตกและตะวันออกได้อย่างกลมกลืนและกลมกล่อม มีซาวด์ดนตรีที่เท่ เมโลดี้ที่ไพเราะ และเนื้อร้องที่โดนใจ ทําให้ผลงานของพวกเขามีความโดดเด่นเป็นที่น่าประทับใจตลอดมา อีกทั้งการแสดงสดของพวกเขายังสุดยอดมาก ๆ แฟน ๆ ชาวไทยหลายคนคงประจักษ์แจ้งดีเพราะว่าวงดนตรีวงนี้ได้มาแสดงสดให้แฟน ๆ ชาวไทยได้ชมกันอยู่หลายครั้ง

และล่าสุด3 หนุ่ม ฌอน แคสกี้ (Sean Caskey) – ร้องนำ/กีตาร์ ลาชแลน แคสกี้ (Lachlan Caskey) – ร้องนำ/กีตาร์ และ ไมเคิล สโลน (Michael Sloane) – เบส ก็ได้มาเยือนเวที VERY Festival 2023 เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขนเอาเพลงเก่าและเพลงใหม่จาก EP อัลบั้ม ‘RYU’ มาเล่นกันสด ๆ ให้แฟนเพลงชาวไทยได้เฮกันอีกครั้ง ซึ่งบรรยากาศในวันนั้นก็ผ่านไปอย่างสวยงาม ทั้งสนุกมันส์และประทับใจ

หลังจากลงเวทีไม่นาน เราก็ได้มีโอกาสมานั่งพูดคุยกับ 3 สมาชิกของ Last Dinosaurs คือ 2 พี่น้องแคสกี้ ฌอนและลาชลาน กับ ไมเคิล สโลน ถึงการได้มาแสดงสดในไทยในครั้งนี้ และผลงานใหม่ไอเดียล้ำอย่าง EP ‘RYU’ ที่มาพร้อม 7 บทเพลงใหม่ในคอนเซ็ปต์ล้ำ ๆ และงานดนตรีซาวด์เหงาสุดเท่ รวมไปถึงเรื่องของดนตรีซิตี้ป๊อปและวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่มีอิทธิพลต่องานเพลงของพวกเขา

นี่น่าจะเป็นครั้งที่ 5 ที่พวกคุณมาเล่นในไทยใช่ไหม พวกคุณรู้สึกยังไงบ้างกับโชว์ในครั้งนี้

ลาชลาน : มันดีมาก ๆ เลยครับ

ไมเคิล : สนุกมาก ๆ ครับวันนี้

ฌอน : มันเยี่ยมมาก ๆ เลยครับ แฟน ๆ ของเราเยี่ยมมาก ๆ เลย

พวกเราส่งพลังไปถึงพวกคุณบ้างมั้ย

ฌอน : อ้า ใช่เลยครับ พวกคุณทำให้พวกเราสนุกมากเลย

ผมจำได้ว่าคุณพูดหลายครั้งเลยว่าขอบคุณคนที่เต้นอยู่ตรงนั้นตรงนี้

ฌอน : ใช่ครับ ๆ ผมชอบมากเลยเวลาเห็นแฟน ๆ สนุกไปกับเรา และผมอยากขอบคุณพวกเขามาก ตอนเล่นเสร็จผมก็เลยลงเวทีเอาปิ๊กกีตาร์มาให้และจับมือกับเขาเพื่อแทนคำขอบคุณครับ

ขอขอบคุณภาพการแสดงสดจาก VERY RADIO
ขอขอบคุณภาพการแสดงสดจาก VERY RADIO

นอกจากมาเล่นคอนเสิร์ตแล้วพวกคุณมีแผนจะไปเที่ยวไหนกันบ้างไหม

ฌอน : แน่นอนครับ มาคราวนี้เหมือนเราได้มีวันหยุดประมาณ 4 วันครับ และเราก็มีนัดถ่ายภาพกับช่างภาพฝีมือดีคนหนึ่ง ซึ่งนอกจากนัดถ่ายภาพ เราก็จะมีเวลาไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ครับ

หวังว่าพวกคุณจะมีช่วงเวลาดี ๆ ที่นี่นะ

ฌอน : แน่นอน ๆ ครับ พวกเรามีช่วงเวลาดี ๆ ที่ประเทศไทยเสมอเลย

Last Dinosaurs เพิ่งออก EP อัลบั้มชุดใหม่ ‘RYU’ ออกมา อยากรู้ว่าคอนเซ็ปต์และแนวคิดในการทำงานอัลบั้มนี้เป็นยังไงบ้าง

ฌอน : คือหลังจากที่เราจบอัลบั้มที่ 5 ไปแล้วเราอยากจะได้อะไรที่มันสดใหม่ขึ้น ตอนนั้นผมกำลังคิดถึงการทำอาร์ตเวิร์ก เป็นภาพคนเอเชียที่เป็นเหมือนภาพแสดงโลกอนาคตในแบบปลอม ๆ เหมือนแบบคนจีนปลอม ๆ อะไรแบบนี้ ซึ่งเราทำขึ้นมาด้วย A.I. ครับ แล้วมันก็จะมีพวกทีวีต่าง ๆ ซึ่งแนวคิดเราคือเราอยากทำเพลงให้เหมือนกับว่ามันเป็นดนตรีที่ออกมาจากเครื่องพวกนี้ในโลกอนาคต เราก็เลยมาคุยกันว่าเราจะมาทำเพลงที่มันเหมือนกับว่าเป็นเพลงที่มาจากโลกอนาคต เป็นสัญญาณที่ส่งมาจากดาวเทียม A.I. ในโลกปี 3023 ซึ่งมันโคจรอยู่ในอวกาศและกำลังถึงคราวที่จะเสื่อมสลาย แต่ก่อนที่มันจะแตกดับไปมันได้เปลี่ยนตัวเองให้กลายไปเป็นสถานีวิทยุ และผลิตเพลงที่สร้างออกมาจากอัลกอริทึมที่เรียนรู้เรื่องของดนตรีจากโลกในทุกวันนี้ของเรา ซึ่งห่างจากโลกในอนาคตวันนั้นราว ๆ 1,000 ปี และมันก็ได้ทำหน้าที่ในการถ่ายทอดบทเพลงให้โลกทั้งใบได้ฟัง มันเลยคล้าย ๆ กับการเป็นไบเบิลฉบับ A.I. ที่ทำหน้าที่ในการเผยแพร่บทเพลง และผู้คนบนโลกก็ขยับเคลื่อนไหวไปกับท่วงทำนองที่ได้ยินได้ฟัง ซึ่งสำหรับพวกเขาที่อยู่ในโลกอนาคตเสียงที่ได้ยินมันคือสุ้มเสียงของโลกโบราณ เพราะว่าวันนี้กับช่วงเวลานั้นห่างกันถึง 1,000 ปี แต่ถึงอย่างนั้นบทเพลงเหล่านี้ก็ทำให้พวกเขาตระหนักว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน มนุษย์ยังคงเผชิญหน้าอยู่กับปัญหาเดิม ๆ ดังนั้นถึงแม้เราจะอยู่บนโลกที่ต่างยุคต่างช่วงเวลา แต่ดูเหมือนว่าชีวิตของเราต่างคล้ายดำเนินไปบนโลกคู่ขนาน และนี่คือเหตุผลว่าทำไมในอัลบั้มนี้ถึงมีเพลงอย่าง “Yin Yang” ครับ

โห นี่มันไฮคอนเซ็ปต์ บิ๊กไอเดียมากเลยนะ

ฌอน : ใช่ ๆ มันใหญ่มากเลยครับ (หัวเราะ)

และดูเหมือนว่าพวกคุณจะมีแนวคิดหรือแนวทางที่ค่อนข้างเชื่อมโยงกับปรัชญาตะวันออก อย่างเช่น หยิน-หยาง หรืออะไรแบบนี้อยู่เหมือนกันนะ

ไมเคิล : ใช่ครับ ๆ อย่างในเพลง “Yin Yang” ของเรา มันมีเซนส์ที่เป็นแบบนั้นมาก ๆ เป็นอะไรที่เรารู้สึกเชื่อมโยงไปในแนวทางนี้

บนเวทีตอนก่อนเล่นเพลง “Put Up With The Weather” คุณพูดถึง ทัตสึโระ ยามาชิตะ (Tatsuro Yamashita) ราชาเพลงซิตี้ป๊อปด้วย ซึ่งนั่นน่าประทับใจมากเลยที่พวกคุณได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานดนตรีของเขาและดนตรีซิตี้ป๊อป อยากรู้มากเลยว่า ทัตสึโระ ยามาชิตะ และวัฒนธรรมญี่ปุ่นมีอิทธิพลต่องานเพลงของ Last Dinosaurs ยังไงบ้าง

ลาชลาน : โอ้ มันเป็นคำถามที่ดีมากเลย อย่างแรกเลยชื่อวงของเรา มากจากชื่อเพลงของวงดนตรีญี่ปุ่น (The Pillows) ฌอนกับผม เราก็เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นด้วยกันทั้งคู่

ไมเคิล : ผมก็ด้วยเหมือนกันครับ

ลาชลาน : ใช่ ๆ ไมเคิลเองก็เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นเหมือนกันและแฟนของเขาก็เป็นครูชาวญี่ปุ่น พวกเราล้อมรอบไปด้วยคนญี่ปุ่น มันก็เลยเหมือนกับว่า เรามีอัตลักษณ์ของความเป็นญี่ปุ่นอยู่ในตัวอยู่แล้ว ซึ่งในเพลง “Put Up With The Weather” ผมตั้งใจแต่งเพื่อคารวะต่อดนตรีซิตี้ป๊อปและทัตซึโระ ยามาชิตะ เพลงนี้เลยมีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นอย่างแน่นอนครับ ซึ่งครั้งหนึ่งวงดนตรีจากโตเกียวชื่อ ‘OKAMOTO’ นักร้องนำของวงเคยพูดกับพวกเราว่า “มันตลกดีที่พวกนายเป็นวงจากตะวันตก แต่กลับมีซาวด์ในแบบญี่ปุ่น” หรือในทางกลับกันก็ดูเหมือนกับว่าพวกเราเป็นวงญี่ปุ่นที่มีซาวด์แบบตะวันตก และพวกเราก็จะมีสไตล์ในแบบของดนตรีอินดี้ร็อกที่เป็นเพลงเร็ว ๆ เร้าใจในแบบฉบับที่ดนตรีอินดี้ร็อกจะเป็นกัน แต่แน่นอนเลยครับว่า งานเพลงของเรามันมีกลิ่นอายของซาวด์แบบญี่ปุ่น เพราะพวกเราเติบโตมาในครอบครัวที่ฟังเพลงญี่ปุ่น อย่างเพลงของแอนิเมชันจิบลิ ( Studio Ghibli) ซึ่งได้มอบความรู้สึกแบบญี่ปุ่นให้กับพวกเรามาก ๆ เลยครับ

ผมหลงรักเพลงของ Last Dinosaurs ตั้งแต่ได้ฟัง “Apollo” ไม่รู้ว่าทำไม แต่ตอนนั้นมันรู้สึกขึ้นมาเลยว่า ‘ทำไมเพลงของวงนี้ฟังดูญี่ปุ่นจัง’

ฌอน : ว้าว ใช่เลยครับ ๆ เพลงนี้เราได้รับอิทธิพลจากเพลง “Don’t Stop The Music” ของ tofubeats ตอนนั้นเราไปที่ญี่ปุ่นแล้วก็ได้ยินเพลงนี้จากในคลับ ซึ่งเราหลงรักเมโลดี้ของเพลงนี้มาก ๆ พอเรากลับมาบ้าน ผมก็เริ่มขึ้นคอร์ดของเพลง แล้วก็ฮัมเมโลดี้ แด้ แด แด้ แด จากเสียงที่ผมได้ยินในหัว (ซึ่งกลายเป็นเมโลดี้ในไลน์อินโทรของเพลง) แล้วมันก็เริ่มมาจากตรงนั้น สุดท้ายมันเลยกลายเป็นเพลงนั้นในเวอร์ชันแบบของเราครับ มีเพลงในอัลบั้มนั้นหลายเพลงเลยที่ผมทำมาจากเพลงที่ผมได้ยินอยู่ในหัว เป็นเพลงที่ผมเคยได้ยินมาก่อน และผมอยากจะฟังมันอีกครั้ง ผมก็เลยทำมันขึ้นมาใหม่ในแบบฉบับของผมเองครับ

ปกติแล้วเวลาคุณแต่งเพลงก็มักจะใช้วิธีนี้หรือเปล่า

ฌอน : ปกติแล้วเวลาแต่งเพลง เราเพียงแค่ทำตามความรู้สึกของเรา แบบว่าเอออันนี้มันดีนะ อันนี้มันห่วยนะ อะไรแบบนี้ หรือไม่ก็ทำอะไรที่มันใหม่ ๆ หรือเจ๋ง ๆ ออกมา แต่มันก็แตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง แต่ปกติแล้วผมมักจะเริ่มต้นด้วยการแต่งดนตรี แต่งเมโลดี้ก่อน แล้วเนื้อเพลงถึงค่อยตามมาทีหลังครับ แบบว่าดนตรีนั้นจะต้องทำให้เรารู้สึกอะไรบางอย่างก่อน เราถึงจะรู้ว่าเพลงนี้เราจะเขียนเนื้อร้องเกี่ยวกับอะไร ไปในทางไหน

นี่พวกคุณก็อยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว

ลาชลาน : อืมน่าจะประมาณ 12-13 ปีได้ครับ เราเริ่มทำวงด้วยกันตั้งแต่ผมเรียนจบในปี 2010 เท่ากับว่าเราก็ทำวงกันมาว่า 12-13 ปีแล้ว ปีหน้าก็จะครบ 14 ปี ถือว่าเป็นเวลาที่ยาวนานเลยล่ะ

อยากรู้ว่าในระยะเวลาที่ผ่านมา พวกคุณทำงานร่วมกันยังไง ต่างเติมเต็มกันและกันยังไงบ้าง

ลาชลาน : โอ้ เราเติมเต็มกันตลอดเวลาเลยครับ (หัวเราะ)

ฌอน : ใช่ครับ มันเป็นแก่นหลักในการทำงานของเราเลย การเติมเต็มซึ่งกันและกัน

ไมเคิล : มันเหมือนกับการเป็นหยิน เป็นหยางให้กันและกัน

ลาชลาน : ซึ่งพวกเรานั้นเหมือนจะมีเรื่องของความรู้สึกที่ไปด้วยกันได้ดี มันไปด้วยกันได้

ไมเคิล : ใช่ ๆ ผมก็รู้สึกแบบนั้นด้วย

ฌอน : มันเหมือนว่าเราอยู่ด้วยกันมานาน และเราก็มีประสบการณ์อะไรต่อมิอะไรด้วยกันมามาก และนี่แหละมันทำให้สิ่งที่พวกเราทำ สิ่งที่พวกเราเป็นต่อกัน มันเป็นอะไรที่มีความเป็นธรรมชาติ มันเป็นธรรมชาติครับ

ในทุกวันนี้เมื่อพวกคุณมองย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้นและมองกลับมาในวันนี้ คิดว่าอะไรคือความแตกต่างระหว่าง Last Dinosaurs ในตอนนั้นกับตอนนี้

ลาชลาน : เรามีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นครับ เรารู้สึกรักในสิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่ในทุกวันนี้มาก ๆ และเราก็รู้สึกสนุกมาก ๆ ที่ได้เห็นอะไรต่อมิอะไรมันดีขึ้น ได้เห็นตัวเราเองพัฒนาขึ้น

ฌอน : มันมีความคราฟต์ครับ เหมือนกับว่าเราจดจ่อไปกับสิ่งที่ทำได้ดีขึ้น แบบว่าตอนที่พวกเรายังวัยรุ่น ๆ เราค่อนข้างสำมะเลเทเมาอยู่พอสมควร แล้วก็ขี้เกียจ แต่เราก็มีพลังแบบคนหนุ่มอ่ะนะครับ เป็นพลังงานดิบ (หัวเราะ) แต่สำหรับตอนนี้เรามีทั้งพลังงานแบบมืออาชีพมากขึ้น มีการโฟกัสจดจ่อ และความรัดกุม และมันทำให้งานเพลงของเรามันฟังดูดีขึ้นครับ

พวกคุณมีข้อความอะไรฝากให้แฟน ๆ ชาวไทยไหมครับ

ลาชลาน : ขอบคุณมาก ๆ นะครับ ขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทยมาก ๆ เลยครับ

ไมเคิล : เรารักพวกคุณครับ

ฌอน : แล้วพบกันใหม่ในเร็ว ๆ นี้ครับ แล้วเราคิดว่าอยากไปเล่นที่เมืองอื่น ๆ บ้างครับ เพื่อที่แฟน ๆ ของเราตามที่ต่าง ๆ จะได้มาดูเราได้สะดวกขึ้น เช่น เรามีเพื่อนอยู่ที่พัทยา เราก็อยากไปเล่นที่นั่นเหมือนกัน รับรองว่าเราสนุกกันแน่ ๆ ครับ เมากันอีกแน่เลย (หัวเราะ) เรารู้ว่าเรามีแฟนเพลงที่ยอดเยี่ยมของเราอยู่ที่ต่าง ๆ เราเลยอยากจะได้สัมผัสช่วงเวลาที่ดี ๆ และบรรยากาศที่งดงามของสถานที่ต่าง ๆ เหล่านั้นครับ ก็ขอบคุณมาก ๆ นะครับ แล้วพบกันใหม่ครับแฟน ๆ ชาวไทย

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...