“ลางานยังไงให้ได้ลา” คนอยากลางานแบบที่ได้พักจริง ๆ ฟังทางนี้ | โน้ต ศรัณย์ - Exclusive Writer
ได้ยินเสียงบ่นหนาหูจากมนุษย์ออฟฟิศสมัยนี้ ว่าเวลาลางานทีไรแทบจะต้องดำดินหนี ไม่พยายามเปิดการสื่อสารอะไรทั้งนั้น เพราะเปิดการสื่อสารที่ไรจะโดนตามงาน โดนขอให้ส่งงานแล้วถามนั่นถามนี่ จากทั้งเพื่อนร่วมงานและเจ้านาย และมาในทุกช่องทาง
เข้าใจเป็นอย่างดีครับว่ามันไม่ง่ายเลย เพราะทุกวันนี้งานมันรุมเร้า โลกใบนี้เต็มไปด้วยคำว่างาน และไม่มีท่าทีที่งานของแต่ละคนจะลดน้อยลงเลย
ถามว่า วันหยุดบางคนได้หยุดไหม…
คำตอบคือ ไม่…
เพราะหลายครั้งหลายครา ลูกค้าเอย เจ้านายเอย ลูกน้องเอย ก็รุมจิกเพื่อเรียกหาสิ่งที่ตนเองต้องการ ซึ่งนั้นก็คือ “งาน”
ปัญหามันมาแย่ไปกว่าเก่าก็ตรงที่ว่า วันลาพักผ่อน ที่ขึ้นชื่อได้ว่า “ลาได้ตามกฎหมาย” ในแต่ละปี ซึ่งบางองค์กรก็ไม่ได้มีให้เยอะแยะมากมายนั้น ก็ไม่วายว่าพนักงานหลายคนยังถูกรบกวน จนเกิดเป็นอาการที่เรียกว่า “ลา..ไม่ได้ลา” ขึ้น
บางคนก็มานั่งงตัวเองว่า “ลามานั่งทำงาน ส่งงาน ปั่นงาน” งง มากจริง ๆ ว่า….แล้วฉันลาหยุดเพื่อ!!!
บางรายต้องมาเปิดคอมส่งงานอยู่ริมชายหาด คุณพ่อคุณแม่บางคนกำลังพาลูกเที่ยวดิสนีย์แลนด์ก็ต้องมารับสายออฟฟิศที่ยาวยืดจนลูก ๆ เซ็งพอ ๆ กับการต่อคิวเล่นเครื่องเล่น
แต่สำหรับบางคน ก็เลือกที่จะหักดิบไปเลย คือ ตัดการสื่อสารทั้งหมด แบบที่แทบจะเอาคอมไปฝังไห ไปจุ่มน้ำ ไม่รับการติดต่อใด ๆ เลยในวันที่ลา เพราะมีความชัดเจนในตนเองว่า ฉันต้องการจะพัก ใครหน้าไหนก็ห้ามมายุ่ง ฉันขอสั่งห้าม !
อันนี้มันก็ไม่ได้ผิดอะไรครับ เพราะคุณกำลังใช้สิทธิ์ แต่บางทีก็มีประเด็นตามมา ในกรณีที่มันเกิดเรื่องด่วน เรื่องที่คุณเท่านั้นที่รู้ และทางออฟฟิศต้องการคุณขึ้นมา แต่คุณตัดขาดเงียบกริบ จนเกิดเป็นความขุ่นเคืองกันขึ้น เพราะเขาจะว่าคุณก็ไม่ได้ เพราะคุณก็ใช้สิทธิ์ แต่ความเสียหายมันก็ดันบังเกิดกระทบงานกระทบบริษัท
คราวนี้จะทำอย่างไรกันดี เพื่อให้การลาของเรานั้นเกิดสันติสุข ทั้งกับตัวผู้ที่ต้องการลาพักผ่อน ครอบครัว คนรอบข้าง งานที่มันอาจจะกำลังรุมเร้า และทีมงานของเรา ผมขออนุญาตแนะนำแบบนี้ครับ…
หนึ่ง วางแผนการลาพักผ่อนล่วงหน้า
โดยวางแผนทั้งปีไปเลยครับ และสื่อสารกับเจ้านายก่อนเลย ว่าช่วงนี้ของเดือนนี้เราจะลาพักผ่อนตามสิทธิ์ โดยมีแผนจะเดินทางไปต่างจังหวัด ต่างประเทศกับครอบครัว อะไรก็ว่าไป ให้มันเป็นกิจลักษณะ เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำได้ และการวางแผนล่วงหน้าพร้อมการสื่อสาร คือความเป็นมืออาชีพอย่างหนึ่ง
รวมถึงว่าเราควรวางแผนการลาโดยพิจารณาดูแล้วว่า ช่วงที่เราลานั้นมันไม่ใช่ “หน้านา” หรือช่วงที่ต้องลุยงานกันอย่างหน้าเขียวหน้าเหลืองทั้งแผนก หรือต่อให้เป็นหน้านา และเราต้องลาจริง ๆ ตามมาที่ข้อถัดไปได้เลยครับ
สอง วางแผนการบริหารจัดการงานต่าง ๆ ในช่วงที่เราไม่อยู่
ซึ่งเราจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่า จะมีงานอะไรเกิดขึ้น มีประชุมอะไร และเราต้องมีบทบาทอะไรมากน้อยแค่ไหน อะไรที่เราจัดการได้ก่อน เช่น ทำงานให้เสร็จก่อน แล้วส่งล่วงหน้า เตรียมงานไว้ล่วงหน้าเพื่อส่งมอบให้คนที่รับผิดชอบได้ทำต่อในช่วงที่เราไม่อยู่แบบที่งานไม่สะดุด หรือบางงานเลื่อนออกไปก่อนได้เพราะไม่เร่งด่วน
สาม วางแผนคนที่ดูแลงานแทนเรา
มอบหมายให้ชัดเจนว่าในช่วงที่เราไม่อยู่นั้นใครที่มาทำหน้าที่แทนเรา เหมือนนางงามนั่นแหละครับ ที่เมื่อคงที่ได้มงไม่อยู่ รองอันดับหนึ่งต้องเข้ามาทำหน้าที่แทน และคน ๆ นั้น ก็ควรจะทราบรายละเอียดพอสมควรว่าอะไรอยู่ตรงไหน และเนื้องานของคุณที่ฝากดูแลไว้คืออะไร เพื่อจะได้จัดการเบื้องต้นแทนคุณได้ แบบที่ไม่ต้องไปรบกวนเวลาที่คุณกำลังจิบค็อกเทลอยู่ริมหาด
และในทางอ้อม น้อง ๆ หรือทีมงานที่เราฝากงานไว้ก็ได้แสดงฝีมือแทนเราด้วย ถือเป็นการพัฒนาคนเก่งไปในตัว และจะยิ่งดีงามมากถ้าคุณเจียดเวลาช่วงสั้น ๆ โทรมาถามสารทุกข์สุขดิบกับคนที่คุณฝากงานไว้บ้างเผื่อเขาต้องการคำแนะนำ แล้วคุณก็กลับไปพักต่อ
สี่ สื่อสารอย่างเป็นมืออาชีพ
เรื่องเล็ก ๆ อยากการตั้ง Auto-reply แม้อาจจะไม่ได้เป็นการสื่อสารที่ดูหรูหราอะไรแต่มันก็เป็นการสื่อสารที่บริหารจัดการความคาดหวังของคนที่ส่งอีเมลมา หรือคนที่พยายามอยากจะติดต่อเรา และสมัยนี้การตั้ง Auto-reply สามารถทำได้แล้วแน่ ๆ ในหลาย ๆ ระบบด้วยครับ
แนะนำว่า ทำเถอะ และใส่รายละเอียดเอาไว้เลยครับว่า “I will be away from office, on vacation leave, from xx until xx. In the meantime, if you have any urgent matters, please feel free to contact Khun xxxxxxxx for support.”
เพียงเท่านี้ คนที่เขาได้รับข้อความนี้ ก็น่าจะสามารถรู้ได้แล้วครับว่า คุณจะไม่ตอบอีเมล และเขาต้องไปหาใคร หรือต้องแก้ปัญหาด้วยตนเองอย่างไร ที่สำคัญคือ คุณต้องมั่นใจแล้วว่า Stakeholder รอบข้างที่เกี่ยวกับงานของคุณนั้นทราบแล้วว่า คุณจะไม่อยู่ และคุณวางแผนช่วงที่คุณลาไว้อย่างไร
ห้า ถ้ามันมาถึงทางตัน
ยังไงก็ตามทั้ง ๆ ที่คุณพยายาม Professional แล้วทุกอย่าง แต่คุณไม่เคยจะได้มีโอกาสลาอย่างมีคุณภาพเลย และมันเป็นอย่างนี้ซ้ำ ๆ จงคุยกับหัวหน้าเถอะครับ ว่ามันอาจจะเริ่มไม่ใช่แล้ว และต้องหาทางแก้ไข เพราะคนเราถ้าไม่ได้พักผ่อนออกไปทำอย่างอื่นนอกเหนือจากงานบ้าง หรือได้ไปดูแลครอบครัว คนที่รัก เราจะทำงานไปเพื่ออะไรกัน
ลองดูนะครับ มันอาจจะฟังเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่หลาย ๆ คนลืมทำ ผมว่ามันคุ้มนะเพื่อความสบายใจ และการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ของเราและคนรอบตัว