DNA จากมนุษย์ยุคหิน ทำให้คนปัจจุบันตื่นเช้า เป็นการปรับตัวทางวิวัฒนาการที่น่าทึ่ง
DNA ของมนุษย์ยุคหินอาจทำให้บางคนนอนตื่นเช้า งานวิจัยใหม่เผยความเชื่อมโยงที่คาดไม่ถึงระหว่างมนุษย์ยุคปัจจุบันกับมนุษย์โบราณเมื่อหลายแสนปีก่อน
ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ ‘นาฬิกา’ ชีวิตของร่างกายที่ไม่เท่ากันในแต่ละคน สิ่งนี้ทำให้บางคนเป็นพวกตื่นเช้า และบางคนก็พวกตื่นช้ากว่า(และชอบใช้ชีวิตกลางคืนมากกว่าด้วย) แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าอะไรเป็นสาเหตุกันแน่
งานวิจัยใหม่จากผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ได้เสนอปัจจัยใหม่ว่าอาจเป็นเพราะพันธุกรรมบางตัวจากมนุษย์ยุคหินโบราณที่ชื่อสายพันธุ์ว่า ‘นีแอนเดอร์ทัล’ (Neanderthal) ที่ทำให้มนุษย์ปัจจุบัน (หรือชื่อสายพันธุ์ว่า โฮโม เซเปียนส์) ตื่นเช้า
ต้องกล่าวก่อนว่า การตื่นเช้าไม่ได้หมายความจะมีประโยชน์มากกว่าคนตื่นสาย หรือคนตื่นสายจะขี้เกียจกว่าคนตื่นเช้า สิ่งนี้เป็นธรรมชาติที่แตกต่างกันไปตามร่างกายของแต่ละคนซึ่งบังคับให้คนตื่นเช้าไปตื่นสายไม่ได้ และบังคับให้คนตื่นสายมาตื่นเช้าไม่ได้เช่นกัน (ถึงทำได้แต่ก็ทำได้ไม่นาน)
สิ่งที่จะชี้ก็คือ ทั้งหมดนี้เป็นแค่ความเหมาะสมจากวิวัฒนาการที่ปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเท่านั้นเอง ซึ่งพฤติกรรมตื่นเช้าหรือตื่นสายนั้นมีผลส่วนหนึ่งมาจาก DNA ที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ ในงานวิจัยใหม่นี้ นักวิทยาศาสตร์ได้เปรียบเทียบ DNA ของมนุษย์ปัจจุบันและมนุษย์ยุคหิน
พวกเขาได้ค้นพบสิ่งที่ทั้ง 2 มีร่วมกันคือ ยีนบางตัวที่เกี่ยวข้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจ ซึ่งในคนยุคปัจจุบันที่มียีนตัวนี้รายงานว่าเป็นคนตื่นเช้า นั่นหมายความนีแอนเดอร์ทัลก็ตื่นเช้าเช่นเดียว หรือพูดกลับกันได้ว่ามนุษย์ยุคใหม่ได้รับยีนตื่นเช้าจากนีแอนเดอร์ทัล
“ด้วยการรวม DNA โบราณ การศึกษาทางพันธุกรรมขนาดใหญ่ในมนุษย์สมัยใหม่กับปัญญาประดิษฐ์ เราค้นพบแนวโน้มที่โดดเด่น” John Carpa นักพันธุศาสตร์ด้านวิวัฒนาการและผู้เขียนรายงานกล่าว “ส่วนมากส่งผลต่อยีนที่ควบคุมนาฬิกาชีวิตในมนุษย์ยุคใหม่ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเพิ่มความโน้มเอียงที่จะเป็นคนตื่นเช้า”
แล้วมันมีผลยังไง? รายงานอธิบายไว้ว่า เมื่อ โฮโม เซเปียนส์ (มนุษย์ปัจจุบัน) เดินทางออกจากแอฟริกาขึ้นเหนือไปยูเรเชีย พวกเขาต้องเจอกับเวลากลางวันและกลางคืนที่ไม่เท่ากันในละติจูดเหนือ ซึ่งก็คือ -กลางวันสั้นกว่าในฤดูหนาว - กลางวันยาวนานกว่าในฤดูร้อน - ไม่ใช่เท่า ๆ กันแบบที่เคยเจอในแอฟริกา
นั่นหมายความพวกเขาจะมีเวลาที่ใช้ในการหาทรัพยากรอาหารตอนกลางวัน ‘น้อยกว่าเดิม’ ขณะที่นีแอนเดอร์ทัล ซึ่งอพยพมาก่อนแล้วสามารถปรับตัวด้วยการ ‘ตื่นให้เช้าขึ้น’ เพื่อชดเชยเวลาแสงที่สั้นลง ดังนั้นเมื่อ โฮโม เซเปียนส์ ผสมกับนีแอนเดอร์ทัล จึงได้ยีนตัวนี้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
“เมื่อมนุษย์วิวัฒนาการมาในแอฟริกาเขตร้อน ระยะเวลากลางวันเฉลี่ยจะอยู่ที่ 12 ชั่วโมง” Mark Maslin ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์โลก จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน อธิบายเพิ่มเติม “แต่ยิ่งคุณไปทางเหนือมากขึ้น วันในฤดูหนาวก็ยิ่งสั้นลงเรื่อย ๆ เมื่ออาหารขาดแคลนเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงสมเหตุสมผลที่จะเริ่มรวบรวมอาหารทันทีที่มีแสงสว่างเพียงพอ”
วิจัยก่อนหน้านี้เผยให้เห็นว่ามนุษย์ปัจจุบันมี DNA ของมนุษย์ยุคหินราว 1-4% แต่ยัไงก็ตามรายงานเน้นย้ำว่าคนที่ตื่นเช้าโดยธรรมชาติอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยอื่น ๆ ที่ไม่ใช่แค่ DNA ของมนุษย์ยุคหิน นี่เป็นแค่เพียงจิ๊กซอว์ส่วนเล็ก ๆ ของภาพใหญ่เท่านั้น ทีมวิจัยหวังว่าจะได้ศึกษาเพิ่มเติม
ที่มา
https://academic.oup.com/…/art…/15/12/evad203/7457904…
https://academic.oup.com/…/art…/15/12/evad203/7457904…
https://www.iflscience.com/being-a-morning-person-may-be…
https://www.theguardian.com/…/neanderthal-dna-may…
Photo : titovailona/Envato