โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

DNA จากมนุษย์ยุคหิน ทำให้คนปัจจุบันตื่นเช้า เป็นการปรับตัวทางวิวัฒนาการที่น่าทึ่ง

Environman

เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2566 เวลา 00.00 น.

DNA ของมนุษย์ยุคหินอาจทำให้บางคนนอนตื่นเช้า งานวิจัยใหม่เผยความเชื่อมโยงที่คาดไม่ถึงระหว่างมนุษย์ยุคปัจจุบันกับมนุษย์โบราณเมื่อหลายแสนปีก่อน

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ ‘นาฬิกา’ ชีวิตของร่างกายที่ไม่เท่ากันในแต่ละคน สิ่งนี้ทำให้บางคนเป็นพวกตื่นเช้า และบางคนก็พวกตื่นช้ากว่า(และชอบใช้ชีวิตกลางคืนมากกว่าด้วย) แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าอะไรเป็นสาเหตุกันแน่

งานวิจัยใหม่จากผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ได้เสนอปัจจัยใหม่ว่าอาจเป็นเพราะพันธุกรรมบางตัวจากมนุษย์ยุคหินโบราณที่ชื่อสายพันธุ์ว่า ‘นีแอนเดอร์ทัล’ (Neanderthal) ที่ทำให้มนุษย์ปัจจุบัน (หรือชื่อสายพันธุ์ว่า โฮโม เซเปียนส์) ตื่นเช้า

ต้องกล่าวก่อนว่า การตื่นเช้าไม่ได้หมายความจะมีประโยชน์มากกว่าคนตื่นสาย หรือคนตื่นสายจะขี้เกียจกว่าคนตื่นเช้า สิ่งนี้เป็นธรรมชาติที่แตกต่างกันไปตามร่างกายของแต่ละคนซึ่งบังคับให้คนตื่นเช้าไปตื่นสายไม่ได้ และบังคับให้คนตื่นสายมาตื่นเช้าไม่ได้เช่นกัน (ถึงทำได้แต่ก็ทำได้ไม่นาน)

สิ่งที่จะชี้ก็คือ ทั้งหมดนี้เป็นแค่ความเหมาะสมจากวิวัฒนาการที่ปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเท่านั้นเอง ซึ่งพฤติกรรมตื่นเช้าหรือตื่นสายนั้นมีผลส่วนหนึ่งมาจาก DNA ที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ ในงานวิจัยใหม่นี้ นักวิทยาศาสตร์ได้เปรียบเทียบ DNA ของมนุษย์ปัจจุบันและมนุษย์ยุคหิน

พวกเขาได้ค้นพบสิ่งที่ทั้ง 2 มีร่วมกันคือ ยีนบางตัวที่เกี่ยวข้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจ ซึ่งในคนยุคปัจจุบันที่มียีนตัวนี้รายงานว่าเป็นคนตื่นเช้า นั่นหมายความนีแอนเดอร์ทัลก็ตื่นเช้าเช่นเดียว หรือพูดกลับกันได้ว่ามนุษย์ยุคใหม่ได้รับยีนตื่นเช้าจากนีแอนเดอร์ทัล

“ด้วยการรวม DNA โบราณ การศึกษาทางพันธุกรรมขนาดใหญ่ในมนุษย์สมัยใหม่กับปัญญาประดิษฐ์ เราค้นพบแนวโน้มที่โดดเด่น” John Carpa นักพันธุศาสตร์ด้านวิวัฒนาการและผู้เขียนรายงานกล่าว “ส่วนมากส่งผลต่อยีนที่ควบคุมนาฬิกาชีวิตในมนุษย์ยุคใหม่ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเพิ่มความโน้มเอียงที่จะเป็นคนตื่นเช้า”

แล้วมันมีผลยังไง? รายงานอธิบายไว้ว่า เมื่อ โฮโม เซเปียนส์ (มนุษย์ปัจจุบัน) เดินทางออกจากแอฟริกาขึ้นเหนือไปยูเรเชีย พวกเขาต้องเจอกับเวลากลางวันและกลางคืนที่ไม่เท่ากันในละติจูดเหนือ ซึ่งก็คือ -กลางวันสั้นกว่าในฤดูหนาว - กลางวันยาวนานกว่าในฤดูร้อน - ไม่ใช่เท่า ๆ กันแบบที่เคยเจอในแอฟริกา

นั่นหมายความพวกเขาจะมีเวลาที่ใช้ในการหาทรัพยากรอาหารตอนกลางวัน ‘น้อยกว่าเดิม’ ขณะที่นีแอนเดอร์ทัล ซึ่งอพยพมาก่อนแล้วสามารถปรับตัวด้วยการ ‘ตื่นให้เช้าขึ้น’ เพื่อชดเชยเวลาแสงที่สั้นลง ดังนั้นเมื่อ โฮโม เซเปียนส์ ผสมกับนีแอนเดอร์ทัล จึงได้ยีนตัวนี้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

“เมื่อมนุษย์วิวัฒนาการมาในแอฟริกาเขตร้อน ระยะเวลากลางวันเฉลี่ยจะอยู่ที่ 12 ชั่วโมง” Mark Maslin ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์โลก จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน อธิบายเพิ่มเติม “แต่ยิ่งคุณไปทางเหนือมากขึ้น วันในฤดูหนาวก็ยิ่งสั้นลงเรื่อย ๆ เมื่ออาหารขาดแคลนเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงสมเหตุสมผลที่จะเริ่มรวบรวมอาหารทันทีที่มีแสงสว่างเพียงพอ”

วิจัยก่อนหน้านี้เผยให้เห็นว่ามนุษย์ปัจจุบันมี DNA ของมนุษย์ยุคหินราว 1-4% แต่ยัไงก็ตามรายงานเน้นย้ำว่าคนที่ตื่นเช้าโดยธรรมชาติอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยอื่น ๆ ที่ไม่ใช่แค่ DNA ของมนุษย์ยุคหิน นี่เป็นแค่เพียงจิ๊กซอว์ส่วนเล็ก ๆ ของภาพใหญ่เท่านั้น ทีมวิจัยหวังว่าจะได้ศึกษาเพิ่มเติม

ที่มา

https://academic.oup.com/…/art…/15/12/evad203/7457904…

https://academic.oup.com/…/art…/15/12/evad203/7457904…

https://www.iflscience.com/being-a-morning-person-may-be…

https://www.theguardian.com/…/neanderthal-dna-may…

Photo : titovailona/Envato

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...