เซียนคีย์บอร์ด
ข้อมูลเบื้องต้น
เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙]
*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้หจก. EnJoyBook ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ : Zongheng
---------------------------------------
นิยายแปลเรื่อง เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙]
ผู้แต่ง : 六如和尚 ผู้แปล : ทีมงาน EnJoyBook
อ่านตอนล่วงหน้าก่อนใคร คลิก >> https://bit.ly/3hpr25l
ซูอัน ชายหนุ่มที่วันๆใช้ชีวิตคลุกตัวอยู่แต่ในโลกออนไลน์ เที่ยวยั่วยุ ปั่นประสาทผู้คนในโลกออนไลน์ให้ไม่เป็นสุขอยู่ทุกวี่วัน เป็นนักเลงคีย์บอร์ดที่ใครๆต่างก็ต้องเข็ดขยาด แต่แล้ววันหนึ่ง ไม่รู้ว่าฟ้าลงทัณฑ์หรือสวรรค์บัญชา ให้เขาคนนี้ต้องพบจุดจบชีวิตที่น่าอนาถโดนฟ้าผ่าตายในขณะที่กำลังเปิดศึกคีย์บอร์ดกับคนบนโลกออนไลน์อยู่ในห้องของตัวเอง หากแต่นี่ไม่ใช่จุดจบ!
ชายหนุ่มรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาในร่างใหม่ที่มีตำแหน่งเป็นถึงเขยใหญ่ตระกูลอ๋องฉู่ที่แสนมั่งคั่งแถมยังมีภรรยาที่สวยหยาดเยิ้มเป็นอันดับหนึ่งของมณฑลที่ใครๆต่างก็หมายปอง
ดูเหมือนว่าเส้นทางชีวิตใหม่ของเขาจะโรยด้วยกลีบกุหลาบสินะ?
ไม่เลย!
บนโลกใบใหม่ที่เขาฟื้นขึ้นมานั้นเต็มไปด้วยผู้บ่มเพาะพลังเหนือมนุษย์มากมายแถมตำแหน่งลูกเขยอ๋องฉู่กลับทำให้เขาต้องคอยเผชิญจากการถูกลอบสังหารซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยที่เขาก็ไม่เข้าใจว่าไอ้เจ้าของร่างคนก่อนไปสร้างศัตรูเอาไว้มากมายขนาดนี้ได้ยังไง? ซ้ำร้ายร่างที่เขามาสิงสู่กลับเป็นแค่ร่างที่ไม่ได้ดีเด่ไม่มีพรสวรรค์เป็นเลิศเหมือนใครเขา ทุกคนในโลกนี้จึงต่างมองเขาเป็นแค่ไอ้คนไร้ค่าที่โชคดีถูกคุณหนูใหญ่ลูกสาวคนโตของอ๋องฉู่เลือกให้เป็นสามี อย่างเดียวที่พอจะภูมิใจได้ก็มีแต่หน้าตาที่หล่อเหลาและไอเทมสุดล้ำที่ติดตัวเขามาด้วย ซึ่งมันคือ “คีย์บอร์ดเซียน!!” ระบบสุดโกงตัวช่วยที่จะทำให้เขาใช้ชีวิตยียวนผู้คนในโลกใบใหม่แห่งนี้ได้โดยที่ไม่ตายก่อนวัยอันควร!
ขอเชิญติดตามเรื่องราวการผจญภัยสุดป่วนในโลกที่ไม่ค่อยจะสงบสุขเท่าไหร่อยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อ ซูอัน หนุ่มสายเกรียนเซียนปั่นประสาทที่ทะลุมิติมาพร้อมระบบคีย์บอร์ดสุดยียวนคู่ใจ ความโกลาหลครั้งมโหฬารยิ่งกว่าเดิมจึงอุบัติขึ้นจนทุกคนในโลกแห่งการบ่มเพาะไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิผู้แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้าหรือแม้แต่ขอทานยังต้องอุทานเป็นเสียงเดียวกัน
“ซูอัน! แกมันไอ้ตัวบัดซบ!!”
**เนื้อหาบางส่วนของนิยายแปลเรื่องนี้ อาจมีเนื้อหาเกี่ยวกับเพศ และความรุนแรง**
(ผู้อ่านที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี ควรได้รับคำแนะนำ)
มี E-book จำหน่ายแล้ว คลิกที่นี่ https://bit.ly/3WhYnyZ
คุณอาจจะชอบเรื่องนี้
บทที่ 1 เซียนคีย์บอร์ด(ต้น)
บทที่ 1 เซียนคีย์บอร์ด(ต้น)
อ๊ะ! โอ๊ยยย! โอ๊ยยยย! เจ็บชะมัด ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บไปทั้งตัว กลิ่นเหม็นของผิวหนังที่ไหม้เกรียมโชยเข้ามาในจมูก บ้าเอ๊ย! นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?
ซูอันจำได้แม่นเลยว่าเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน เขากำลังเถียงกับเหล่าเกรียนคียบอร์ดจำนวนมากบนเว็บ
บอร์ดที่เขาชอบเข้าไปสิงอยู่ทุกวันซึ่งถึงแม้ว่าที่ด้านนอกห้องของเขาจะมีทั้งเสียงฝนตกและฟ้าร้องดังรุนแรง มันก็ไม่ได้ลดทอนสมาธิในการพิมพ์ของเขาลงเลยแม้แต่น้อย เขาใช้กุลยุทธชักแม่น้ำทั้งห้ามาปั่นประสาทคนเหล่านั้นจนอีกฝ่ายพูดอะไรไม่ออก
…หึหึ นักรบคีย์บอร์ดเลเวล 1อย่างพวกแกน่ะเหรอจะมาเทียบกับเทพซูอันผู้นี้ได้!
แต่แล้วในขณะที่ ซูอัน กำลังลำพองใจจู่ ๆ ท้องฟ้าก็สว่างวาบพร้อมกับเสียงฟ้าร้องที่ดังกว่าครั้งไหน ๆ แล้วจากนั้นกลุ่มก้อนสายฟ้าที่มีลักษณะคล้ายกับลูกบาสก็พุ่งทะลุหน้าต่างห้องของเขา ชายหนุ่มจำได้แค่ว่ามันสว่างไสวอยู่กลางอากาศ เปล่งแสงสีแดงอ่อน ๆ ออกมาอย่างน่าพิศวง
หลังจากนั้น ? ซูอันจำได้เพียงว่าความเจ็บปวดแล่นเข้ามาเล่นงานร่างกายเขาตามมาด้วยความรู้สึก
ที่ยากเกินจะบรรยาย เขายังจำได้ลาง ๆ ว่าจู่ ๆ แป้นคีย์บอร์ดตรงหน้าของเขาก็กลายเป็นฝุ่นผง และมือทั้งสอง
ข้างของเขาที่วางอยู่บนคีย์บอร์ด ก็ค่อย ๆ หายไปเช่นกันจากนั้นมันก็ลามมาที่ร่างกายของเขา
จนในที่สุด…สติของเขาก็ดับวูบไป
นี่เราถูกฟ้าผ่าใส่เหรอ ? นั่นมันบ้าอะไร ? ลูกบอลสายฟ้า ? แต่ด้วยประสบการณ์การท่องโลกออนไลน์
มาอย่างช่ำชองบวกกับนิสัยส่วนตัวของเขาที่ชอบอ่านการ์ตูนและนิยายกำลังภายในอยู่แล้ว ดังนั้นแทนที่จะ
รู้สึกหวาดกลัว เขากลับรู้สึกตื่นเต้นกับปรากฏการณ์แปลกประหลาดนี้
เอาล่ะเว้ย! พลังวิเศษเรากำลังจะมี มันคือพลังวิเศษแน่นอน! โลกจ๋าเตรียมพบกับเดอะแฟลชตัวจริง
เสียงจริงได้เลย!
เอ๊ะ…ไม่สิเดอะแฟลชมันดูไม่ครบเครื่องเท่าไหร่เอาเป็นกัปตันอะตอมจะดีกว่าไหม?
เขาพยายามเปิดเปลือกตาอย่างยากลำบาก ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้ากลับพร่าเลือนไปหมด ซูอันไม่
สามารถบอกได้เลยว่าตอนนี้ตัวเองนั้นอยู่ที่ไหน ทันใดนั้น ความรู้สึกบางอย่างก็แผ่ซ่านมาจากปลายนิ้วของเขา ชายหนุ่มจึงรีบก้มมอง
…และวินาทีที่เขาเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ชายหนุ่มไม่แน่ใจนักว่าเขา ‘เห็น’ มันด้วยตาหรือว่าด้วยจิตของตัวเองกันแน่ แต่ตรงนิ้วของเขาคือ
คีย์บอร์ดที่คว้างอยู่กลางอากาศ รูปร่างธรรดาทั่วไปเหมือนที่เขาใช้ตามปกติ ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวของคีย์บอร์ดนี้ก็คือมันเป็นสีเทาทั้งหมด ด้วยความสงสัยเขาจึงยื่นนิ้วออกไปลองกดมันดู แล้วก้พบว่าปุ่มแป้นพิมพ์ทั้งหมดนั้นไม่มีตัวไหนที่สามารถกดลงไปได้เลย คล้ายกับว่าทุกอย่างถูกล็อคเอาไว้
“คุณผูกบัญชี ‘เซียนคีย์บอร์ด’ สำเร็จแล้ว เมื่อทำตามเงื่อนไขที่กำหนดครบ ระบบความสามารถพิเศษ
จะถูกปลดล็อคตามลำดับ”จู่ ๆ เสียงไร้ชีวิตชีวาดังก้องขึ้นในหัวของซูอัน จนทำให้เขาตกใจกลัว
อะไรวะเนี่ย? ชายหนุ่มเฝ้าถามตัวเอง ทำไมเราถึงไม่กลายเป็นเดอะแฟลช สไปเดอร์แมน ไอรอนแมน
หรืออะไรพรรคนั้นที่มันเท่ห์ ๆ หน่อย? ถึงแม้ว่าชื่อ ‘เซียนคีย์บอร์ด’ จะเข้ากับบุคลิกของเขาก็เถอะ แต่มันก็
รู้สึก…แปลก ๆ อยู่ดี
“เอ่อ…คุณ…คุณระบบแล้วผมทำอะไรบ้างถึงจะสามารถปลดล็อคความสามารถพวกนั้น?” ซูอัน
รีบถาม
“เก็บคัมภีร์ลับจากดินแดนลึกลับทั้ง 12 และใส่มันเข้าไปในแป้นพิมพ์ F1 ถึง F12 โดยทุกครั้งที่เก็บ
คัมภีร์ได้ ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์นั้นจะถูกปลดล็อคให้คุณใช้งาน” น้ำเสียงที่ไร้ชีวิตชีวาเอ่ยขึ้นอีก
ครั้ง
วินาทีนั้นเอง ชายหนุ่มถึงพบว่าด้านบนของแป้นพิมพ์แต่ละตัวมีอักษรรูนประหลาดปรากฏอยู่ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับคัมภีร์ลับที่ว่า
“ขอให้โชคดี เซียนคีย์บอร์ด!” ทันทีที่สิ้นเสียงนั้น แป้นพิมพ์ตรงหน้าก็เริ่มพับตัวเข้าหากันจนกลายเป็น
จุดดำเล็ก ๆ พุ่งเข้าที่ปลายนิ้วของเขา
ซูอันจึงรีบตะโกนออกไป “เดี๋ยวสิ! แล้วไอ้ ‘ดินแดนลึกลับทั้ง 12’ ที่ว่านั่นมันคืออะไร? แล้วผมจะต้อง
ทำยังไงถึงจะได้เจอไอ้คัมภีร์ลับพวกนั้น!?” น่าเสียดายที่ไม่ว่าเขาจะตะโกนดังแค่ไหน ก็ไร้ซึ้งเสียงใด ๆ
ตอบกลับมา และตอนนี้แป้นพิมพ์ตรงหน้าก็หายไปแล้วเช่นกัน
ชายหนุ่มอยากจะสบถออกมา นี่มันบ้าชัด ๆ คีย์บอร์ด ? พวกตัวละครที่อยู่ในหนังมักจะเริ่มต้นด้วย
อะไรเท่ห์ ๆ อย่างหยิบจับอะไรก็กลายเป็นเงินเป็นทองหรือไม่ก็อะไรประมาณนั้นไม่ใช่เหรอ ?
แล้วทำไมเขาถึงเริ่มต้นโดยการที่ทุกอย่างถูกล็อค แถมยังต้องพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเองก่อนที่
ทั้งหมดจะถูกปลดล็อคด้วยล่ะ ?
แถมแค่ฟังจากชื่อ ‘ดินแดนลึกลับทั้ง 12’ มันก็ดูอันตรายมากอยู่แล้ว และเขาก็ไม่คิดด้วยว่าคนพวกนั้นจะยอมส่งคัมภีร์ลับให้เขาง่าย ๆ ละนี่เขาต้องตามหามันถึง 12 เล่ม ? ! นี่มันบ้าชัด ๆ
พื้นที่โดยรอบที่ดูพร่าเลือนเองก็ค่อย ๆ หายไปเช่นกัน เขารู้สึกได้ว่าแสงอาทิตย์ค่อย ๆ ส่องกลับมายัง
โลกและเขาสามารถได้ยินเสียงพูดคุยของผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ได้ด้วย
“มันแปลกที่ตรงนี้นี่แหละ บนท้องฟ้าไม่ได้มีเมฆครึ้มเลยสักนิด แล้วสายฟ้าพวกนั้นมาจากไหน? นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย”
“เอ๊ะ หรือว่าเราทำเวรทำกรรมอะไรไว้เยอะจนแม้แต่สวรรค์ก็ต้องคิดวิธีลงโทษแปลก ๆ มาลงโทษเรา
แบบนี้ ?” ชายหนุ่มได้แต่ครุ่นคิด
“เฮ้นี่มันลูกเขยผู้แสนกระจอกของตระกูลฉู่ไม่ใช่เหรอ ? เฮอะ แทนที่เขาควรจะขอบคุณดาวนำโชค
ของตัวเองที่ทำให้นางฟ้าอย่างคุณหนูฉู่ตกหลุมรักได้ แต่เมื่อคืนวันแต่งงานของเขากลับโดดขึ้นอยู่บนเตียงของ
น้องสะใภ้ซะอย่างนั้นช่างสารเลวชาติชั่วซะจริง ๆ ”
“บ้าไปแล้ว! นี่เขาวางแผนจะควบสองเลยงั้นเหรอ ?”
“หึหึหึ มันก็เป็นธรรมดาไม่ใช่เหรอไงที่ผู้ชายหลายคนต่างก็อยากได้จะน้องสะใภ้ของตัวเอง!”
“หึ งั้นก็สมควรแล้วที่โดนฟ้าผ่า! สมน้ำหน้า!”
“แต่ก็น่าสงสารคุณหนูฉู่จริง ๆ อายุยังน้อยแท้ ๆ แต่กลับต้องเป็นหม้าย”
“ชู่ววว! อาจจะมีคนจากตระกูลฉู่มาได้ยินที่เจ้าพูดก็ได้ พวกเขากำลังตามหาตัวหมอนี่ไปทั่วทุกที่”
ซูอันมึนงงกับสิ่งที่ตัวเองได้ยินเป็นอย่างมาก เรื่องไร้สาระที่คนเหล่านี้กำลังพูดกันอยู่มันคืออะไรกัน? แล้วมันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมทุกคนถึงแค่ยืนมองอยู่เฉย ๆ ?
ทำไมถึงไม่มีใครโทรเรียกรถพยาบาลเลยสักคน!
คอยดูเถอะ!
ถ้าเขาดีขึ้นเมื่อไหร่ เขาจะแฉพฤติกรรมที่ไร้ยางอายของคนพวกนี้ลงบนโซเชียลมีเดียให้หมด!
“ถอยหน่อย! สัปเหร่อมาถึงแล้ว” เสียงใครบางคนตะโกนออกมา
สัปเหร่องั้นเหรอ? !
ซูอันตกตะลึง พวกเขาควรโทรเรียกหมอไม่ใช่เหรอ? นี่กำลังถ่ายละครประวัติศาสตร์กันอยู่รึไง?
วินาทีต่อมา เขาก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนอยู่ข้าง ๆ เขา จากนั้นก็เริ่มตรวจดูที่ร่างของเขาแล้วพูดว่า
“ศีรษะของศพขาวซีด ร่างของเขาเต็มไปด้วยเขม่าดำ มือคลายออก ปากอ้าค้างและดวงตาเบิกโพลง เสื้อผ้า
มีความเสียหายจากการถูกเผาไหม้ ดูเหมือนว่าเขาจะเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่าจริง ๆ ”
ซูอันทั้งกังวลและโมโหเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินสิ่งนี้ เรื่องตายก็เรื่องนึง แต่ตายในสภาพที่น่าเกลียด
แบบนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่อาจให้อภัยได้ เขารวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อลุกขึ้นนั่งและเอ่ยว่า “นี่!! พวกนายช่วย
แต่งหน้าให้ฉันก่อนแล้วค่อยถ่ายรูปได้หรือเปล่า ?”
“…”
“ผะผะผีดิบ!!!” ทันใดนั้นผู้คนที่รายล้อมเขาอยู่ต่างก็กรีดร้องออกมา แต่ละคนวิ่งกระเจิงไปคนละทิศ
ละทาง
ซูอันชะงักไป ทุกคนที่อยู่รอบตัวเขาเขาต่างแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายสมัยโบราณ แถมคุณภาพของ
ผ้าก็ดูค่อนข้างต่ำ มันแตกต่างจากที่เครื่องแบบสวยหรูและฉูดฉาดที่เขาเห็นในโทรทัศน์ และที่สำคัญก็คือเขาไม่เห็นกล้องหรือตากล้องอยู่แถวนี้เลยสักคน อันที่จริง เขาไม่เห็นมีใครหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลยสักคน! และเขาก็ไม่เห็นเสาไฟ รถยนต์ หรืออะไรก็ตามที่เหมือนกับโลกที่เขาเคยอยู่เลยด้วย
เอ๊…? นี่เรายังไม่ตายหรอกเหรอ? แล้วนี่เราถูกส่งมาอีกโลกหนึ่งใช่หรือเปล่า? เพราะว่าเป็นคอนิยาย
และได้อ่านเรื่องแบบนี้มาจำนวนมาก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ตกใจอะไรมากนัก
“นะ นะ นี่เจ้าเป็นตัวประหลาดอะไรกันแน่? !” สัปเหร่อตกใจกลัวจนหงายหลังลงไป ริมฝีปากสั่นระริก
ขณะที่ชี้มาที่ซูอัน
“ฉันไม่ใช่ตัวประหลาดเว๊ย ไอ้โง่นี่! นายแยกแยะระหว่างคนเป็นกับศพไม่ออกหรือยังไง ? ฉันว่านาย
คงต้องหางานใหม่แล้วแหละ แค่ก!…แค่ก!” ขณะที่พูด กลุ่มควันก็ยังคงพวยพุ่งออกมาจากทางปากและจมูก
ของชายหนุ่ม ทำให้เขาสำลัก แน่นอนว่านี่คือผลพวงจากการถูกฟ้าผ่า
วินาทีนั้นซูอันถึงพบว่าเสื้อผ้าของเขาเองก็ผิดไปจากที่สวมปกติเช่นกัน หนำซ้ำแขนและขาของเขายังดูผอมแห้งกว่าเดิมมาก นี่ไม่ใช่ตัวเขาอย่างแน่นอน และทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็ผลุดขึ้นมาในหัว ชายหนุ่มรีบดึงกางเกงของตัวเองออกและก้มลงสำรวจจุดที่เป็นความภูมิใจของชายชาตรี…
“…”
บทที่ 2 เซียนคีย์บอร์ด(ปลาย)
บทที่ 2 เซียนคีย์บอร์ด(ปลาย)
“บ้าเอ๊ยยยยยยย~!!!” ชายหนุ่มกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดใจ
จากที่แต่เดิมมันเคยเป็น ‘จ้าวยักษ์ใหญ่’ แต่ตอนนี้เขากลับเห็นแค่ ‘เจ้าหนอนตัวจ้อย’ เท่านั้น เรื่องแบบนี้มันไม่มีผู้ชายคนไหนทนรับได้หรอก!
แต่แล้วเสียงรอบ ๆ ที่กำลังอื้ออึง จู่ ๆ กลับเงียบลงอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย พร้อมกับบรรดาผู้คนที่ที่อยู่โดย
รอบก็รีบปลีกตัวออกเป็นไปสองข้างทางพลางแอบชำเลืองมองผู้ที่กำลังเดินเข้ามาใหม่ด้วยสีหน้าประหม่า
ซูอันเองก็หันไปมองโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน และสุดท้ายเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมทุกคนถึงมีท่าทางแบบนี้
สิ่งที่เขาเห็นก็คือ สตรีที่อยู่ในเครื่องแต่งกายสีขาวกำลังเยื้องย่างมาทางเขาอย่างช้า ๆ
ดวงตาของนางเป็นประกายสดใส ผิวขาวดุจหิมะ คิ้วเรียงทรงสวยราวกับถูกวาดมา และทุกย่างก้าว
ของนางดูเหมือนจะมีสายลมเย็นพัดผ่าน ผมสีดำสลวยพลิ้วไหวไปตามแรงลม ชุดกระโปรงยาวสีขาวของนางก็
เช่นกัน เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายสมส่วนถูกคาดไว้ด้วยเข็ดขัดสีฟ้าอ่อน เมื่อรวมทั้งหมดนี้เข้าด้วยกันมันทำ
ให้นางดูเหมือนกับนางฟ้าที่อยู่ท่ามกลางหมู่เมฆไม่มีผิด
พระเจ้าช่วย! เวลานี้ ซูอันเอาแต่ตำหนิและเกลียดการด้อยการศึกษาของตัวเองที่ทำให้เขาไม่สามารถ
ใช้คำที่เหมาะสมในการบรรยายความงามนี้ได้
เมื่อสังเกตุเห็นว่าอีกฝ่ายมองมาที่ตน เขาก็รีบยันตัวลุกขึ้นทันทีพร้อมกับพูดว่า “ว่ายังไงจ๊ะสุดสวย มี
แฟนหรือยังเอ่ย ? แต่ถ้าหากมีแล้ว สนใจอยากได้กิ๊กเพิ่มสักคนรึเปล่าจ๊ะ?”
สายตาไม่พอใจฉายชัดขึ้นเพียงช่วงหนึ่งบนใบหน้าของหญิงสาว จากนั้นนางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ดีจังนะซูอัน ทั้ง ๆ ที่เราเพิ่งแต่งงานกันไปไม่กี่ชั่วโมง แต่เจ้ากลับจำข้าไม่ได้แล้วอย่างนั้นเหรอ?”
“…”
หะ!? ซูอันชะงักไปในทันที หญิงสาวที่ดูสวยงดงามราวกับเทพธิดาผู้นี้คือภรรยาของไอ้กร๊วกผู้น่าสงสาร
คนนี้อย่างนั้นเหรอ? และที่น่าตกใจมากกว่านั้นก็คือ…
ชายเจ้าของร่างที่ตายตายเพราะถูกฟ้าผ่าก็ชื่อซูอันเหมือนกันเนี่ยนะ?
ในเวลาเดียวกับที่เขากำลังสับสน จู่ ๆ ข้อมูลจำนวนมากของชายคนที่เขามาสวมร่าง…ทั้งความรู้สึก
แปลกประหลาดและความรู้สึกคุ้นเคยก็สาดซัดเข้ามาในหัว
ที่เขารู้สึกคุ้นเคยก็เป็นเพราะว่าโลกนี้คล้ายกับประเทศจีนในสมัยโบราณเป็นอย่างมาก รวมทั้งมันยังใช้
ภาษาและวัฒนธรรมเดียวกันอีกต่างหาก แต่ที่รู้สึกแปลกเพราะที่นี่คือโลกของวิทยายุทธ โลกที่ผู้คนสามารถ
แข็งแกร่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถแยกทะเลได้โดยใช้เพียงแค่ดาบหรือการกระโดดเพียงแค่ครั้งเดียว
แต่มันก็ไม่ได้เหมือนกับโลกของนิยายกำลังภายในที่เขาเคยอ่าน ในโลกนี้ ผู้มีพลังส่วนใหญ่จะรวมกลุ่มอยู่ในวังหลวง ยิ่งคุณแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งได้รับอำนาจและสิทธิพิเศษที่มากยิ่งขึ้น
แผ่นดินนี้เป็นที่ยุคสมัยของราชวงศ์โจว และจักรพรรดิคนปัจจุบันก็คือหนึ่งในผู้ฝึกตนที่ทรงพลังที่สุดในแผ่นดินนี้
สมัยของราชวงศ์โจวเป็นสมัยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด และอยู่ได้นานกว่าราชวงศ์อื่น ๆ ของจีน เหล่า
องค์ชายและเชื้อพระวงศ์คนอื่น ๆ ของราชวงศ์ต่างกระจัดกระจายกันอยู่ทั่วดินแดน และตำแหน่งยศที่รองจาก
พวกเขาก็คืออ๋อง จวิ้นอ๋อง กั๋วกง จวิ้นกงและเหล่าขุนนางตามลำดับ พวกเขาเหล่านี้ล้วนมีเมืองและกองทัพเป็นของตัวเอง พวกเขาร่วมกันดูแลดินแดนที่พวกตนได้รับมอบหมายควบคู่ไปกับขุนนางที่ได้รับการแต่งตั้งจากราชสำนัก
เมืองที่เขาอยู่ในตอนนี้คือเมืองจันทร์กระจ่างเป็นเมืองของอ๋องจันทร์กระจ่าง ซึ่งชื่อจริง ๆ ของเขาก็คือ ฉู่จงเทียน
เจ้าของร่างคนก่อนเองก็ชื่อซูอันเช่นกัน ซูอัน ‘อีกคน’ เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกผู้เป็นลุงเลี้ยงดูมา และยังเป็นที่รู้จักในฐานะของคนที่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี ชายหนุ่มไม่มีทั้งความสามารถในเรื่องของการเรียนและการ
บ่มเพาะสรรพวิชา แต่กลับมีความฝันที่ทะเยอทะยานอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งแน่นอนว่ามันสูงเกินกว่าที่เขาจะเอื้อม
ถึง ดังนั้นเมื่อรวมทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน มันจึงทำให้ผู้เป็นลุงโกรธมากจนถึงขั้นเสียชีวิตไปด้วยความโกรธนั้นเลย
แต่เมื่อไม่นานมานี้มันมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นและทำให้ทุกคนตกตะลึง ซึ่งก็คือจู่ ๆ คนที่ไร้ค่าเช่นนี้กลับได้รับความสนใจจาก ‘องค์หญิง’ ของเมืองจันทร์กระจ่าง ซึ่งก็คือลูกสาวคนโตของท่านอ๋องจันทร์กระจ่าง จาก
นั้นต่อมาเขาก็ถูกเชิญไปที่คฤหาสน์ตระกูลฉู่และได้กลายเป็นลูกเขยของอ๋องผู้สูงศักดิ์
คนที่ไร้ค่าแบบนี้จะไปคู่ควรกับคุณหนูฉู่ผู้สูงส่งได้อย่างไร? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่านางสวย
มากแค่ไหน แทบจะทุกคนที่ได้ยินเรื่องนี้ต่างก็คิดแบบเดียวกันว่าพวกเขายังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าชายผู้นี้ด้วยซ้ำ!
ส่วนสตรีในชุดขาวตรงหน้าของเขาตอนนี้น่ะเหรอ? แน่นอนว่านางคือลูกสาวคนโตของตระกูลฉู่
…ฉู่ชูเหยียน
โชคดีที่ซูอันยังสามารถคิดหาทางออกได้เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามที่กึ่งตำหนิของอีกฝ่าย เขายิ้มและ
เอื้อมมือไปหมายจะโอบรอบเอวของหญิงสาวพร้อมกับตั้งใจสวมบทบาทใช้คำพูดจาให้เข้ากับยุคสมัยและพูด
ว่า “แหะ ๆ ภรรยาที่รักของข้า ข้าล้อเจ้าเล่นต่างหาก ข้ากังวลว่าเจ้าจะร้องไห้ฟูมฟายหลังจากที่เห็นข้าอยู่ใน
สภาพนี้ข้าเลยหยอกเจ้าเล่นเพื่อให้เจ้าผ่อนคลายเท่านั้นเอง”
ในเมื่อเขาถูกย้ายมาอยู่ในร่างของซูอันอีกคนที่อยู่ในมิติคู่ขนาน นั่นก็หมายความว่าตอนนี้ผู้หญิงคนนี้
คือภรรยาของเขา!
แต่แน่นอน…ถ้าหากอีกฝ่ายหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ มันคงไม่มีทางที่เขาจะยอมรับนางได้ง่ายขนาดนี้
ฉู่ชูเหยียนหมุนตัวหลบและก้าวถอยห่างจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย “ร้องไห้ฟูมฟาย? ให้กับเจ้าน่ะเหรอ?” น้ำเสียงนิ่งเรียบของนางแฝงความเย็นชาอยู่ภายใน
ซูอันไม่ได้สนใจอะไร เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงอายเกินกว่าที่จะทำท่าทีสนิทสนมชิดเชื้อกับเขาต่อหน้า
สาธารณะชน ชายหนุ่มรีบเดินตามหญิงสาวไปเขาต้องการที่จะใช้โอกาสนี้ในการสร้างความประทับใจในตัวเขาให้อีกฝ่ายเห็น
ทันใดนั้น ร่างของหยิงสาวผู้หนึ่งก็กระโดดออกมาและขวางทางเขาไว้ ซูอันกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไม่
เข้าใจ หญิงสาวตรงหน้าของเขาสวมเสื้อคลุมสีเขียว ทำทรงผมหน้าม้าตัดตรง มัดหางม้าสูงอย่างสวยงาม และหุ่นสวยสมส่วน โดยเฉพาะเอวของนางที่เว้าเข้ารูปนั้นมันเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดที่สุดในร่างของนางจนทำให้ซูอันต้องหายใจแรง
ขณะที่ซูอันกำลังจะเอ่ยชมความงามของอีกฝ่าย หญิงสาวตรงหน้าก็เอ่ยวาจาที่ไม่น่าฟังออกมา “เจียมกะลาหัวของเจ้าเองซะบ้าง! ถอยกลับไปซะ!”
ซูอันกะพริบตาปริบขณะสำรวจความทรงจำของตัวเองอย่างละเอียด อย่างนี้นี่เอง! หญิงสาวคนนี้คือสาวใช้ของคุณหนูชูเหยียน นางชื่อ เสวี่ยเอ๋อร์ หญิงรับใช้อย่างนางกล้าพูดจากับเจ้านายแบบนี้ได้อย่างไร?
วินาทีนั้น เขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยดังแว่วมาจากผู้คนที่ยืนดูอยู่รอบ ๆ
“นั่นคือบุตรสาวคนโตของตระกูลฉู่อย่างนั้นหรือ? นางช่างงดงามจริง ๆ ”
“แม้แต่สาวใช้ของนางเองก็มีใบหน้าที่งดงามเช่นกัน!”
“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าชายที่ถูกฟ้าผ่าคนนี้คือลูกเขยจอมขี้ขลาดของตระกูลฉู่จริง ๆ น่ะสิ? เขาทำ
ได้ยังไงกันนะ?”
“เหอะ! เขาก็คงใช้เล่ห์กลอะไรสักอย่างนั่นแหละ! ดูสิ แม้แต่สาวใช้เองก็รังเกียจเขา!”
? !? ! ลูกเขยจอมขี้ขลาด? !
ซูอันทำสีหน้าแปลกประหลาดออกมา ดูเหมือนว่าเขาคนก่อนจะไม่ได้ใช้ชีวิตที่ดีมากนักในโลกนี้ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก ใช้เล่ห์กลแล้วยังไง? การใช้เล่ห์กลมันก็ต้องใช้ทักษะเหมือนกันเว้ย!
เขาเชื่อว่าคนพวกนี้เองก็อยากจะทำแบบนี้เช่นกัน แต่แค่ไม่มีความสามารถพอก็เท่านั้น!
ฉู่ชูเหยียนเดินขึ้นไปบนรถม้าอย่างรวดเร็ว ซูอันเองก็อยากจะตามเข้าไป แต่สาวใช้เสวี่ยเอ๋อร์กลับเดิน
เข้ามาปิดทางขึ้นรถม้าเอาไว้พร้อมกับใช้สายตาจ้องเขม็งห้ามไม่ให้เขาตามขึ้นไป สาวใช้คนอื่นเอง ๆ ก็ดูเหมือนจะคุ้นชินกับสิ่งเหล่านี้ พวกนางจึงทำเป็นไม่เห็นและไม่ใส่ใจ แล้วเริ่มเตรียมตัวบังคับรถม้าให้เคลื่อนที่ต่อไป
ซูอันเริ่มจะหงุดหงิดเล็กน้อย…นี่ คุณผู้หญิง สามีของเจ้าเพิ่งจะถูกฟ้าผ่ามานะ ทำไมเจ้าถึงใจจืดใจดำปล่อยให้สามีของเจ้าที่กำลังอ่อนแอเดินกลับเองแบบนี้?
เมื่อคิดเช่นนี้ เขาจึงรีบเดินตรงดิ่งเข้าไปหา เสวี่ยเอ๋อร์ จากนั้นเมื่อถึงระยะประชิดเข้ายื่นหน้าเข้าไป
ทำท่าทีจะแกล้งหอมแก้มนาง
เสวี่ยเอ๋อร์ตกตะลึงและรีบถอยตัวหลบทันที และนี่ก็เป็นการเปิดโอกาสให้ชายหนุ่ม รีบเปิดประตูรถม้า
และขึ้นไปนั่งในรถม้าทันที
ภายในรถม้าอบอวลใบด้วยกลิ่มหอมอ่อน ๆ ที่ชวนหลงไหล ชูเหยียนกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง และ
เห็นได้ชัดเลยว่านางเองก็ประหลาดใจเช่นกันที่เห็นชายหนุ่มเข้ามาด้านในได้ เมื่อก่อนคนตรงหน้าของนางมัก
จะเชื่อฟังและยอมอยู่ข้างนอกอย่างสงบเสงี่ยม!
“…” วินาทีนั้นนางจ้องมองอีกฝ่ายอย่างงุนงง ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร
ขณะที่ซูอันกำลังจะพูดบางอย่าง เขาก็สังเกตเห็นชื่อของหนังสือที่อยู่ในมือของหญิงสาว
[ภรรยาผู้น่ารัก: 99 วันแห่งการตามหาความรักของนักดาบอมตะผู้ยิ่งใหญ่]
เมื่อเห็นชื่อหนังสือเล่มนี้เขาได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ พูดอะไรไม่ออก
ชั่วอึดใจเดียว เสวี่ยเอ๋อร์ก็พุ่งเข้ามาด้านในอย่างเดือดดาล “ฮึ่ม! ข้าสาบานเลยว่าข้าจะ…”
ชูเหยียนรีบซ่อนหนังสือไว้ในแขนเสื้อของตัวเองทันที ริ้วแดงระเรื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้างามอันไร้ที่ติ
ของนาง “ช่างมันเถอะเสวี่ยเอ๋อร์ ปล่อยเขาเถอะ”
เสวี่ยเอ๋อร์เหลือบหางตามองซูอันก่อนจะหันกลับไปนั่งด้านหน้าของรถม้าตามเดิมอย่างจำใจ
“เมื่อครู่นี้…เจ้าเห็นอะไรหรือเปล่า?” ดวงตาของชูเหยียนเผยแววอันตราย
ชายหนุ่มจึงรีบโบกมือปฏิเสธ “ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น!”
ในโลกนี้มีนิยายน้ำเน่าด้วยเหรอเนี่ย? แถมชื่อของมันยังน่าอายเหมือนกับนิยายรักน้ำเน่าบนโลกเดิม
ของเขาเลย เขาไม่คิดจริง ๆ ว่าหญิงสาวที่ดูเย็นชาตรงหน้าจะแอบอ่านนิยายแบบนี้
แต่เขาก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อสิ่งที่ตนพูด ด้วยความที่กลัวว่าคนตรงหน้าอาจจะฆ่าปิดปากเขา ซูอันก็รีบ
เปลี่ยนเรื่องทันที “ที่รัก เจ้าเคยได้ยินเรื่องของ ‘ดินแดนลึกลับ’ รึเปล่า? แล้วดินแดนลึกลับพวกนั้นมีบ้างไหมที่
อยู่ใกล้ ๆ เมืองของเรา?”
สีหน้าของชูเหยียนดูตกตะลึง “เจ้าไปได้ยินเรื่อง ‘ดินแดนลึกลับ’ มาจากที่ไหน?”
ในขณะเดียวกันที่ด้านนอกของรถม้า จู่ ๆ ดวงตาของเสวี่ยเอ๋อร์ก็เปล่งประกายชั่วร้ายขึ้นแวบหนึ่ง แต่
นางก็รีบก้มหน้าเพื่อซ่อนมันทันที
ซูอันจึงเอ่ยตอบไปว่า “ข้าไปได้ยินคนอื่นพูดมา”
“เหลวไหล!” ชูเหยียนขมวดคิ้ว “มันไม่มีทางที่คนธรรมดาจะเคยได้ยินเรื่องนี้"
บทที่ 3 ลอบสังหาร (ต้น)
บทที่ 3 ลอบสังหาร (ต้น)
เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของซูอัน ฉู่ชูเหยียนจึงเอ่ยขึ้นช้า ๆ ว่า “ข้าไม่สนว่าเจ้าจะไปได้ยินชื่อนี้มากจากไหน
แต่ต่อไปนี้ อย่าถามอะไรเกี่ยวกับสิ่งนี้อีก ไม่อย่างนั้นเจ้าจะต้องถูกฆ่าแน่ ๆ ”
ซูอันนิ่ง พูดอะไรไม่ออก ให้ตายเถอะพระเจ้า ดูเหมือนว่าดินแดนลึกลับพวกนี้จะกลายเป็นปัญหาเสีย
แล้ว แต่ทันใดนั้นเขาก็ชะงักไป งั้นมันก็หมายความว่าไอ้แป้นพิมพ์บ้านี่ก็หลอกเขาน่ะสิ! แค่เอ่ยถึงเขายังเกือบ
ถูกฆ่า แล้วอย่างนี้เขาจะไปเอา ‘คัมภีร์ลับ’ มาจากที่นั่นเพื่อปลดล็อคความสามารถพวกนั้นได้ยังไง?
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าไปจนเต็มปอดพยายามสงบสติอารมณ์
เห้อ~ ช่างเถอะ ต่อให้เขาไม่ได้มีพลังพิเศษมาตั้งแต่ต้นแล้วยังไง? แค่ได้ทะลุมิติมาเจอกับภรรยา
ที่สุดแซ่บขนาดนี้ก็ถือเป็นความโชคดีของเขาแล้ว เพราะฉะนั้นที่เหลือเขาจะหาทางเอง
ส่วนเรื่องความแตกต่างที่ชัดเจนของสถานะระหว่างเขากับฉู่ชูเหยียน เขาไม่ได้กังวลเลยสักนิด ก่อน
หน้านี้เขาเคยอ่านนิยายออนไลน์หลายเรื่องที่มีสถานการณ์คล้ายกับก่อนนี้ และเขาก็จะใช้เทคนิคที่ซึมซับมา
จากตัวละครพระเอกอย่างเช่น เซี่ยงเส้าหลง อุ้ยเสี่ยวป้อ หรือซ่งชิงซู ในการจัดการกับสถานการณ์ที่คล้าย ๆ กันเอา ต่อให้อีกฝ่ายจะเย็นชาเป็นภูเขาน้ำแข็ง แต่เขาก็มั่นใจว่าตัวเขานั้นจะทำให้คนตรงหน้าละลายได้
แค่นึกถึงภาพของเมื่อคืนที่เขานอนร่วมเตียงกับหญิงสาวที่สวยราวกับนางฟ้าก็เพียงพอที่จะทำให้เขา
ใจเต้นแรงแล้ว
เห้ย~ ใจเย็นหน่อยไอ้หนุ่ม เช็ดน้ำลายของนายก่อน รักษาภาพลักษณ์ของนายหน่อย!
ซูอันไม่ได้ถามอะไรอีกเนื่องจากเขาไม่อยากเพิ่มความสงสัยให้กับอีกฝ่าย แถม ฉู่ชูเหยียน เองก็ไม่ได้
คิดที่จะคุยอะไรกับเขาไปมากกว่านี้เช่นกัน ดังนั้นเขาจึงหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างเพื่อดูสภาพแวดล้อม
โดยรอบ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็มองเห็นกำแพงเมืองปรากฏขึ้นตรงหน้า เมื่อพิจารณาจากขนาดของมันแล้ว ถ้า
หากเมืองนี้อยู่ในประเทศจีน ก็ถือได้ว่าที่นี่เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง
ขณะที่ผ่านประตูเมือง ซูอันก็สังเกตเห็นว่าด้านบนของประตูมีตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัวถูกเขียนเอา
ไว้ว่า ‘เมืองจันทร์กระจ่าง’ จากนั้นเขารำพึงกับตัวเอง
‘สงสัยเราคงต้องหาซื้อแผนที่ซะหน่อยเพื่อดูว่าเมืองนี้ตั้งอยู่ส่วนไหนของอาณาจักร ไอ้บ้าเจ้าของร่าง
คนก่อนทำไมมันโง่ขนาดนี้ มันไม่มีความรู้พื้นฐานอยู่ในสมองเลยแม้แต่นิดเดียว!’
เขายังคงมองไปตามท้องถนนของเมือง ถึงแม้ว่ามันจะเทียบไม่ได้กับย่านใจกลางเมืองสมัยใหม่ แต่
ท้องถนนก็เต็มไปด้วยผู้คนและพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมาก และสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากที่สุดก็คือ ในระหว่าง
ที่รถม้าคันนี้กำลังเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ มันไม่มีแรงสั่นสะเทือนใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับเขาเลย มันเคลื่อนที่ไปข้าหน้าได้
อย่างนุ่มนวลราวกับเขากำลังนั่งอยู่บนรถยุโรปสุดหรูยังไงยังงั้น
ทันใดนั้นเอง เขาก็เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีเส้นสีฟ้าอ่อนไหลผ่านผนังด้านในรถม้า ซึ่งมันคล้ายกับวงจรไฟฟ้า
หรือสายไฟอะไรสักอย่าง หรือว่านี่คือ ‘ข่ายอาคม’ เหมือนในกับนิยายที่เคยอ่าน ๆ มา? นี่พวกเขาใช้ข่ายอาคม
กับรถม้าเหรอ? น่าประทับใจจริง ๆ!
เวลาผ่านไป ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงที่คฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีรูปสลักหินขนาดใหญ่สองตัวอยู่ด้านหน้า
เขาไม่แน่ใจว่ารูปสลักพวกนี้เป็นสัตว์ชนิดใด พวกมันดูเหมือนกับการผสมกันของเสือและสิงโต แถมยังมีรัศมี
พลังที่แปลกประหลาดแผ่ออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
รถม้าหยุดลงในที่สุด และฉู่ชูเหยียนลงจากรถม้า เดินตรงไปที่ประตูในขณะที่ทุก ๆ ย่างก้าวของนางจะมีกลีบดอกบัวบานมารองรับเอาไว้
ซูอันลอบมองไปรอบ ๆ เขาเห็นป้ายที่เขียนคำว่า ‘คฤหาสน์ตระกูลฉู่’ ติดไว้ที่เหนือประตู จากนั้นจึง
พึมพำกับตัวเอง
เห้อ! ชีวิตของผู้ชายคนนี้มันห่วยขนาดที่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านของภรรยาเลยเหรอเนี่ย? เขาแต่งเข้า
ตระกูลของฝ่ายหญิงแทนที่จะพาเมียตัวเองกลับบ้าน? ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนอื่น ๆ ถึงดูถูกเขาแบบนี้!
แต่เมื่อชายหนุ่มกำลีงจะก้าวเข้าไปข้างใน เขาก็ถูกเสวี่ยเอ๋อร์ขวางเอาไว้อีกครั้ง “อย่าคิดที่จะใช้ประตู
หลักเชียว! ไปใช้ประตูด้านข้างนู่น!”
ซูอันงุนงง “ทำไมข้าถึงใช้ประตูหลักไม่ได้?”
เสวี่ยเอ๋อร์ แสดงสีหน้าเหยียดหยาม “ประตูหลังมีไว้ให้คนของตระกูลฉู่ผ่านเท่านั้น ลูกเขยอย่างเจ้ามี
คุณสมบัติอะไรที่จะใช้มัน? เจ้ามีแต่จะทำให้ประตูบานนี้แปดเปื้อน!”
ซูอัน หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าและพูดว่า “ปากดีไม่เบานี่ ข้าเชื่อว่าแฟนหนุ่มของเจ้าคงจะไม่ค่อย
ทำการบ้านให้ล่ะสิ”
ถึงแม้ว่าเสวี่ยเอ๋อร์จะไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร แต่นางก็มั่นใจว่ามันคือคำดูถูกอย่างแน่นอน นาง
จึงคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายอย่างโมโหและง้างมือเตรียมจะทุบตีอีกฝ่าย ในระหว่างที่กำปั้นของนางจะปะทะเข้ากับ
หน้าของอีกฝ่าย ซูอันก็ล้มลงกับพื้นและเริ่มกรีดร้องออกมา ‘ด้วยความเจ็บปวด’
ข้า…ยังไม่ทันได้ต่อยเขาเลยไม่ใช่เหรอ?
เสวี่ยเอ๋อร์มีสีหน้างุนงง เห็นได้ชัดว่า ‘การเสเเสร้งเพื่อพลิกสถานการณ์’ ไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่ในโลกนี้
ฉู่ชูเหยียนที่ได้ยินเสียงจึงหันไปมองคนทั้งคู่ “ครั้งนี้เจ้าทำเกินไปหน่อยแล้ว! ไม่ว่ายังไงชายผู้นี้ก็เป็นลูก
เขยของตระกูลฉู่ ต่อไปนี้เจ้าห้ามปฏิบัติกับเขาแบบนี้อีก!”
สีหน้าของเสวี่ยเอ๋อร์เผยแววไม่เห็นด้วย แต่นางก็ไม่กล้าเถียงอะไรทั้งนั้นนางทำได้แต่ตอบรับอย่าง
อ้อยอิ่งว่า “ทราบแล้วเจ้าค่ะ คุณหนู”
จากนั้นฉู่ชูเหยียนจึงหันไปมองซูอัน “แล้วนั่นเจ้าจะลุกขึ้นได้หรือยัง?”
ซูอัน ที่ได้ยินแบบนั้นจึงรีบลุกขึ้นและกล่าวด้วยรอยยิ้มทะเล้น “เจ้าเองก็เป็นห่วงข้าเหมือนกันนี่นา”
ฉู่ชูเหยียนขมวดคิ้ว นางเผลอก้าวถอยหลังเพื่อให้ห่างจากอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว จากนั้นจึงหมุนตัวและเดินเข้าไปด้านใน ขณะที่เสียงของนางดังลอยมาตามอากาศ “ท่านพ่อกับท่านแม่กำลังรออยู่ข้างใน อย่ามัวเสียเวลา
อยู่ตรงนี้”
“เมื่อคืนนี้เจ้าทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือไม่! แล้วตอนนี้เจ้ากลับแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ? หน้าด้านสิ้นดี! ข้าล่ะอยากเห็นจริง ๆ ว่านายท่านกับนายหญิงจะทำอย่างไรกับเจ้า!” เสวี่ยเอ๋อร์มองชายหนุ่ม
อย่างรังเกียจและรีบวิ่งตามคุณหนูของนางเข้าไปด้านใน
ซูอันนึกถึงบทสนทนาก่อนหน้านี้ทั้งหมด ดูเหมือนว่าเมื่อคืนนี้…ซูอันคนก่อนจะแอบขึ้นไปนอนเตียง
น้องสะใภ้สินะ?
พระเจ้า! แค่เริ่มเกมก็ยากนรกแตกแล้ว!
ดวงตาของเขาไปรอบ ๆ ขณะคิดการบางอย่าง แล้วทันใดนั้นเขาก็รีบเดินไปใกล้ ๆ กับหญิงสาวทั้งสองและเมื่อได้ระยะเขายกมือกุมหัวพร้อมกับตะโกนออกมาทันที “โอ๊ยยยย หัวข้า!!!!!”
ในขณะเดียวกันเขาก็ ‘ล้มตัว’ ไปทางหญิงสาวทั้งสอง…
แต่ทั้งคู่กลับก้าวหลบไปด้านข้าง ปล่อยให้เขาล้มลงกับพื้น
ตุบ!
ครั้งนี้ ซูอันเจ็บจนแทบจะร้องไห้ออกมาจริง ๆ แต่ก็ไม่กล้าที่จะโอดครวญออกมา การใช้อุบายเดิมไม่
ได้ผล เห็นได้ชัดเลยว่าผู้คนที่นี่ไม่ได้ใสซื่อและไร้เล่ห์เหลี่ยมเหมือนที่เขาคิดเลยสักนิด ครั้งนี้พวกนางจับโกหก
เขาได้ในทันที!
“ทำไมเจ้าไม่รับเขา?” ฉู่ชูเหยียนมองเสวี่ยเอ๋อร์ด้วยสายตาตำหนิ
อีกฝ่ายเบ้ปากเล็กน้อยพร้อมกับตอบกลับว่า “คุณหนูก็มองออกไม่ใช่เหรอว่าเขาแกล้งทำ!”
ฉู่ชูเหยียนมองซูอันที่ยังคงนอนอยู่กับพื้นและกล่าวว่า “ข้าได้ยินมาว่าวันนี้เขาเพิ่งถูกฟ้าผ่ามา บางที
เขาอาจจะบาดเจ็บจริง ๆ ก็ได้ เจ้าพาเขากลับไปพักเถอะ พาเขาไปอาบน้ำด้วย เดี๋ยวข้าจะไปพบกับท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าเอง” หลังจากเอ่ยจบ หญิงสาวก็เดินจากไปอย่างสง่างาม
เสวี่ยเอ๋อร์ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากบอกให้คนรับใช้ชายสองคนนำเปลหามมาพาตัวซูอันไปอาบน้ำ
บนเปลหาม ซูอันรู้สึกสับสนเล็กน้อย ในความทรงจำของเขา เขาไปอยู่บนเตียงของน้องสะใภ้ในคืนแต่งงานจริง ๆ แต่ทำไม ฉู่ชูเหยียน กลับไม่ตำหนิเขาเลย อันที่จริง นางกลับไม่ได้ดูโมโหอะไรเลยสักนิด หรือว่าน้องสาวของนางจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ? ชายหนุ่มพยายามครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้มากมายแต่จนท้ายที่สุดก็ไม่พ้น
เรื่องสัปดน…
พวกเขาเดินผ่านประตู เคลื่อนตัวไปตามทางเดิน ผ่านสวนหิน จากนั้นก็มาถึงศาลาหิน มันเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวอย่างไม่น่าเหลือเชื่อ และเมื่อมาถึงศาลา เสวี่ยเอ๋อร์ก็บอกกับคนรับใช้ “วางเขาลงที่นี่ก่อน แล้วพวก
เจ้าจงไปเอาน้ำมาสักถัง เขาจะได้อาบน้ำ”
ซูอันเปิดเปลือกตาขึ้นหลังจากที่ได้ยินเสียงเดินห่างออกไป เขาถูกวางไว้ในศาลาที่อยู่ใกล้ ๆ กับบ่อน้ำ
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้แล้ว เขาก็ลุกยืนขึ้น เหลือบสายตามองลงไปในน้ำ ก็เห็นว่าผมของเขายุ่งเหยิงไป
หมด และใบหน้าของเขาก็ดำเป็นเป้นถ่านไหม้เกรียม ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมภรรยาของเขาถึงทำสีหน้ารังเกียจเวลามองมาที่เขา!
ทันใดนั้นเองเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงผลักจากด้านหลัง ทำให้เขาพลาดตกลงไปในสระอย่างช่วยไม่ได้
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยที!”
อันที่จริง ซูอัน นับได้ว่าเป็นคนที่ว่ายน้ำเก่งมากเพราะเมื่อตอนเด็ก ๆ เขาชอบไปว่ายน้ำในแม่น้ำอยู่
บ่อย ๆ ดังนั้นมันจึงไม่มีทางที่เขาจะจมน้ำในสระขนาดเล็กแบบนี้เด็ดขาด ด้วยความที่ค่อนข้างมั่นใจว่าเมื่อครู่นี้มีคนเตะเขาลงมา และในเมื่อเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็จำต้องแสร้งทำเป็นว่ายน้ำไม่ได้แทน
เขามองเห็นร่างพร่าเลือนของใครบางคนที่ก้าวออกมายืนข้าง ๆ สระน้ำด้วยรอยยิ้มเย็นชาพลางมองมาที่ตน ซูอันตกตะลึง ทำไมเสวี่ยเอ๋อร์ถึงต้องการจะฆ่าเขา? นี่เป็นแผนที่ภรรยาของเขากับชู้ของนางวางแผนขึ้นมา
หรือเปล่า?
หรือว่าตระกูลฉู่รู้สึกอับอายกับการที่ได้เขามาเป็นลูกเขยจนตัดสินใจที่จะใช้ ‘อุบัติเหตุ’ ในการกำจัดลูก
เขยของพวกเขา?
ความเป็นไปได้มากมายผุดขึ้นมาในหัวของเขา วินาทีต่อมาชายหนุ่มจึงแกล้งทำเป็นว่าเขาได้จมน้ำ
ตายไปแล้วและปล่อยให้ร่างของตัวเองลอยขึ้นมาเหนือน้ำ
“ครู่เดียวก็ตายแล้วงั้นเหรอ? กระจอกชะมัด!” เสวี่ยเอ๋อร์ที่อยู่ใกล้ ๆ พูดขึ้นด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
จากนั้นนางสะบัดแถบผ้าออกจากแขนเสื้อของตัวเองให้ไปพันรอบ ๆ ‘ศพ’ ที่กำลังลอยอยู่
ซูอันประหลาดใจเล็กน้อย สาวใช้คนนี้เป็นวรยุทธ์ด้วยเหรอเนี่ย? ดูเหมือนว่าเขาคงจะต้องระมัดระวัง
อีกฝ่ายให้มากกว่าเดิมเสียแล้ว
เมื่อลากร่างของ ซูอัน มาจนใกล้มากพอ เสวี่ยเอ๋อร์ ย่อตัวลงไปที่ขอบสระเพื่อจะตรวจดูชีพจรของ
อีกฝ่ายเพื่อความแน่ใจ
แต่แล้วทันใดนั้น ร่างของซูอันที่นางคิดว่า ‘ตาย’ ไปแล้วก็ลืมตาโพล่งและพ่นน้ำใส่หน้าของนาง จน
หญิงสาวเผลอหลับตา เขาอาศัยจังหวะนี้รีบดึงนางเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนและลากอีกฝ่ายลงไปในน้ำกับตน