โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เซียนคีย์บอร์ด

นิยาย Dek-D

อัพเดต 13 พ.ค. 2567 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2567 เวลา 08.12 น. • enjoybook
ซูอัน หนุ่มสายเกรียนเซียนปั่นประสาทที่ทะลุมิติมาพร้อมระบบคีย์บอร์ดสุดยียวนคู่ใจ ความโกลาหลครั้งมโหฬารยิ่งกว่าเดิมจึงอุบัติขึ้นจนทุกคนในโลกแห่งการบ่มเพาะไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิผู้แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า

ข้อมูลเบื้องต้น

เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙]

*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้หจก. EnJoyBook ***

ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ : Zongheng

---------------------------------------

นิยายแปลเรื่อง เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙]

ผู้แต่ง : 六如和尚 ผู้แปล : ทีมงาน EnJoyBook

อ่านตอนล่วงหน้าก่อนใคร คลิก >> https://bit.ly/3hpr25l

ซูอัน ชายหนุ่มที่วันๆใช้ชีวิตคลุกตัวอยู่แต่ในโลกออนไลน์ เที่ยวยั่วยุ ปั่นประสาทผู้คนในโลกออนไลน์ให้ไม่เป็นสุขอยู่ทุกวี่วัน เป็นนักเลงคีย์บอร์ดที่ใครๆต่างก็ต้องเข็ดขยาด แต่แล้ววันหนึ่ง ไม่รู้ว่าฟ้าลงทัณฑ์หรือสวรรค์บัญชา ให้เขาคนนี้ต้องพบจุดจบชีวิตที่น่าอนาถโดนฟ้าผ่าตายในขณะที่กำลังเปิดศึกคีย์บอร์ดกับคนบนโลกออนไลน์อยู่ในห้องของตัวเอง หากแต่นี่ไม่ใช่จุดจบ!

ชายหนุ่มรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาในร่างใหม่ที่มีตำแหน่งเป็นถึงเขยใหญ่ตระกูลอ๋องฉู่ที่แสนมั่งคั่งแถมยังมีภรรยาที่สวยหยาดเยิ้มเป็นอันดับหนึ่งของมณฑลที่ใครๆต่างก็หมายปอง

ดูเหมือนว่าเส้นทางชีวิตใหม่ของเขาจะโรยด้วยกลีบกุหลาบสินะ?

ไม่เลย!

บนโลกใบใหม่ที่เขาฟื้นขึ้นมานั้นเต็มไปด้วยผู้บ่มเพาะพลังเหนือมนุษย์มากมายแถมตำแหน่งลูกเขยอ๋องฉู่กลับทำให้เขาต้องคอยเผชิญจากการถูกลอบสังหารซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยที่เขาก็ไม่เข้าใจว่าไอ้เจ้าของร่างคนก่อนไปสร้างศัตรูเอาไว้มากมายขนาดนี้ได้ยังไง? ซ้ำร้ายร่างที่เขามาสิงสู่กลับเป็นแค่ร่างที่ไม่ได้ดีเด่ไม่มีพรสวรรค์เป็นเลิศเหมือนใครเขา ทุกคนในโลกนี้จึงต่างมองเขาเป็นแค่ไอ้คนไร้ค่าที่โชคดีถูกคุณหนูใหญ่ลูกสาวคนโตของอ๋องฉู่เลือกให้เป็นสามี อย่างเดียวที่พอจะภูมิใจได้ก็มีแต่หน้าตาที่หล่อเหลาและไอเทมสุดล้ำที่ติดตัวเขามาด้วย ซึ่งมันคือ “คีย์บอร์ดเซียน!!” ระบบสุดโกงตัวช่วยที่จะทำให้เขาใช้ชีวิตยียวนผู้คนในโลกใบใหม่แห่งนี้ได้โดยที่ไม่ตายก่อนวัยอันควร!

ขอเชิญติดตามเรื่องราวการผจญภัยสุดป่วนในโลกที่ไม่ค่อยจะสงบสุขเท่าไหร่อยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อ ซูอัน หนุ่มสายเกรียนเซียนปั่นประสาทที่ทะลุมิติมาพร้อมระบบคีย์บอร์ดสุดยียวนคู่ใจ ความโกลาหลครั้งมโหฬารยิ่งกว่าเดิมจึงอุบัติขึ้นจนทุกคนในโลกแห่งการบ่มเพาะไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิผู้แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้าหรือแม้แต่ขอทานยังต้องอุทานเป็นเสียงเดียวกัน

“ซูอัน! แกมันไอ้ตัวบัดซบ!!”

**เนื้อหาบางส่วนของนิยายแปลเรื่องนี้ อาจมีเนื้อหาเกี่ยวกับเพศ และความรุนแรง**
(ผู้อ่านที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี ควรได้รับคำแนะนำ)

มี E-book จำหน่ายแล้ว คลิกที่นี่ https://bit.ly/3WhYnyZ

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

บทที่ 1 เซียนคีย์บอร์ด(ต้น)

บทที่ 1 เซียนคีย์บอร์ด(ต้น)

อ๊ะ! โอ๊ยยย! โอ๊ยยยย! เจ็บชะมัด ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บไปทั้งตัว กลิ่นเหม็นของผิวหนังที่ไหม้เกรียมโชยเข้ามาในจมูก บ้าเอ๊ย! นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?

ซูอันจำได้แม่นเลยว่าเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน เขากำลังเถียงกับเหล่าเกรียนคียบอร์ดจำนวนมากบนเว็บ
บอร์ดที่เขาชอบเข้าไปสิงอยู่ทุกวันซึ่งถึงแม้ว่าที่ด้านนอกห้องของเขาจะมีทั้งเสียงฝนตกและฟ้าร้องดังรุนแรง มันก็ไม่ได้ลดทอนสมาธิในการพิมพ์ของเขาลงเลยแม้แต่น้อย เขาใช้กุลยุทธชักแม่น้ำทั้งห้ามาปั่นประสาทคนเหล่านั้นจนอีกฝ่ายพูดอะไรไม่ออก

…หึหึ นักรบคีย์บอร์ดเลเวล 1อย่างพวกแกน่ะเหรอจะมาเทียบกับเทพซูอันผู้นี้ได้!

แต่แล้วในขณะที่ ซูอัน กำลังลำพองใจจู่ ๆ ท้องฟ้าก็สว่างวาบพร้อมกับเสียงฟ้าร้องที่ดังกว่าครั้งไหน ๆ แล้วจากนั้นกลุ่มก้อนสายฟ้าที่มีลักษณะคล้ายกับลูกบาสก็พุ่งทะลุหน้าต่างห้องของเขา ชายหนุ่มจำได้แค่ว่ามันสว่างไสวอยู่กลางอากาศ เปล่งแสงสีแดงอ่อน ๆ ออกมาอย่างน่าพิศวง

หลังจากนั้น ? ซูอันจำได้เพียงว่าความเจ็บปวดแล่นเข้ามาเล่นงานร่างกายเขาตามมาด้วยความรู้สึก
ที่ยากเกินจะบรรยาย เขายังจำได้ลาง ๆ ว่าจู่ ๆ แป้นคีย์บอร์ดตรงหน้าของเขาก็กลายเป็นฝุ่นผง และมือทั้งสอง
ข้างของเขาที่วางอยู่บนคีย์บอร์ด ก็ค่อย ๆ หายไปเช่นกันจากนั้นมันก็ลามมาที่ร่างกายของเขา

จนในที่สุด…สติของเขาก็ดับวูบไป

นี่เราถูกฟ้าผ่าใส่เหรอ ? นั่นมันบ้าอะไร ? ลูกบอลสายฟ้า ? แต่ด้วยประสบการณ์การท่องโลกออนไลน์
มาอย่างช่ำชองบวกกับนิสัยส่วนตัวของเขาที่ชอบอ่านการ์ตูนและนิยายกำลังภายในอยู่แล้ว ดังนั้นแทนที่จะ
รู้สึกหวาดกลัว เขากลับรู้สึกตื่นเต้นกับปรากฏการณ์แปลกประหลาดนี้

เอาล่ะเว้ย! พลังวิเศษเรากำลังจะมี มันคือพลังวิเศษแน่นอน! โลกจ๋าเตรียมพบกับเดอะแฟลชตัวจริง
เสียงจริงได้เลย!

เอ๊ะ…ไม่สิเดอะแฟลชมันดูไม่ครบเครื่องเท่าไหร่เอาเป็นกัปตันอะตอมจะดีกว่าไหม?

เขาพยายามเปิดเปลือกตาอย่างยากลำบาก ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้ากลับพร่าเลือนไปหมด ซูอันไม่
สามารถบอกได้เลยว่าตอนนี้ตัวเองนั้นอยู่ที่ไหน ทันใดนั้น ความรู้สึกบางอย่างก็แผ่ซ่านมาจากปลายนิ้วของเขา ชายหนุ่มจึงรีบก้มมอง

…และวินาทีที่เขาเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

ชายหนุ่มไม่แน่ใจนักว่าเขา ‘เห็น’ มันด้วยตาหรือว่าด้วยจิตของตัวเองกันแน่ แต่ตรงนิ้วของเขาคือ
คีย์บอร์ดที่คว้างอยู่กลางอากาศ รูปร่างธรรดาทั่วไปเหมือนที่เขาใช้ตามปกติ ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวของคีย์บอร์ดนี้ก็คือมันเป็นสีเทาทั้งหมด ด้วยความสงสัยเขาจึงยื่นนิ้วออกไปลองกดมันดู แล้วก้พบว่าปุ่มแป้นพิมพ์ทั้งหมดนั้นไม่มีตัวไหนที่สามารถกดลงไปได้เลย คล้ายกับว่าทุกอย่างถูกล็อคเอาไว้

“คุณผูกบัญชี ‘เซียนคีย์บอร์ด’ สำเร็จแล้ว เมื่อทำตามเงื่อนไขที่กำหนดครบ ระบบความสามารถพิเศษ
จะถูกปลดล็อคตามลำดับ”จู่ ๆ เสียงไร้ชีวิตชีวาดังก้องขึ้นในหัวของซูอัน จนทำให้เขาตกใจกลัว

อะไรวะเนี่ย? ชายหนุ่มเฝ้าถามตัวเอง ทำไมเราถึงไม่กลายเป็นเดอะแฟลช สไปเดอร์แมน ไอรอนแมน
หรืออะไรพรรคนั้นที่มันเท่ห์ ๆ หน่อย? ถึงแม้ว่าชื่อ ‘เซียนคีย์บอร์ด’ จะเข้ากับบุคลิกของเขาก็เถอะ แต่มันก็
รู้สึก…แปลก ๆ อยู่ดี

“เอ่อ…คุณ…คุณระบบแล้วผมทำอะไรบ้างถึงจะสามารถปลดล็อคความสามารถพวกนั้น?” ซูอัน
รีบถาม

“เก็บคัมภีร์ลับจากดินแดนลึกลับทั้ง 12 และใส่มันเข้าไปในแป้นพิมพ์ F1 ถึง F12 โดยทุกครั้งที่เก็บ
คัมภีร์ได้ ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์นั้นจะถูกปลดล็อคให้คุณใช้งาน” น้ำเสียงที่ไร้ชีวิตชีวาเอ่ยขึ้นอีก
ครั้ง

วินาทีนั้นเอง ชายหนุ่มถึงพบว่าด้านบนของแป้นพิมพ์แต่ละตัวมีอักษรรูนประหลาดปรากฏอยู่ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับคัมภีร์ลับที่ว่า

“ขอให้โชคดี เซียนคีย์บอร์ด!” ทันทีที่สิ้นเสียงนั้น แป้นพิมพ์ตรงหน้าก็เริ่มพับตัวเข้าหากันจนกลายเป็น
จุดดำเล็ก ๆ พุ่งเข้าที่ปลายนิ้วของเขา

ซูอันจึงรีบตะโกนออกไป “เดี๋ยวสิ! แล้วไอ้ ‘ดินแดนลึกลับทั้ง 12’ ที่ว่านั่นมันคืออะไร? แล้วผมจะต้อง
ทำยังไงถึงจะได้เจอไอ้คัมภีร์ลับพวกนั้น!?” น่าเสียดายที่ไม่ว่าเขาจะตะโกนดังแค่ไหน ก็ไร้ซึ้งเสียงใด ๆ
ตอบกลับมา และตอนนี้แป้นพิมพ์ตรงหน้าก็หายไปแล้วเช่นกัน

ชายหนุ่มอยากจะสบถออกมา นี่มันบ้าชัด ๆ คีย์บอร์ด ? พวกตัวละครที่อยู่ในหนังมักจะเริ่มต้นด้วย
อะไรเท่ห์ ๆ อย่างหยิบจับอะไรก็กลายเป็นเงินเป็นทองหรือไม่ก็อะไรประมาณนั้นไม่ใช่เหรอ ?

แล้วทำไมเขาถึงเริ่มต้นโดยการที่ทุกอย่างถูกล็อค แถมยังต้องพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเองก่อนที่
ทั้งหมดจะถูกปลดล็อคด้วยล่ะ ?

แถมแค่ฟังจากชื่อ ‘ดินแดนลึกลับทั้ง 12’ มันก็ดูอันตรายมากอยู่แล้ว และเขาก็ไม่คิดด้วยว่าคนพวกนั้นจะยอมส่งคัมภีร์ลับให้เขาง่าย ๆ ละนี่เขาต้องตามหามันถึง 12 เล่ม ? ! นี่มันบ้าชัด ๆ

พื้นที่โดยรอบที่ดูพร่าเลือนเองก็ค่อย ๆ หายไปเช่นกัน เขารู้สึกได้ว่าแสงอาทิตย์ค่อย ๆ ส่องกลับมายัง
โลกและเขาสามารถได้ยินเสียงพูดคุยของผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ได้ด้วย

“มันแปลกที่ตรงนี้นี่แหละ บนท้องฟ้าไม่ได้มีเมฆครึ้มเลยสักนิด แล้วสายฟ้าพวกนั้นมาจากไหน? นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย”

“เอ๊ะ หรือว่าเราทำเวรทำกรรมอะไรไว้เยอะจนแม้แต่สวรรค์ก็ต้องคิดวิธีลงโทษแปลก ๆ มาลงโทษเรา
แบบนี้ ?” ชายหนุ่มได้แต่ครุ่นคิด

“เฮ้นี่มันลูกเขยผู้แสนกระจอกของตระกูลฉู่ไม่ใช่เหรอ ? เฮอะ แทนที่เขาควรจะขอบคุณดาวนำโชค
ของตัวเองที่ทำให้นางฟ้าอย่างคุณหนูฉู่ตกหลุมรักได้ แต่เมื่อคืนวันแต่งงานของเขากลับโดดขึ้นอยู่บนเตียงของ
น้องสะใภ้ซะอย่างนั้นช่างสารเลวชาติชั่วซะจริง ๆ ”

“บ้าไปแล้ว! นี่เขาวางแผนจะควบสองเลยงั้นเหรอ ?”

“หึหึหึ มันก็เป็นธรรมดาไม่ใช่เหรอไงที่ผู้ชายหลายคนต่างก็อยากได้จะน้องสะใภ้ของตัวเอง!”

“หึ งั้นก็สมควรแล้วที่โดนฟ้าผ่า! สมน้ำหน้า!”

“แต่ก็น่าสงสารคุณหนูฉู่จริง ๆ อายุยังน้อยแท้ ๆ แต่กลับต้องเป็นหม้าย”

“ชู่ววว! อาจจะมีคนจากตระกูลฉู่มาได้ยินที่เจ้าพูดก็ได้ พวกเขากำลังตามหาตัวหมอนี่ไปทั่วทุกที่”

ซูอันมึนงงกับสิ่งที่ตัวเองได้ยินเป็นอย่างมาก เรื่องไร้สาระที่คนเหล่านี้กำลังพูดกันอยู่มันคืออะไรกัน? แล้วมันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมทุกคนถึงแค่ยืนมองอยู่เฉย ๆ ?

ทำไมถึงไม่มีใครโทรเรียกรถพยาบาลเลยสักคน!

คอยดูเถอะ!

ถ้าเขาดีขึ้นเมื่อไหร่ เขาจะแฉพฤติกรรมที่ไร้ยางอายของคนพวกนี้ลงบนโซเชียลมีเดียให้หมด!

“ถอยหน่อย! สัปเหร่อมาถึงแล้ว” เสียงใครบางคนตะโกนออกมา

สัปเหร่องั้นเหรอ? !

ซูอันตกตะลึง พวกเขาควรโทรเรียกหมอไม่ใช่เหรอ? นี่กำลังถ่ายละครประวัติศาสตร์กันอยู่รึไง?

วินาทีต่อมา เขาก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนอยู่ข้าง ๆ เขา จากนั้นก็เริ่มตรวจดูที่ร่างของเขาแล้วพูดว่า
“ศีรษะของศพขาวซีด ร่างของเขาเต็มไปด้วยเขม่าดำ มือคลายออก ปากอ้าค้างและดวงตาเบิกโพลง เสื้อผ้า
มีความเสียหายจากการถูกเผาไหม้ ดูเหมือนว่าเขาจะเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่าจริง ๆ ”

ซูอันทั้งกังวลและโมโหเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินสิ่งนี้ เรื่องตายก็เรื่องนึง แต่ตายในสภาพที่น่าเกลียด
แบบนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่อาจให้อภัยได้ เขารวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อลุกขึ้นนั่งและเอ่ยว่า “นี่!! พวกนายช่วย
แต่งหน้าให้ฉันก่อนแล้วค่อยถ่ายรูปได้หรือเปล่า ?”

“…”

“ผะผะผีดิบ!!!” ทันใดนั้นผู้คนที่รายล้อมเขาอยู่ต่างก็กรีดร้องออกมา แต่ละคนวิ่งกระเจิงไปคนละทิศ
ละทาง

ซูอันชะงักไป ทุกคนที่อยู่รอบตัวเขาเขาต่างแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายสมัยโบราณ แถมคุณภาพของ
ผ้าก็ดูค่อนข้างต่ำ มันแตกต่างจากที่เครื่องแบบสวยหรูและฉูดฉาดที่เขาเห็นในโทรทัศน์ และที่สำคัญก็คือเขาไม่เห็นกล้องหรือตากล้องอยู่แถวนี้เลยสักคน อันที่จริง เขาไม่เห็นมีใครหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลยสักคน! และเขาก็ไม่เห็นเสาไฟ รถยนต์ หรืออะไรก็ตามที่เหมือนกับโลกที่เขาเคยอยู่เลยด้วย

เอ๊…? นี่เรายังไม่ตายหรอกเหรอ? แล้วนี่เราถูกส่งมาอีกโลกหนึ่งใช่หรือเปล่า? เพราะว่าเป็นคอนิยาย
และได้อ่านเรื่องแบบนี้มาจำนวนมาก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ตกใจอะไรมากนัก

“นะ นะ นี่เจ้าเป็นตัวประหลาดอะไรกันแน่? !” สัปเหร่อตกใจกลัวจนหงายหลังลงไป ริมฝีปากสั่นระริก
ขณะที่ชี้มาที่ซูอัน

“ฉันไม่ใช่ตัวประหลาดเว๊ย ไอ้โง่นี่! นายแยกแยะระหว่างคนเป็นกับศพไม่ออกหรือยังไง ? ฉันว่านาย
คงต้องหางานใหม่แล้วแหละ แค่ก!…แค่ก!” ขณะที่พูด กลุ่มควันก็ยังคงพวยพุ่งออกมาจากทางปากและจมูก
ของชายหนุ่ม ทำให้เขาสำลัก แน่นอนว่านี่คือผลพวงจากการถูกฟ้าผ่า

วินาทีนั้นซูอันถึงพบว่าเสื้อผ้าของเขาเองก็ผิดไปจากที่สวมปกติเช่นกัน หนำซ้ำแขนและขาของเขายังดูผอมแห้งกว่าเดิมมาก นี่ไม่ใช่ตัวเขาอย่างแน่นอน และทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็ผลุดขึ้นมาในหัว ชายหนุ่มรีบดึงกางเกงของตัวเองออกและก้มลงสำรวจจุดที่เป็นความภูมิใจของชายชาตรี…

“…”

บทที่ 2 เซียนคีย์บอร์ด(ปลาย)

บทที่ 2 เซียนคีย์บอร์ด(ปลาย)

“บ้าเอ๊ยยยยยยย~!!!” ชายหนุ่มกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดใจ

จากที่แต่เดิมมันเคยเป็น ‘จ้าวยักษ์ใหญ่’ แต่ตอนนี้เขากลับเห็นแค่ ‘เจ้าหนอนตัวจ้อย’ เท่านั้น เรื่องแบบนี้มันไม่มีผู้ชายคนไหนทนรับได้หรอก!

แต่แล้วเสียงรอบ ๆ ที่กำลังอื้ออึง จู่ ๆ กลับเงียบลงอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย พร้อมกับบรรดาผู้คนที่ที่อยู่โดย
รอบก็รีบปลีกตัวออกเป็นไปสองข้างทางพลางแอบชำเลืองมองผู้ที่กำลังเดินเข้ามาใหม่ด้วยสีหน้าประหม่า

ซูอันเองก็หันไปมองโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน และสุดท้ายเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมทุกคนถึงมีท่าทางแบบนี้

สิ่งที่เขาเห็นก็คือ สตรีที่อยู่ในเครื่องแต่งกายสีขาวกำลังเยื้องย่างมาทางเขาอย่างช้า ๆ

ดวงตาของนางเป็นประกายสดใส ผิวขาวดุจหิมะ คิ้วเรียงทรงสวยราวกับถูกวาดมา และทุกย่างก้าว
ของนางดูเหมือนจะมีสายลมเย็นพัดผ่าน ผมสีดำสลวยพลิ้วไหวไปตามแรงลม ชุดกระโปรงยาวสีขาวของนางก็
เช่นกัน เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายสมส่วนถูกคาดไว้ด้วยเข็ดขัดสีฟ้าอ่อน เมื่อรวมทั้งหมดนี้เข้าด้วยกันมันทำ
ให้นางดูเหมือนกับนางฟ้าที่อยู่ท่ามกลางหมู่เมฆไม่มีผิด

พระเจ้าช่วย! เวลานี้ ซูอันเอาแต่ตำหนิและเกลียดการด้อยการศึกษาของตัวเองที่ทำให้เขาไม่สามารถ
ใช้คำที่เหมาะสมในการบรรยายความงามนี้ได้

เมื่อสังเกตุเห็นว่าอีกฝ่ายมองมาที่ตน เขาก็รีบยันตัวลุกขึ้นทันทีพร้อมกับพูดว่า “ว่ายังไงจ๊ะสุดสวย มี
แฟนหรือยังเอ่ย ? แต่ถ้าหากมีแล้ว สนใจอยากได้กิ๊กเพิ่มสักคนรึเปล่าจ๊ะ?”

สายตาไม่พอใจฉายชัดขึ้นเพียงช่วงหนึ่งบนใบหน้าของหญิงสาว จากนั้นนางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ดีจังนะซูอัน ทั้ง ๆ ที่เราเพิ่งแต่งงานกันไปไม่กี่ชั่วโมง แต่เจ้ากลับจำข้าไม่ได้แล้วอย่างนั้นเหรอ?”

“…”

หะ!? ซูอันชะงักไปในทันที หญิงสาวที่ดูสวยงดงามราวกับเทพธิดาผู้นี้คือภรรยาของไอ้กร๊วกผู้น่าสงสาร
คนนี้อย่างนั้นเหรอ? และที่น่าตกใจมากกว่านั้นก็คือ…

ชายเจ้าของร่างที่ตายตายเพราะถูกฟ้าผ่าก็ชื่อซูอันเหมือนกันเนี่ยนะ?

ในเวลาเดียวกับที่เขากำลังสับสน จู่ ๆ ข้อมูลจำนวนมากของชายคนที่เขามาสวมร่าง…ทั้งความรู้สึก
แปลกประหลาดและความรู้สึกคุ้นเคยก็สาดซัดเข้ามาในหัว

ที่เขารู้สึกคุ้นเคยก็เป็นเพราะว่าโลกนี้คล้ายกับประเทศจีนในสมัยโบราณเป็นอย่างมาก รวมทั้งมันยังใช้
ภาษาและวัฒนธรรมเดียวกันอีกต่างหาก แต่ที่รู้สึกแปลกเพราะที่นี่คือโลกของวิทยายุทธ โลกที่ผู้คนสามารถ
แข็งแกร่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถแยกทะเลได้โดยใช้เพียงแค่ดาบหรือการกระโดดเพียงแค่ครั้งเดียว

แต่มันก็ไม่ได้เหมือนกับโลกของนิยายกำลังภายในที่เขาเคยอ่าน ในโลกนี้ ผู้มีพลังส่วนใหญ่จะรวมกลุ่มอยู่ในวังหลวง ยิ่งคุณแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งได้รับอำนาจและสิทธิพิเศษที่มากยิ่งขึ้น

แผ่นดินนี้เป็นที่ยุคสมัยของราชวงศ์โจว และจักรพรรดิคนปัจจุบันก็คือหนึ่งในผู้ฝึกตนที่ทรงพลังที่สุดในแผ่นดินนี้

สมัยของราชวงศ์โจวเป็นสมัยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด และอยู่ได้นานกว่าราชวงศ์อื่น ๆ ของจีน เหล่า
องค์ชายและเชื้อพระวงศ์คนอื่น ๆ ของราชวงศ์ต่างกระจัดกระจายกันอยู่ทั่วดินแดน และตำแหน่งยศที่รองจาก
พวกเขาก็คืออ๋อง จวิ้นอ๋อง กั๋วกง จวิ้นกงและเหล่าขุนนางตามลำดับ พวกเขาเหล่านี้ล้วนมีเมืองและกองทัพเป็นของตัวเอง พวกเขาร่วมกันดูแลดินแดนที่พวกตนได้รับมอบหมายควบคู่ไปกับขุนนางที่ได้รับการแต่งตั้งจากราชสำนัก

เมืองที่เขาอยู่ในตอนนี้คือเมืองจันทร์กระจ่างเป็นเมืองของอ๋องจันทร์กระจ่าง ซึ่งชื่อจริง ๆ ของเขาก็คือ ฉู่จงเทียน

เจ้าของร่างคนก่อนเองก็ชื่อซูอันเช่นกัน ซูอัน ‘อีกคน’ เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกผู้เป็นลุงเลี้ยงดูมา และยังเป็นที่รู้จักในฐานะของคนที่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี ชายหนุ่มไม่มีทั้งความสามารถในเรื่องของการเรียนและการ
บ่มเพาะสรรพวิชา แต่กลับมีความฝันที่ทะเยอทะยานอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งแน่นอนว่ามันสูงเกินกว่าที่เขาจะเอื้อม
ถึง ดังนั้นเมื่อรวมทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน มันจึงทำให้ผู้เป็นลุงโกรธมากจนถึงขั้นเสียชีวิตไปด้วยความโกรธนั้นเลย

แต่เมื่อไม่นานมานี้มันมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นและทำให้ทุกคนตกตะลึง ซึ่งก็คือจู่ ๆ คนที่ไร้ค่าเช่นนี้กลับได้รับความสนใจจาก ‘องค์หญิง’ ของเมืองจันทร์กระจ่าง ซึ่งก็คือลูกสาวคนโตของท่านอ๋องจันทร์กระจ่าง จาก
นั้นต่อมาเขาก็ถูกเชิญไปที่คฤหาสน์ตระกูลฉู่และได้กลายเป็นลูกเขยของอ๋องผู้สูงศักดิ์

คนที่ไร้ค่าแบบนี้จะไปคู่ควรกับคุณหนูฉู่ผู้สูงส่งได้อย่างไร? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่านางสวย
มากแค่ไหน แทบจะทุกคนที่ได้ยินเรื่องนี้ต่างก็คิดแบบเดียวกันว่าพวกเขายังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าชายผู้นี้ด้วยซ้ำ!

ส่วนสตรีในชุดขาวตรงหน้าของเขาตอนนี้น่ะเหรอ? แน่นอนว่านางคือลูกสาวคนโตของตระกูลฉู่

…ฉู่ชูเหยียน

โชคดีที่ซูอันยังสามารถคิดหาทางออกได้เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามที่กึ่งตำหนิของอีกฝ่าย เขายิ้มและ
เอื้อมมือไปหมายจะโอบรอบเอวของหญิงสาวพร้อมกับตั้งใจสวมบทบาทใช้คำพูดจาให้เข้ากับยุคสมัยและพูด
ว่า “แหะ ๆ ภรรยาที่รักของข้า ข้าล้อเจ้าเล่นต่างหาก ข้ากังวลว่าเจ้าจะร้องไห้ฟูมฟายหลังจากที่เห็นข้าอยู่ใน
สภาพนี้ข้าเลยหยอกเจ้าเล่นเพื่อให้เจ้าผ่อนคลายเท่านั้นเอง”

ในเมื่อเขาถูกย้ายมาอยู่ในร่างของซูอันอีกคนที่อยู่ในมิติคู่ขนาน นั่นก็หมายความว่าตอนนี้ผู้หญิงคนนี้
คือภรรยาของเขา!

แต่แน่นอน…ถ้าหากอีกฝ่ายหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ มันคงไม่มีทางที่เขาจะยอมรับนางได้ง่ายขนาดนี้

ฉู่ชูเหยียนหมุนตัวหลบและก้าวถอยห่างจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย “ร้องไห้ฟูมฟาย? ให้กับเจ้าน่ะเหรอ?” น้ำเสียงนิ่งเรียบของนางแฝงความเย็นชาอยู่ภายใน

ซูอันไม่ได้สนใจอะไร เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงอายเกินกว่าที่จะทำท่าทีสนิทสนมชิดเชื้อกับเขาต่อหน้า
สาธารณะชน ชายหนุ่มรีบเดินตามหญิงสาวไปเขาต้องการที่จะใช้โอกาสนี้ในการสร้างความประทับใจในตัวเขาให้อีกฝ่ายเห็น

ทันใดนั้น ร่างของหยิงสาวผู้หนึ่งก็กระโดดออกมาและขวางทางเขาไว้ ซูอันกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไม่
เข้าใจ หญิงสาวตรงหน้าของเขาสวมเสื้อคลุมสีเขียว ทำทรงผมหน้าม้าตัดตรง มัดหางม้าสูงอย่างสวยงาม และหุ่นสวยสมส่วน โดยเฉพาะเอวของนางที่เว้าเข้ารูปนั้นมันเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดที่สุดในร่างของนางจนทำให้ซูอันต้องหายใจแรง

ขณะที่ซูอันกำลังจะเอ่ยชมความงามของอีกฝ่าย หญิงสาวตรงหน้าก็เอ่ยวาจาที่ไม่น่าฟังออกมา “เจียมกะลาหัวของเจ้าเองซะบ้าง! ถอยกลับไปซะ!”

ซูอันกะพริบตาปริบขณะสำรวจความทรงจำของตัวเองอย่างละเอียด อย่างนี้นี่เอง! หญิงสาวคนนี้คือสาวใช้ของคุณหนูชูเหยียน นางชื่อ เสวี่ยเอ๋อร์ หญิงรับใช้อย่างนางกล้าพูดจากับเจ้านายแบบนี้ได้อย่างไร?

วินาทีนั้น เขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยดังแว่วมาจากผู้คนที่ยืนดูอยู่รอบ ๆ

“นั่นคือบุตรสาวคนโตของตระกูลฉู่อย่างนั้นหรือ? นางช่างงดงามจริง ๆ ”

“แม้แต่สาวใช้ของนางเองก็มีใบหน้าที่งดงามเช่นกัน!”

“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าชายที่ถูกฟ้าผ่าคนนี้คือลูกเขยจอมขี้ขลาดของตระกูลฉู่จริง ๆ น่ะสิ? เขาทำ
ได้ยังไงกันนะ?”

“เหอะ! เขาก็คงใช้เล่ห์กลอะไรสักอย่างนั่นแหละ! ดูสิ แม้แต่สาวใช้เองก็รังเกียจเขา!”

? !? ! ลูกเขยจอมขี้ขลาด? !

ซูอันทำสีหน้าแปลกประหลาดออกมา ดูเหมือนว่าเขาคนก่อนจะไม่ได้ใช้ชีวิตที่ดีมากนักในโลกนี้ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก ใช้เล่ห์กลแล้วยังไง? การใช้เล่ห์กลมันก็ต้องใช้ทักษะเหมือนกันเว้ย!

เขาเชื่อว่าคนพวกนี้เองก็อยากจะทำแบบนี้เช่นกัน แต่แค่ไม่มีความสามารถพอก็เท่านั้น!

ฉู่ชูเหยียนเดินขึ้นไปบนรถม้าอย่างรวดเร็ว ซูอันเองก็อยากจะตามเข้าไป แต่สาวใช้เสวี่ยเอ๋อร์กลับเดิน
เข้ามาปิดทางขึ้นรถม้าเอาไว้พร้อมกับใช้สายตาจ้องเขม็งห้ามไม่ให้เขาตามขึ้นไป สาวใช้คนอื่นเอง ๆ ก็ดูเหมือนจะคุ้นชินกับสิ่งเหล่านี้ พวกนางจึงทำเป็นไม่เห็นและไม่ใส่ใจ แล้วเริ่มเตรียมตัวบังคับรถม้าให้เคลื่อนที่ต่อไป

ซูอันเริ่มจะหงุดหงิดเล็กน้อย…นี่ คุณผู้หญิง สามีของเจ้าเพิ่งจะถูกฟ้าผ่ามานะ ทำไมเจ้าถึงใจจืดใจดำปล่อยให้สามีของเจ้าที่กำลังอ่อนแอเดินกลับเองแบบนี้?

เมื่อคิดเช่นนี้ เขาจึงรีบเดินตรงดิ่งเข้าไปหา เสวี่ยเอ๋อร์ จากนั้นเมื่อถึงระยะประชิดเข้ายื่นหน้าเข้าไป
ทำท่าทีจะแกล้งหอมแก้มนาง

เสวี่ยเอ๋อร์ตกตะลึงและรีบถอยตัวหลบทันที และนี่ก็เป็นการเปิดโอกาสให้ชายหนุ่ม รีบเปิดประตูรถม้า
และขึ้นไปนั่งในรถม้าทันที

ภายในรถม้าอบอวลใบด้วยกลิ่มหอมอ่อน ๆ ที่ชวนหลงไหล ชูเหยียนกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง และ
เห็นได้ชัดเลยว่านางเองก็ประหลาดใจเช่นกันที่เห็นชายหนุ่มเข้ามาด้านในได้ เมื่อก่อนคนตรงหน้าของนางมัก
จะเชื่อฟังและยอมอยู่ข้างนอกอย่างสงบเสงี่ยม!

“…” วินาทีนั้นนางจ้องมองอีกฝ่ายอย่างงุนงง ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

ขณะที่ซูอันกำลังจะพูดบางอย่าง เขาก็สังเกตเห็นชื่อของหนังสือที่อยู่ในมือของหญิงสาว

[ภรรยาผู้น่ารัก: 99 วันแห่งการตามหาความรักของนักดาบอมตะผู้ยิ่งใหญ่]

เมื่อเห็นชื่อหนังสือเล่มนี้เขาได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ พูดอะไรไม่ออก

ชั่วอึดใจเดียว เสวี่ยเอ๋อร์ก็พุ่งเข้ามาด้านในอย่างเดือดดาล “ฮึ่ม! ข้าสาบานเลยว่าข้าจะ…”

ชูเหยียนรีบซ่อนหนังสือไว้ในแขนเสื้อของตัวเองทันที ริ้วแดงระเรื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้างามอันไร้ที่ติ
ของนาง “ช่างมันเถอะเสวี่ยเอ๋อร์ ปล่อยเขาเถอะ”

เสวี่ยเอ๋อร์เหลือบหางตามองซูอันก่อนจะหันกลับไปนั่งด้านหน้าของรถม้าตามเดิมอย่างจำใจ

“เมื่อครู่นี้…เจ้าเห็นอะไรหรือเปล่า?” ดวงตาของชูเหยียนเผยแววอันตราย

ชายหนุ่มจึงรีบโบกมือปฏิเสธ “ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น!”

ในโลกนี้มีนิยายน้ำเน่าด้วยเหรอเนี่ย? แถมชื่อของมันยังน่าอายเหมือนกับนิยายรักน้ำเน่าบนโลกเดิม
ของเขาเลย เขาไม่คิดจริง ๆ ว่าหญิงสาวที่ดูเย็นชาตรงหน้าจะแอบอ่านนิยายแบบนี้

แต่เขาก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อสิ่งที่ตนพูด ด้วยความที่กลัวว่าคนตรงหน้าอาจจะฆ่าปิดปากเขา ซูอันก็รีบ
เปลี่ยนเรื่องทันที “ที่รัก เจ้าเคยได้ยินเรื่องของ ‘ดินแดนลึกลับ’ รึเปล่า? แล้วดินแดนลึกลับพวกนั้นมีบ้างไหมที่
อยู่ใกล้ ๆ เมืองของเรา?”

สีหน้าของชูเหยียนดูตกตะลึง “เจ้าไปได้ยินเรื่อง ‘ดินแดนลึกลับ’ มาจากที่ไหน?”

ในขณะเดียวกันที่ด้านนอกของรถม้า จู่ ๆ ดวงตาของเสวี่ยเอ๋อร์ก็เปล่งประกายชั่วร้ายขึ้นแวบหนึ่ง แต่
นางก็รีบก้มหน้าเพื่อซ่อนมันทันที

ซูอันจึงเอ่ยตอบไปว่า “ข้าไปได้ยินคนอื่นพูดมา”

“เหลวไหล!” ชูเหยียนขมวดคิ้ว “มันไม่มีทางที่คนธรรมดาจะเคยได้ยินเรื่องนี้"

บทที่ 3 ลอบสังหาร (ต้น)

บทที่ 3 ลอบสังหาร (ต้น)

เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของซูอัน ฉู่ชูเหยียนจึงเอ่ยขึ้นช้า ๆ ว่า “ข้าไม่สนว่าเจ้าจะไปได้ยินชื่อนี้มากจากไหน
แต่ต่อไปนี้ อย่าถามอะไรเกี่ยวกับสิ่งนี้อีก ไม่อย่างนั้นเจ้าจะต้องถูกฆ่าแน่ ๆ ”

ซูอันนิ่ง พูดอะไรไม่ออก ให้ตายเถอะพระเจ้า ดูเหมือนว่าดินแดนลึกลับพวกนี้จะกลายเป็นปัญหาเสีย
แล้ว แต่ทันใดนั้นเขาก็ชะงักไป งั้นมันก็หมายความว่าไอ้แป้นพิมพ์บ้านี่ก็หลอกเขาน่ะสิ! แค่เอ่ยถึงเขายังเกือบ
ถูกฆ่า แล้วอย่างนี้เขาจะไปเอา ‘คัมภีร์ลับ’ มาจากที่นั่นเพื่อปลดล็อคความสามารถพวกนั้นได้ยังไง?

ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าไปจนเต็มปอดพยายามสงบสติอารมณ์

เห้อ~ ช่างเถอะ ต่อให้เขาไม่ได้มีพลังพิเศษมาตั้งแต่ต้นแล้วยังไง? แค่ได้ทะลุมิติมาเจอกับภรรยา
ที่สุดแซ่บขนาดนี้ก็ถือเป็นความโชคดีของเขาแล้ว เพราะฉะนั้นที่เหลือเขาจะหาทางเอง

ส่วนเรื่องความแตกต่างที่ชัดเจนของสถานะระหว่างเขากับฉู่ชูเหยียน เขาไม่ได้กังวลเลยสักนิด ก่อน
หน้านี้เขาเคยอ่านนิยายออนไลน์หลายเรื่องที่มีสถานการณ์คล้ายกับก่อนนี้ และเขาก็จะใช้เทคนิคที่ซึมซับมา
จากตัวละครพระเอกอย่างเช่น เซี่ยงเส้าหลง อุ้ยเสี่ยวป้อ หรือซ่งชิงซู ในการจัดการกับสถานการณ์ที่คล้าย ๆ กันเอา ต่อให้อีกฝ่ายจะเย็นชาเป็นภูเขาน้ำแข็ง แต่เขาก็มั่นใจว่าตัวเขานั้นจะทำให้คนตรงหน้าละลายได้

แค่นึกถึงภาพของเมื่อคืนที่เขานอนร่วมเตียงกับหญิงสาวที่สวยราวกับนางฟ้าก็เพียงพอที่จะทำให้เขา
ใจเต้นแรงแล้ว

เห้ย~ ใจเย็นหน่อยไอ้หนุ่ม เช็ดน้ำลายของนายก่อน รักษาภาพลักษณ์ของนายหน่อย!

ซูอันไม่ได้ถามอะไรอีกเนื่องจากเขาไม่อยากเพิ่มความสงสัยให้กับอีกฝ่าย แถม ฉู่ชูเหยียน เองก็ไม่ได้
คิดที่จะคุยอะไรกับเขาไปมากกว่านี้เช่นกัน ดังนั้นเขาจึงหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างเพื่อดูสภาพแวดล้อม
โดยรอบ

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็มองเห็นกำแพงเมืองปรากฏขึ้นตรงหน้า เมื่อพิจารณาจากขนาดของมันแล้ว ถ้า
หากเมืองนี้อยู่ในประเทศจีน ก็ถือได้ว่าที่นี่เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง

ขณะที่ผ่านประตูเมือง ซูอันก็สังเกตเห็นว่าด้านบนของประตูมีตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัวถูกเขียนเอา
ไว้ว่า ‘เมืองจันทร์กระจ่าง’ จากนั้นเขารำพึงกับตัวเอง

‘สงสัยเราคงต้องหาซื้อแผนที่ซะหน่อยเพื่อดูว่าเมืองนี้ตั้งอยู่ส่วนไหนของอาณาจักร ไอ้บ้าเจ้าของร่าง
คนก่อนทำไมมันโง่ขนาดนี้ มันไม่มีความรู้พื้นฐานอยู่ในสมองเลยแม้แต่นิดเดียว!’

เขายังคงมองไปตามท้องถนนของเมือง ถึงแม้ว่ามันจะเทียบไม่ได้กับย่านใจกลางเมืองสมัยใหม่ แต่
ท้องถนนก็เต็มไปด้วยผู้คนและพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมาก และสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากที่สุดก็คือ ในระหว่าง
ที่รถม้าคันนี้กำลังเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ มันไม่มีแรงสั่นสะเทือนใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับเขาเลย มันเคลื่อนที่ไปข้าหน้าได้
อย่างนุ่มนวลราวกับเขากำลังนั่งอยู่บนรถยุโรปสุดหรูยังไงยังงั้น

ทันใดนั้นเอง เขาก็เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีเส้นสีฟ้าอ่อนไหลผ่านผนังด้านในรถม้า ซึ่งมันคล้ายกับวงจรไฟฟ้า
หรือสายไฟอะไรสักอย่าง หรือว่านี่คือ ‘ข่ายอาคม’ เหมือนในกับนิยายที่เคยอ่าน ๆ มา? นี่พวกเขาใช้ข่ายอาคม
กับรถม้าเหรอ? น่าประทับใจจริง ๆ!

เวลาผ่านไป ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงที่คฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีรูปสลักหินขนาดใหญ่สองตัวอยู่ด้านหน้า
เขาไม่แน่ใจว่ารูปสลักพวกนี้เป็นสัตว์ชนิดใด พวกมันดูเหมือนกับการผสมกันของเสือและสิงโต แถมยังมีรัศมี
พลังที่แปลกประหลาดแผ่ออกมาให้เห็นอีกต่างหาก

รถม้าหยุดลงในที่สุด และฉู่ชูเหยียนลงจากรถม้า เดินตรงไปที่ประตูในขณะที่ทุก ๆ ย่างก้าวของนางจะมีกลีบดอกบัวบานมารองรับเอาไว้

ซูอันลอบมองไปรอบ ๆ เขาเห็นป้ายที่เขียนคำว่า ‘คฤหาสน์ตระกูลฉู่’ ติดไว้ที่เหนือประตู จากนั้นจึง
พึมพำกับตัวเอง

เห้อ! ชีวิตของผู้ชายคนนี้มันห่วยขนาดที่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านของภรรยาเลยเหรอเนี่ย? เขาแต่งเข้า
ตระกูลของฝ่ายหญิงแทนที่จะพาเมียตัวเองกลับบ้าน? ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนอื่น ๆ ถึงดูถูกเขาแบบนี้!

แต่เมื่อชายหนุ่มกำลีงจะก้าวเข้าไปข้างใน เขาก็ถูกเสวี่ยเอ๋อร์ขวางเอาไว้อีกครั้ง “อย่าคิดที่จะใช้ประตู
หลักเชียว! ไปใช้ประตูด้านข้างนู่น!”

ซูอันงุนงง “ทำไมข้าถึงใช้ประตูหลักไม่ได้?”

เสวี่ยเอ๋อร์ แสดงสีหน้าเหยียดหยาม “ประตูหลังมีไว้ให้คนของตระกูลฉู่ผ่านเท่านั้น ลูกเขยอย่างเจ้ามี
คุณสมบัติอะไรที่จะใช้มัน? เจ้ามีแต่จะทำให้ประตูบานนี้แปดเปื้อน!”

ซูอัน หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าและพูดว่า “ปากดีไม่เบานี่ ข้าเชื่อว่าแฟนหนุ่มของเจ้าคงจะไม่ค่อย
ทำการบ้านให้ล่ะสิ”

ถึงแม้ว่าเสวี่ยเอ๋อร์จะไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร แต่นางก็มั่นใจว่ามันคือคำดูถูกอย่างแน่นอน นาง
จึงคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายอย่างโมโหและง้างมือเตรียมจะทุบตีอีกฝ่าย ในระหว่างที่กำปั้นของนางจะปะทะเข้ากับ
หน้าของอีกฝ่าย ซูอันก็ล้มลงกับพื้นและเริ่มกรีดร้องออกมา ‘ด้วยความเจ็บปวด’

ข้า…ยังไม่ทันได้ต่อยเขาเลยไม่ใช่เหรอ?

เสวี่ยเอ๋อร์มีสีหน้างุนงง เห็นได้ชัดว่า ‘การเสเเสร้งเพื่อพลิกสถานการณ์’ ไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่ในโลกนี้

ฉู่ชูเหยียนที่ได้ยินเสียงจึงหันไปมองคนทั้งคู่ “ครั้งนี้เจ้าทำเกินไปหน่อยแล้ว! ไม่ว่ายังไงชายผู้นี้ก็เป็นลูก
เขยของตระกูลฉู่ ต่อไปนี้เจ้าห้ามปฏิบัติกับเขาแบบนี้อีก!”

สีหน้าของเสวี่ยเอ๋อร์เผยแววไม่เห็นด้วย แต่นางก็ไม่กล้าเถียงอะไรทั้งนั้นนางทำได้แต่ตอบรับอย่าง
อ้อยอิ่งว่า “ทราบแล้วเจ้าค่ะ คุณหนู”

จากนั้นฉู่ชูเหยียนจึงหันไปมองซูอัน “แล้วนั่นเจ้าจะลุกขึ้นได้หรือยัง?”

ซูอัน ที่ได้ยินแบบนั้นจึงรีบลุกขึ้นและกล่าวด้วยรอยยิ้มทะเล้น “เจ้าเองก็เป็นห่วงข้าเหมือนกันนี่นา”

ฉู่ชูเหยียนขมวดคิ้ว นางเผลอก้าวถอยหลังเพื่อให้ห่างจากอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว จากนั้นจึงหมุนตัวและเดินเข้าไปด้านใน ขณะที่เสียงของนางดังลอยมาตามอากาศ “ท่านพ่อกับท่านแม่กำลังรออยู่ข้างใน อย่ามัวเสียเวลา
อยู่ตรงนี้”

“เมื่อคืนนี้เจ้าทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือไม่! แล้วตอนนี้เจ้ากลับแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ? หน้าด้านสิ้นดี! ข้าล่ะอยากเห็นจริง ๆ ว่านายท่านกับนายหญิงจะทำอย่างไรกับเจ้า!” เสวี่ยเอ๋อร์มองชายหนุ่ม
อย่างรังเกียจและรีบวิ่งตามคุณหนูของนางเข้าไปด้านใน

ซูอันนึกถึงบทสนทนาก่อนหน้านี้ทั้งหมด ดูเหมือนว่าเมื่อคืนนี้…ซูอันคนก่อนจะแอบขึ้นไปนอนเตียง
น้องสะใภ้สินะ?

พระเจ้า! แค่เริ่มเกมก็ยากนรกแตกแล้ว!

ดวงตาของเขาไปรอบ ๆ ขณะคิดการบางอย่าง แล้วทันใดนั้นเขาก็รีบเดินไปใกล้ ๆ กับหญิงสาวทั้งสองและเมื่อได้ระยะเขายกมือกุมหัวพร้อมกับตะโกนออกมาทันที “โอ๊ยยยย หัวข้า!!!!!”

ในขณะเดียวกันเขาก็ ‘ล้มตัว’ ไปทางหญิงสาวทั้งสอง…

แต่ทั้งคู่กลับก้าวหลบไปด้านข้าง ปล่อยให้เขาล้มลงกับพื้น

ตุบ!

ครั้งนี้ ซูอันเจ็บจนแทบจะร้องไห้ออกมาจริง ๆ แต่ก็ไม่กล้าที่จะโอดครวญออกมา การใช้อุบายเดิมไม่
ได้ผล เห็นได้ชัดเลยว่าผู้คนที่นี่ไม่ได้ใสซื่อและไร้เล่ห์เหลี่ยมเหมือนที่เขาคิดเลยสักนิด ครั้งนี้พวกนางจับโกหก
เขาได้ในทันที!

“ทำไมเจ้าไม่รับเขา?” ฉู่ชูเหยียนมองเสวี่ยเอ๋อร์ด้วยสายตาตำหนิ

อีกฝ่ายเบ้ปากเล็กน้อยพร้อมกับตอบกลับว่า “คุณหนูก็มองออกไม่ใช่เหรอว่าเขาแกล้งทำ!”

ฉู่ชูเหยียนมองซูอันที่ยังคงนอนอยู่กับพื้นและกล่าวว่า “ข้าได้ยินมาว่าวันนี้เขาเพิ่งถูกฟ้าผ่ามา บางที
เขาอาจจะบาดเจ็บจริง ๆ ก็ได้ เจ้าพาเขากลับไปพักเถอะ พาเขาไปอาบน้ำด้วย เดี๋ยวข้าจะไปพบกับท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าเอง” หลังจากเอ่ยจบ หญิงสาวก็เดินจากไปอย่างสง่างาม

เสวี่ยเอ๋อร์ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากบอกให้คนรับใช้ชายสองคนนำเปลหามมาพาตัวซูอันไปอาบน้ำ

บนเปลหาม ซูอันรู้สึกสับสนเล็กน้อย ในความทรงจำของเขา เขาไปอยู่บนเตียงของน้องสะใภ้ในคืนแต่งงานจริง ๆ แต่ทำไม ฉู่ชูเหยียน กลับไม่ตำหนิเขาเลย อันที่จริง นางกลับไม่ได้ดูโมโหอะไรเลยสักนิด หรือว่าน้องสาวของนางจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ? ชายหนุ่มพยายามครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้มากมายแต่จนท้ายที่สุดก็ไม่พ้น
เรื่องสัปดน…

พวกเขาเดินผ่านประตู เคลื่อนตัวไปตามทางเดิน ผ่านสวนหิน จากนั้นก็มาถึงศาลาหิน มันเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวอย่างไม่น่าเหลือเชื่อ และเมื่อมาถึงศาลา เสวี่ยเอ๋อร์ก็บอกกับคนรับใช้ “วางเขาลงที่นี่ก่อน แล้วพวก
เจ้าจงไปเอาน้ำมาสักถัง เขาจะได้อาบน้ำ”

ซูอันเปิดเปลือกตาขึ้นหลังจากที่ได้ยินเสียงเดินห่างออกไป เขาถูกวางไว้ในศาลาที่อยู่ใกล้ ๆ กับบ่อน้ำ
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้แล้ว เขาก็ลุกยืนขึ้น เหลือบสายตามองลงไปในน้ำ ก็เห็นว่าผมของเขายุ่งเหยิงไป
หมด และใบหน้าของเขาก็ดำเป็นเป้นถ่านไหม้เกรียม ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมภรรยาของเขาถึงทำสีหน้ารังเกียจเวลามองมาที่เขา!

ทันใดนั้นเองเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงผลักจากด้านหลัง ทำให้เขาพลาดตกลงไปในสระอย่างช่วยไม่ได้

“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยที!”

อันที่จริง ซูอัน นับได้ว่าเป็นคนที่ว่ายน้ำเก่งมากเพราะเมื่อตอนเด็ก ๆ เขาชอบไปว่ายน้ำในแม่น้ำอยู่
บ่อย ๆ ดังนั้นมันจึงไม่มีทางที่เขาจะจมน้ำในสระขนาดเล็กแบบนี้เด็ดขาด ด้วยความที่ค่อนข้างมั่นใจว่าเมื่อครู่นี้มีคนเตะเขาลงมา และในเมื่อเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็จำต้องแสร้งทำเป็นว่ายน้ำไม่ได้แทน

เขามองเห็นร่างพร่าเลือนของใครบางคนที่ก้าวออกมายืนข้าง ๆ สระน้ำด้วยรอยยิ้มเย็นชาพลางมองมาที่ตน ซูอันตกตะลึง ทำไมเสวี่ยเอ๋อร์ถึงต้องการจะฆ่าเขา? นี่เป็นแผนที่ภรรยาของเขากับชู้ของนางวางแผนขึ้นมา
หรือเปล่า?

หรือว่าตระกูลฉู่รู้สึกอับอายกับการที่ได้เขามาเป็นลูกเขยจนตัดสินใจที่จะใช้ ‘อุบัติเหตุ’ ในการกำจัดลูก
เขยของพวกเขา?

ความเป็นไปได้มากมายผุดขึ้นมาในหัวของเขา วินาทีต่อมาชายหนุ่มจึงแกล้งทำเป็นว่าเขาได้จมน้ำ
ตายไปแล้วและปล่อยให้ร่างของตัวเองลอยขึ้นมาเหนือน้ำ

“ครู่เดียวก็ตายแล้วงั้นเหรอ? กระจอกชะมัด!” เสวี่ยเอ๋อร์ที่อยู่ใกล้ ๆ พูดขึ้นด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
จากนั้นนางสะบัดแถบผ้าออกจากแขนเสื้อของตัวเองให้ไปพันรอบ ๆ ‘ศพ’ ที่กำลังลอยอยู่

ซูอันประหลาดใจเล็กน้อย สาวใช้คนนี้เป็นวรยุทธ์ด้วยเหรอเนี่ย? ดูเหมือนว่าเขาคงจะต้องระมัดระวัง
อีกฝ่ายให้มากกว่าเดิมเสียแล้ว

เมื่อลากร่างของ ซูอัน มาจนใกล้มากพอ เสวี่ยเอ๋อร์ ย่อตัวลงไปที่ขอบสระเพื่อจะตรวจดูชีพจรของ
อีกฝ่ายเพื่อความแน่ใจ

แต่แล้วทันใดนั้น ร่างของซูอันที่นางคิดว่า ‘ตาย’ ไปแล้วก็ลืมตาโพล่งและพ่นน้ำใส่หน้าของนาง จน
หญิงสาวเผลอหลับตา เขาอาศัยจังหวะนี้รีบดึงนางเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนและลากอีกฝ่ายลงไปในน้ำกับตน

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...