ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลกพร้อมมิติส่วนตัว
ข้อมูลเบื้องต้น
ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลกพร้อมมิติส่วนตัว
末世天灾:我在空间搞养殖
***ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้หจก. Onlybook ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์
ผู้แต่ง : 揍趴长颈鹿 ผู้แปล : ทีมงาน Onlybook
เรื่องย่อ
ชีวิตในชาติที่แล้ว ‘เซียวหมิงเยวี่ย’ ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันเลวร้ายมากมาย ถูกเอารัดเอาเปรียบจากครอบครัวของลุง โดนบังคับให้บริจาคเลือดจนร่างกายทรุดโทรม เผชิญหน้ากับวันสิ้นโลกอย่างโดดเดี่ยว ในขณะที่ครอบครัวของลุงเสวยสุขจากการแย่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเธอ ย้อนเวลากลับมาในคราวนี้ เธอจะเอาคืนอย่างสาสม ช่วงชิงทุกอย่างที่เคยเป็นของเธอกลับคืนมา และเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกด้วย ‘มิติส่วนตัว’ ไปให้ได้
ตอนที่ 1 การเกิดใหม่
ตอนที่ 1 การเกิดใหม่
“เซียวหมิงเยวี่ย วันนี้แกต้องบริจาคเลือดให้ลูกพี่ลูกน้องของแก!”
“พยาบาล เอาเลือดเธอไปเลย เธอมีหมู่เลือดหายากอาร์เอชลบ”
เซียวหมิงเยวี่ยตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง และเมื่อเห็นภาพฉากที่คุ้นเคยนี้ เธอก็ตระหนักได้ว่าตัวเองได้เกิดใหม่อีกครั้ง
หนึ่งเดือนก่อนวันสิ้นโลก ลูกพี่ลูกน้องของเธอต้องทนทุกข์ทรมานจากการเสียเลือดหนักในระหว่างการคลอดบุตร เซียวหมิงเยวี่ยมีหมู่เลือดเดียวกัน ดังนั้นคุณย่าและคุณลุงจึงใช้กำลังลากเธอไปโรงพยาบาลและบังคับให้บริจาคเลือด
เธอจำได้ว่าในชีวิตที่แล้ว พวกเขากึ่งข่มขู่กึ่งบังคับให้เธอบริจาคเลือด 400 มิลลิลิตร หากพยาบาลไม่อธิบายซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าคนคนหนึ่งสามารถบริจาคสูงสุดที่ 400 มิลลิลิตร เกรงว่าพวกเขาคงจะรีดเลือดของเธอออกมามากกว่านี้
เซียวหมิงเยวี่ยมีสุขภาพย่ำแย่อยู่ก่อนแล้ว หลังจากบริจาคเลือดในครั้งนั้น เธอต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการใจสั่นและไม่สามารถยกของหนักได้ หลังจากต่อสู้ดิ้นรนเป็นเวลาสามปีหลังจากวันสิ้นโลก ท้ายที่สุดเธอก็แข็งตายในค่ำคืนอันหนาวเหน็บ
“หนูไม่อยากบริจาคเลือด” น้ำเสียงของเซียวหมิงเยวี่ยทั้งเย็นชาและหนักแน่น
คุณย่าตกตะลึงและพูดอย่างเหลืออด
“เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของแกนะ! ฮ่วนฮ่วนกำลังจะตายอยู่ในห้องคลอด แต่แกกลับไม่พยายามที่จะช่วยชีวิตของเธอด้วยซ้ำ นี่แกยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า!”
คาดไม่ถึงเลยว่าหลานสาวที่ยอมคนมาโดยตลอดจะกล้าท้าทายอำนาจของเธอเช่นนี้?!
คุณลุงหน้าซีดเซียวพร้อมตบโต๊ะเสียงดัง “ลูกสาวของฉันกำลังรอเลือดอยู่ข้างใน ต่อให้แกไม่อยากบริจาคก็ต้องทำ! ไม่อย่างนั้นแกไม่ใช่หลานสาวของฉันอีกต่อไป!”
ดวงตาเซียวหมิงเยวี่ยเผยความเย็นเยือกที่กัดกร่อนถึงกระดูก เธอจ้องมองผู้เป็นลุงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ซึ่งทำให้เขารู้สึกหนาวสะท้านเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
คุณย่ามักให้ความลำเอียงกับลูกชายคนโต และดูหมิ่นลูกชายคนเล็กเสมอมา ด้วยการให้ท้ายจากคุณย่า คุณลุงจึงดูดเลือดน้องชายตัวเองอย่างไร้ยางอายและไร้ซึ่งความลังเล
เซียวหมิงเยวี่ยยังจำได้ว่าคุณลุงยืมบ้านที่ครอบครัวเธอเพิ่งซื้อเพื่อใช้เป็นเรือนหอ โดยอ้างว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอกำลังจะแต่งงาน แถมเขายังเรียกร้องเงิน 200,000 หยวนด้วยเหตุผลข้างต้น
ครอบครัวของเธอถูกครอบครัวของลุงดูดเลือดไปมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และหลังจากวันสิ้นโลก พวกเขาบุกเข้ามาให้บ้านของเธอพร้อมขนอาหารที่กักตุนไว้ทั้งหมดออกไป บีบบังคับให้เซียวหมิงเยวี่ยต้องกินแมลงและดื่มน้ำสกปรกเพื่อบรรเทาความหิวโหย
ป้าใหญ่สังเกตสีหน้าของทุกคน โดยเฉพาะเซียวหมิงเยวี่ย เธอพูดด้วยรอยยิ้มโดยหวังให้ทุกอย่างคลี่คลาย
“ที่รัก ทำไมต้องฉุนเฉียวขนาดนั้นด้วยล่ะ ค่อยพูดค่อยจากันเถอะ หมิงเยวี่ยเป็นเด็กตาขาว อย่าทำให้เธอกลัวไปเลย”
“หมิงเยวี่ยของป้า ตอนนี้ไม่เหมาะนักที่จะมาระบายความโกรธ ป้ากำลังขอร้องหลานอยู่ ได้โปรดช่วยพี่สาวของเธอด้วยเถอะนะ เด็กในท้องไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นหลานชายของเธอเอง! เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ถ้าฮ่วนฮ่วนเป็นอะไรไป ป้าคงต้องตรอมใจแน่”
ยิ่งคุณป้าพูดมากเท่าไหร่ หล่อนยิ่งแสดงท่าทีโศกเศร้ามากขึ้นเท่านั้น หล่อนแสร้งยกมือปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะแอบมองดูสีหน้าของเซียวหมิงเยวี่ย
หญิงสาวมองตอบด้วยสายตาเย็นชา ป้าสะใภ้ของเธอเป็นคนหน้าซื่อใจคดเห็นแก่ตัว เรียกได้ว่าน่ากลัวยิ่งกว่าลุงกับย่าเสียอีก
เซียวหมิงเยวี่ยเป็นคนติดบ้านและมีนิสัยชอบกักตุนข้าวของอยู่เสมอ ในชีวิตชาติก่อนป้าสะใภ้ยุยงสามีให้ขโมยอาหารของเธอไป โดยบอกว่าเธอเป็นแค่เด็กป่วยไข้และคงมีชีวิตได้อีกไม่นาน การปล่อยอาหารมีค่าเหล่านั้นที่นี่ไว้รังแต่จะเสียเปล่า แทนที่จะสามารถช่วยเหลือได้อีกหลายชีวิต
แต่สาเหตุที่เธอต้องป่วยแบบนี้ นั่นเป็นเพราะผลข้างเคียงหลังจากการบริจาคเลือดให้ลูกสาวของอีกฝ่าย
ทว่าลูกพี่ลูกน้องตัวดีกลับมายืนขวางด้านหน้า พร้อมเร่งรัดให้พวกเขาขนของออกไปโดยไม่เหลือไว้แม้แต่ข้าวสาร
ในปีที่สองของวันสิ้นโลก หลานชายตัวน้อยที่ได้รับการช่วยชีวิตด้วยเลือดของเธอได้โยนถุงที่เต็มไปด้วยปลิงใส่เธอ และเอาแต่เรียกเธอว่านางคนเลว
ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกแค้นเคืองจนอยากลงมือฆ่าใครสักคน
“พ่อแม่ของฉันอยู่ไหน? ฉันจะทำตามที่พ่อแม่บอกเท่านั้น”
เธอหยิบส้มขึ้นมาปอกเปลือกและยัดเข้าปาก ในขณะที่พวกเขาเผลอ เธอได้แอบหยิบกรรไกรทางการแพทย์ที่อยู่ใกล้เตียงของโรงพยาบาลมาวางไว้ด้านข้างเพื่อใช้เป็นอาวุธป้องกันตัว
รสเปรี้ยวหวานของส้มกระจายในปาก เซียวหมิงเยวี่ยลิ้มรสมันอย่างเพลิดเพลิน เธอไม่ได้กินส้มมาสามปีแล้ว อย่าว่าแต่ส้มเลย เกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าผลไม้นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร
ในปีแรกของวันสิ้นโลกมีคลื่นความร้อนซึ่งมาพร้อมกับพายุฝุ่น ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรมากมายล้มตายลง และทำให้ราคาของผักผลไม้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้แต่ผักโขมที่ร่วงโรยและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองยังสามารถขายได้ในราคา 1,000 หยวน ดังนั้นแทบไม่ต้องจินตนาการถึงราคาผลไม้เลย
สีหน้าของลุงแปรเปลี่ยนไป ก่อนหันไปสบตากับคุณย่าด้วยดวงตาที่สั่นไหว
“พ่อกับแม่ของแกไปท่องเที่ยวที่ยุโรปไม่ใช่หรือไง พวกเขาจะไม่กลับมาจนถึงเดือนหน้า ถ้าแกไม่บริจาคเลือด แล้วเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวของแกขึ้นมาจะทำยังไง ฉันขอไม่มีหลานสาวแบบแกเสียยังดีกว่า!”
เซียวหมิงเยวี่ยสังเกตเห็นท่าทีแปลกประหลาดของพวกเขาพลางยิ้มเย้ยหยัน
ใกล้ถึงวันกำหนดคลอดของลูกพี่ลูกน้องแล้ว แต่ตัวเธอที่อ่อนแอมาตั้งแต่เด็กไม่เหมาะสำหรับการบริจาคโลหิต
คุณลุงรู้ดีว่าน้องชายของตัวเองไม่มีทางปล่อยให้ลูกสาวบริจาคโลหิต เขาจึงจงใจส่งคนทั้งสองไปเที่ยวยุโรปเป็นเวลาหนึ่งเดือน
หลังจากนี้พ่อแม่ของเธอจะไม่มีโอกาสกลับมาอีกเลย
ภายหลังวันสิ้นโลก พายุทรายถล่มทั่วทวีปยุโรป ส่งผลให้เที่ยวบินทั้งหมดถูกระงับ พ่อแม่ของเซียวหมิงเยวี่ยขาดการติดต่อไปหลังจากเหตุการณ์พายุทรายถล่มได้ไม่นาน และจากนั้นก็เสียชีวิตลงในต่างประเทศ
หลังจากที่สัตว์ร้ายพวกนี้ฆ่าพ่อกับแม่ทางอ้อม พวกเขาแย่งชิงอาหารของเธอไป โดยไม่คำนึงถึงเลยว่าหญิงสาวที่อ่อนแอจะอยู่รอดได้อย่างไร!
เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนก่อนถึงวันสิ้นโลก มันยังไม่สายเกินไป เธอต้องรีบพาพ่อแม่กลับบ้านโดยเร็วที่สุด!
ลูกพี่ลูกน้องของเธอมีหมู่เลือดหายาก แพทย์ไม่แนะนำให้มีลูกคนที่สอง แต่หล่อนยืนกรานที่จะมีลูกอีกคนให้ได้ ต่อมาหล่อนได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะรกเกาะต่ำ*[1] แพทย์จึงเตือนว่าหล่อนมีความเสี่ยงที่จะเสียเลือดหนักในระหว่างคลอดลูก
ดังนั้นครอบครัวของพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะส่งสามีภรรยาเซียวออกไป และใช้เซียวหมิงเยวี่ยเป็นถุงเลือดส่วนตัว!
นี่เป็นการกระทำที่เลวร้ายอย่างแท้จริง และแผนการดังกล่าวจะต้องมาจากพี่สาวผู้เจ้าเล่ห์อย่างไม่ต้องสงสัย
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูใบหน้าที่บิดเบี้ยวจนน่าเกลียดของคนเหล่านี้พร้อมพูดอย่างเย็นชา
“ดีเลยค่ะ คนแก่ต่ำทรามแบบคุณไม่สมควรเป็นย่าของฉันเช่นกัน”
ทันทีที่ได้ยินถ้อยคำดังกล่าว คุณย่าตะลึงงัน มองหน้าหลานของตนด้วยความตกใจสุดขีด กระทั่งหลงลืมที่จะตอบโต้ไปชั่วขณะ
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมหลานสาวที่เคยอ่อนแอและเชื่อฟังถึงเปลี่ยนไปกะทันหัน ในอดีตตราบใดที่เธอข่มขู่เด็กสาวกด้วยสีหน้าเย็นชา เซียวหมิงเยวี่ยมักพยักหน้าเห็นด้วยทุกครั้งไป หรือว่าเด็กคนนี้จะถูกผีร้ายเข้าสิงกันแน่?
คุณลุงเดือดดาลหนักและโพล่งด่าทันที “นางเด็กอกตัญญู แม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ก็ไม่เห็นหัว วันนี้แหละฉันจะสั่งสอนแกให้รู้สำนึกแทนพ่อของแกเอง!”
ป้าสะใภ้รีบหลีกทางให้สามี เพื่อที่เขาจะสามารถตบตีสั่งสอนเซียวหมิงเยวี่ยได้
หญิงสาวเผยยิ้มเยาะ ขณะที่คุณลุงกำลังง้างฝ่ามือเพื่อตบสั่งสอน เธอก็รีบยกกรรไกรทางการแพทย์ขึ้นและเล็งไปที่ฝ่ามือของเขาซึ่งกำลังฟาดลงมา
“อ๊าก!!!”
กรรไกรแทงทะลุฝ่ามือคุณลุงอย่างแรงจนเลือดพุ่งกระฉูด แขนขาพลันกระตุกด้วยความเจ็บปวดขณะที่เขาแผดร้องเสียงดัง
“ลูกชาย!”
“สามี!”
คุณย่าและป้าสะใภ้รีบวิ่งเข้าไปพยุงคุณลุง “เลือดไหลเยอะมาก รีบเรียกหมอเร็วเข้า!”
เซียวหมิงเยวี่ยฉวยโอกาสช่วงชุลมุน รีบวิ่งไปที่ประตูวอร์ดเพื่อหวังหลบหนีอย่างง่ายดาย
“ใครอยากบริจาคเลือดก็บริจาคไปเถอะ! ถ้าไม่มีเลือดหล่อนก็แค่ตาย ใครบอกให้หล่อนดื้อรั้นมีลูกคนที่สองเองล่ะ แม่ลูกตายไปพร้อมกันเลยก็ดี ถึงตอนนั้นฉันจะเข็นเตียงหล่อนไปห้องดับจิตเอง!”
เด็กสารเลวนั่นอย่าเกิดมาเลยจะดีกว่า เขาได้รับถ่ายทอดนิสัยเห็นแก่ตัวและความชั่วร้ายของครอบครัวนี้มาโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะกลายเป็นตัวปัญหาหากเกิดมาบนโลกนี้
“นางเด็กสารเลวเลี้ยงไม่เชื่อง! แกกล้าดียังไงถึงแทงลุงของแก แล้วยังแช่งให้ฮ่วนฮ่วนตาย?! ถ้าฉันรู้ว่าแกจะโตมาเป็นแบบนี้ ฉันน่าจะโยนแกลงโถส้วมให้ตายไปเสียตั้งแต่ตอนนั้น นางเด็กชาติชั่ว รีบไปเรียกหมอเดี๋ยวนี้!” คุณย่าสบถคำสาปแช่งอย่างรุนแรง
“ทำไมฉันต้องทำด้วย! สมน้ำหน้า กล้าตบตีฉันก็รับผลที่เกิดขึ้นไปซะ” เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มเยาะ
คุณลุงง้างมือหวังตบเธอด้วยกำลังทั้งหมด ทำให้กรรไกรแทงทะลุฝ่ามือของเขาอย่างแรง หากเธอไม่ป้องกันตัว คงรับแรงปะทะจากฝ่ามือนั้นไม่ไหว
“นางเด็กเหลือขอ ถ้าวันนี้ฮ่วนฮ่วนเป็นอะไรขึ้นมา ฉันไม่ปล่อยให้แกได้ตายดีแน่!” ในที่สุดป้าสะใภ้ผู้เจ้าเล่ห์ก็เผยธาตุแท้ของตัวเองออกมา
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้ว “อะไรนะ? คุณกำลังจะป่วยตายเหรอ? ฉันไม่เผากระดาษไปให้หรอกนะ”
ป้าสะใภ้โกรธเคืองจนตัวสั่น “นางเด็กสารเลว ต่ำทรามต่ำช้า!”
คุณลุงโพล่งคำอย่างดุเดือด “ฉันจะฆ่าแกให้ได้!”
กลยุทธ์ที่สามสิบหก ของเซียวหมิงเยวี่ยคือการถอยทัพ เธอเปิดประตูเพื่อวิ่งหนีอย่างรวดเร็วพร้อมคว้าถุงส้มติดมือไปด้วย
เธอวิ่งออกจากโรงพยาบาลภายในอึดใจเดียว กระทั่งมาหยุดยืนเหนื่อยหอบอยู่ที่หน้าประตู โดยมีแสงแดดอันอบอุ่นล้อมรอบตัว
เซียวหมิงเยวี่ยสูดลมหายใจเข้าลึก เธอได้เกิดใหม่จริง ๆ ดูเหมือนว่าในที่สุดสวรรค์ก็มีตาแล้ว!
[1] ภาวะรกเกาะต่ำ คือภาวะที่รกเกาะอยู่ที่ผนังมดลูกส่วนล่าง หรือใกล้ปากมดลูก ทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอด
ตอนที่ 2 มิติปริศนา ลานบ้านไร่กลางทุ่ง
ตอนที่ 2 มิติปริศนา ลานบ้านไร่กลางทุ่ง
แม้ว่าคุณลุงจะได้รับบาดเจ็บ แต่เซียวหมิงเยวี่ยก็กลัวว่าพวกเขาจะตามทัน เธอจึงนั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน
ภายในรถ หญิงสาวรีบต่อสายโทรศัพท์ทางไกลหาพ่อ เพื่อป้องกันไม่ให้ญาติเหล่านั้นกล่าวหาเธอด้วยความเท็จ
“พ่อ แม่ รีบกลับมาทีค่ะ ลุงและคนอื่น ๆ กำลังจะฆ่าหนู…”
ทันทีที่อีกด้านรับสาย เซียวหมิงเยวี่ยไม่สามารถควบคุมอารมณ์ที่อัดอั้นได้อีกต่อไป เธอบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์และบอกเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
หลังจากรับฟังเรื่องราว พ่อเซียวพูดด้วยความโกรธเกรี้ยว “หมิงเยวี่ยไม่ต้องกลัวนะลูก พ่อกับแม่จะรีบจองตั๋วกลับจีนทันที! ไม่แปลกใจเลยที่ลุงจัดทัวร์เที่ยวยุโรปให้เรา พ่อก็นึกสงสัยอยู่ว่าคนขี้เหนียวอย่างเขาจู่ ๆ จะเปลี่ยนนิสัยของตัวเองได้ยังไง ที่แท้เขาก็ต้องการฉวยโอกาสตอนที่พ่อไม่อยู่เพื่อรังแกลูกสาวของพ่อ!”
“รังแกอะไรล่ะ? พวกเขาต้องการเอาชีวิตหมิงเยวี่ยของเราต่างหาก! ช่างมีจิตใจต่ำทรามจริง ๆ สุขภาพร่างกายของหมิงเยวี่ยลูกรักอ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เซียวเฉียงเซิ่ง เรื่องนี้เลยเถิดไปไกลแล้วนะคะ!” แม่เซียวตื่นตกใจจนหลั่งน้ำตา
ดวงตาเซียวหมิงเยวี่ยร้อนผ่าวทันใด
“หนูวิ่งหนีออกมาแล้ว พอเห็นลุงกำลังจะตีหนู หนูเลยสู้กลับ พ่อคะแม่คะ หนูกลัวมากจริง ๆ รีบกลับมานะ”
คนขับเหลือบมองเซียวหมิงเยวี่ยผ่านกระจกมองหลังและพูดปลอบใจ “แม่หนูอย่าร้องไห้ไปเลย ตัดความสัมพันธ์กับญาติพวกนั้นไปเลยจะดีกว่า ถ้าเป็นฉัน ฉันคงตัดขาดจากพวกเขาเหมือนกัน”
เซียวหมิงเยวี่ยวางสายโทรศัพท์ ขณะกำลังรักษาอารมณ์ให้คงที่ เพราะตอนนี้สมองของเธอก็ทำงานอย่างบ้าคลั่ง
“ค่ะ คงต้องตัดความสัมพันธ์จริง ๆ”
และทำให้พวกเขาชดใช้อย่างสาสม!
คุณย่าให้กำเนิดทายาททั้งหมดห้าคน เสียชีวิตแล้วสองคนในวัยเด็ก และเหลืออีกสามคน ได้แก่ คุณลุง พ่อเซียว และอาหญิง
เนื่องจากคุณย่าเลี้ยงลูกด้วยความลำเอียง อาหญิงจึงแต่งงานออกเรือนตั้งแต่อายุยังน้อย และไม่เคยกลับมาที่บ้านอีกเลย
คุณย่าสาปแช่งอาหญิงว่าเป็นเหมือนหมาป่าตาขาว*[1] เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ แต่เซียวหมิงเยวี่ยกลับยกย่องอาหญิงของเธอว่าเป็นคนสุขุมและเด็ดขาดอย่างมาก
ต่างจากพ่อเซียวที่มีจิตใจอ่อนโยน อันเป็นสาเหตุให้คุณย่าและครอบครัวของลุงคอยเอาเปรียบอยู่เสมอ
แต่คราวนี้พ่อเซียวจะไม่ยอมอ่อนข้อเหมือนกับซาลาเปานุ่ม ๆ อย่างแน่นอน
----
“เจ้ารอง แหกตาของแกดูซะว่าให้กำเนิดสิ่งชั่วร้ายแบบไหนขึ้นมา! นางเด็กสารเลวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงใช้กรรไกรแทงพี่ชายของแกจนเลือดสาด! ตอนนี้ฮ่วนฮ่วนยังอยู่ในห้องคลอดเพื่อรอรับเลือด แกรีบลากตัวนางเด็กนั่นกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
คุณย่าตะโกนใส่โทรศัพท์เสียงเอ็ดอึง ในเวลานี้มือของลุงถูกพันด้วยผ้าก๊อซหนาพร้อมกับดวงตาสองที่ฉายชัดถึงความแค้นเคือง
“แม่ ครั้งนี้แม่กับพี่ทำเกินไปแล้ว! ถ้าพี่เขาไม่ตีหมิงเยวี่ยก่อน
แล้วหมิงเยวี่ยจะสู้กลับได้ยังไง? แม่ก็รู้ว่าเธอมีสุขภาพย่ำแย่มาตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเด็ก แล้วยังจะขู่บังคับให้บริจาคเลือดอีก นี่แม่อยากฆ่าหลานตัวเองพร้อมบีบบังคับให้ผมตรอมใจตายใช่ไหม?”
พ่อเซียวผิดหวังอย่างยิ่งกับการกระทำของแม่ น้ำเสียงของเขาปราศจากอารมณ์ใด ๆ ในอดีตเขายอมอดทนเพราะเห็นแก่ความผูกพันระหว่างแม่ลูกและความสัมพันธ์ของพี่น้อง แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะถึงขีดจำกัดแล้ว
คนพวกนี้ไม่ควรมาแตะต้องลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขา
“ผมเคยคิดว่าพฤติกรรมของน้องสาวในอดีตดูก้าวร้าวเกินไปหน่อย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะฉลาดกว่าผมมาก เป็นผมเองที่โง่เขลาเกินไป ผมกับชิงหว่านจะกลับจีนเร็ว ๆ นี้ ถ้าใครกล้าแตะต้องลูกสาวของผมอีกครั้ง ผมจะไม่ไว้หน้าใครอีกแม้จะเป็นแม่ก็ตาม”
กล่าวจบ โดยไม่รอให้คุณย่าตอบกลับสิ่งใด พ่อเซียวพลันตัดสายไปทันที
“เจ้าลูกชายไม่รักดี กล้าดียังไงถึงวางสายใส่ฉันแบบนี้?” คุณย่ามองโทรศัพท์ในมือด้วยความเหลืออด
เมื่อต่อสายกลับไปอีกครั้ง ปรากฏว่าโทรไม่ติดแล้ว เนื่องจากพ่อเซียวได้กดบล็อกเบอร์ของเธอ
คุณย่าก่นด่าสาปแช่งหาว่าเขาเป็นลูกชายอกตัญญู โดยลืมไปว่าค่าใช้จ่ายประจำวันของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็นเงินช่วยเหลือจากพ่อเซียวทั้งหมด
----
ณ เขตหวาฮั่น
เซียวหมิงเยวี่ยตรงขึ้นไปบนชั้นสองทันทีที่กลับถึงบ้าน นี่คือบ้านหลังใหม่ของครอบครัว และพวกเขาเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ไม่นานมานี้
บ้านพักหลังเล็กตั้งอยู่ในเขตหวาฮั่นทางตอนใต้ของเมือง ซึ่งมีสนามหญ้าหน้าบ้านที่กว้างขวาง
ก่อนหน้านี้พ่อเซียวซื้ออะพาร์ตเมนต์สามห้องนอนในตัวเมืองโดยชำระเงินเต็มจำนวน และมอบให้เป็นชื่อของเซียวหมิงเยวี่ย
ทว่าเมื่อครอบครัวลุงเซียวทราบข่าว พวกเขายืนกรานให้สามีภรรยาเซียวยกบ้านหลังนั้นเป็นเรือนหอของลูกสาว คุณย่าช่วยข่มขู่ด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว คุณลุงยังบอกอีกว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่แค่ชั่วคราวในเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น สุดท้ายพ่อเซียวก็หมดหนทางและตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจ
หลังจากเกิดข้อพิพาทอยู่นาน ในที่สุดแม่เซียวยื่นคำขาดให้ครอบครัวย้ายออกไปอยู่ในสถานที่ห่างไกล ไม่เช่นนั้นเธอจะขอหย่า
พ่อเซียวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขายบ้านหลังเก่าที่เขาอาศัยอยู่ เมื่อรวมกับเงินออมอันน้อยนิด เขาซื้อบ้านพักชานเมืองหลังนี้ ทางตอนใต้ของเมืองนั้นห่างไกลและไม่มีรถไฟใต้ดิน ทำให้ราคาที่พักอาศัยไม่สูงมาก
ในปีที่สองของวันสิ้นโลกเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม ครึ่งหนึ่งของพื้นที่โลกจมอยู่ใต้บาดาล เมืองเผิงจิงทั้งหมดกลายเป็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ หลงเหลือเพียงพื้นที่ทางใต้ของเมืองเท่านั้นที่รอดพ้นจากวิกฤติการณ์ เนื่องจากมีภูมิประเทศสูง
ทางใต้อันห่างไกลของเมืองกลายเป็นที่หลบภัยของผู้คนหลายล้านคน เนินเขาเต็มไปด้วยผู้อยู่อาศัย และเขตหวาฮั่นกลายเป็นสถานที่แออัดจนการขว้างอิฐหนึ่งก้อนสามารถโจมตีคนได้สามคน ผู้คนหลายหมื่นชีวิตเบียดเสียดเข้าไปในโรงรถใต้ดิน บ้านพักเป็นที่ต้องการในท้องตลาด ส่งผลให้ราคาพุ่งทะยานขึ้นมาก
ในเวลานั้นเซียวหมิงเยวี่ยไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องขายบ้านพักเพื่อให้ครอบครัวมีเงินซื้ออาหารกินดี ๆ และลงเอยด้วยการแบ่งปันพื้นที่พักอาศัยร่วมกับผู้ลี้ภัย การขายบ้านพักยังดีกว่าเสี่ยงที่จะถูกคนเลวทรามเข้ามาปล้นชิงไม่วันใดก็วันหนึ่ง อย่างน้อยเงินที่ได้รับมาก็สามารถนำไปซื้อขนมปังสักก้อน
ชั้นบนของบ้าน
เซียวหมิงเยวี่ยค้นดูในกล่องและตามตู้เพื่อค้นหาเกมจิ๊กซอว์ มันเป็นเกมจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วน 2,000 ชิ้น เธอได้รับมันเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 19 ปีจากคุณปู่
ตอนที่ครอบครัวลุงเข้ามาปล้นชิงเสบียงในชีวิตก่อนของเธอ ลูกพี่ลูกน้องได้หยิบเกมจิ๊กซอว์นี้ติดมือไปเพื่อหวังให้ลูกชายเล่น ต่อมาเซียวหมิงเยวี่ยค้นพบว่ามันมีมิติปริศนาอยู่ภายในเกมจิ๊กซอว์ดังกล่าว
หลังจากวันสิ้นโลก หลายคนต้องหันมาจับหนูและแมลงกินเพื่อความอยู่รอด แต่ครอบครัวของลุงกลับสามารถเพลิดเพลินกับผักผลไม้สด ใบหน้าของพวกเขาเปล่งปลั่งและสุขภาพดี ขณะที่คนอื่น ๆ ประสบกับภาวะขาดแคลนอาหารจนร่างกายซูบผอม
สิ่งที่น่ารังเกียจยิ่งกว่านั้นคือ พวกเขาพรากชีวิตสุขสบายที่ควรจะเป็นของเซียวหมิงเยวี่ยไปโดยไม่แม้แต่จะแบ่งปันข้าวสารให้เธอด้วยซ้ำ ลูกพี่ลูกน้องของเธอเปิดเผยความจริงเรื่องนี้ในตอนที่หญิงสาวกำลังจะสิ้นใจบนเตียง ก่อนปล่อยให้เซียวหมิงเยวี่ยเสียชีวิตไปพร้อมกับหัวใจที่อัดแน่นด้วยความแค้นเคือง
เจอแล้ว!
เซียวหมิงเยวี่ยวางเกมจิ๊กซอว์ในมืออย่างระมัดระวัง เกมจิ๊กซอว์ที่ต่อเสร็จสมบูรณ์ก่อให้เกิดดินแดนในอุดมคติซึ่งมีสภาพแวดล้อมสวยงาม
บนทุ่งหญ้ากว้างมีลำธารสายเล็กไหลเอื่อย น้ำในลำธารใสสะอาดราวกับผลึกคริสตัล มองลงไปเห็นหมู่ปลาและกุ้งเวียนว่ายอยู่ในน้ำอย่างสนุกสนาน
บ้านไม้หลังเล็กตั้งตระหง่านไม่ไกลจากลำธาร พร้อมสนามหญ้าขนาดเล็กสะอาดตาด้านหน้าตัวบ้านซึ่งล้อมรอบด้วยรั้วไม้ และมีบ่อน้ำอยู่ตรงหัวมุม
แม่ไก่กำลังไล่จิกแมลงบนพื้นพร้อมลูกไก่หลายตัวที่เดินตามติด ขณะที่ไก่อีกตัวยืนเด่นบนหลังคาและจ้องมองออกไปในระยะไกล
ด้านหลังบ้านไม้มีพื้นที่เพาะปลูกราว ๆ 5 ไร่ โดยมีลูกแมวตัวน้อยยืนอยู่ด้านหน้าแปลงผัก
เซียวหมิงเยวี่ยวางชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ไว้บนพื้น และมุ่งความสนใจไปที่การรวบรวมชิ้นส่วนปริศนาที่เหลือ หลังจากการเกิดใหม่ มิติปริศนานี้ก็หวนคืนสู่เจ้าของเดิมในที่สุด!
เมื่อก่อนตอนที่มีเวลาว่าง เธอจำได้ว่าตนเองพยายามต่อชิ้นส่วนวันละนิด และใช้เวลากว่าครึ่งปีจึงต่อเสร็จครึ่งหนึ่ง ตอนนี้เธอต้องการต่ออีกครึ่งให้เสร็จสมบูรณ์
สี่ชั่วโมงผ่านไปโดยไม่รู้ตัว เซียวหมิงเยวี่ยลูบลำคอที่แข็งเกร็งของตนเองพลางกดชิ้นส่วนสุดท้ายลงบนเกมจิ๊กซอว์
ก่อเกิดเสียงดังหึ่ง ๆ น่าฉงน หญิงสาวคล้ายกับได้ยินเสียงไก่ขัน ‘เอ้กอีเอ้กเอ้ก’ แว่วเข้ามาในหู
เมื่อลืมตาขึ้น เธอค้นพบว่าตนเองมาอยู่กลางทุ่งหญ้าจริง ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยรีบดีดตัวลุกขึ้นจากทุ่งหญ้า โดยหายใจรัวเร็วด้วยความตื่นเต้น เธอทำได้แล้ว ในที่สุดก็เปิดพื้นที่มิติสำเร็จ!
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูทุกสิ่งรอบตัวด้วยความประหลาดใจระคนตกใจ
กลิ่นหอมของหญ้าลอยมาตามสายลม และความรู้สึกของหญ้าใต้ฝ่าเท้าของเธอนั้นสมจริง
[ดินแดนอุดมคติจดจำผู้เป็นนายสำเร็จ] เสียงกลไกไร้อารมณ์พลันดังขึ้น
“นั่นใครพูดน่ะ?”
ขณะที่เซียวหมิงเยวี่ยกำลังตกอยู่ในความสับสน เสียงแปลกประหลาดนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ขอต้อนรับนายท่านเข้าสู่ดินแดนอุดมคติ โหมดภารกิจได้เปิดใช้งานแล้ว ภารกิจแรกคือ การซ่อมแซมเล้าไก่ที่เสียหาย โปรดเลือกว่าจะยอมรับภารกิจหรือไม่ นับถอยหลังสามวินาที 3 2…]
“ยอมรับ!”
เซียวหมิงเยวี่ยโพล่งตอบออกไปทันที แม้ว่าเธอจะยังคงสับสน แต่สัญชาตญาณบอกให้เธอยอมรับภารกิจดังกล่าว
[ภารกิจแรกถูกเปิดใช้งาน นายท่านโปรดดำเนินการ]
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยเดินมาที่เล้าไก่ เธอเห็นว่าแผ่นไม้ด้านบนได้รับความเสียหายจริง ๆ ขณะที่กำลังคิดว่าจะต้องซ่อมแซมมันอย่างไร จู่ ๆ กล่องเครื่องมือก็ปรากฏขึ้นด้านข้าง
เธอหยิบกระดานแผ่นใหม่ขึ้นมาวางทับบริเวณที่เสียหาย ถือค้อนในมือขวาและตะปูในมือซ้าย เธอเริ่มออกแรงเหวี่ยงค้อนเพื่อซ่อมแซม
[ขอแสดงความยินดีกับนายท่านที่ทำภารกิจแรกสำเร็จ และได้รับรางวัลเป็นบ้านไม้สองชั้น]
ครู่ต่อมา เซียวหมิงเยวี่ยเห็นบ้านไม้หลังเล็กค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้นดิน โดยเพิ่มชั้นพิเศษเข้าไปโดยตรง
“สุดยอด!”
เซียวหมิงเยวี่หัวเราะออกมาด้วยความตื่นเต้น นี่สินะคือความมหัศจรรย์ของดินแดนอุดมคติ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ครอบครัวของลุงสามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายท่ามกลางหายนะ ซึ่งทั้งหมดนี้ควรจะเป็นของเธอ
เสียงกลไกหยุดลง หลังจากที่เซียวหมิงเยวี่ยเริ่มคุ้นเคยกับพื้นที่มิติแล้ว เธอจึงกลับไปที่ห้องของตัวเอง
เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนก่อนวันสิ้นโลก เธอมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างต้องทำ และกาลเวลาไม่เคยรอใคร
[1] หมาป่าตาขาว หมายถึง คนอกตัญญู
ตอนที่ 3 ขายห้องพัก ต่อเติมบ้านเสริมความแกร่ง
ตอนที่ 3 ขายห้องพัก ต่อเติมบ้านเสริมความแกร่ง
หลังจากออกจากพื้นที่มิติ เธอพบว่ามีสายที่ไม่ได้รับหลายสิบสายในโทรศัพท์ และข้อความวีแชตอีกหลายร้อยข้อความ
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วขึ้น เธออยากรู้จริง ๆ ว่าลูกพี่ลูกน้องจะอยู่ได้โดยปราศจากเลือดของเธอเองหรือไม่
“นางสารเลว ในที่สุดแกก็จำวิธีรับโทรศัพท์ได้แล้วสินะ! การที่แกไม่ยอมบริจาคเลือดทำให้หนึ่งชีวิตต้องตาย ฉันจะแจ้งความแล้วปล่อยให้ตำรวจประหารชีวิตของแกซะ นางเด็กสารเลว!”
เซียวหมิงเยวี่ยยกมือขึ้นปิดหู “เอะอะโวยวายอะไรขนาดนั้น แล้วใครเหรอที่ตาย?”
“ฉันสูญเสียเหลนชายหนัก 9 ชั่ง*[1] 8 ตำลึง*[2]ไปแล้ว! ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว ทั้งหมดเป็นเพราะแกคนเดียวนางฆาตกร!”
คุณย่าสาปแช่งด้วยถ้อยคำรุนแรง
เซียวหมิงเยวี่ยกินส้มแล้วตอบกลับอย่างใจเย็น
“น่าเสียดายจริง ๆ ทำไมเซียวฮ่วนฮ่วนถึงไม่ตายไปด้วยล่ะคะ?”
“นี่แกกล้าแช่งฮ่วนฮ่วนได้ยังไง แกมันไม่ต่างจากสัตว์นรกในคราบมนุษย์!”
“เป็นความผิดของเซียวฮ่วนฮ่วนเองที่ทำให้เด็กตาย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย? คุณหมอเตือนแล้วว่าร่างกายของหล่อนไม่เหมาะที่จะมีลูกคนที่สอง แต่หล่อนยืนกรานที่จะมีลูกให้ได้ ต่อมาคุณหมอแนะนำให้หล่อนกินน้อยลงในระหว่างตั้งครรภ์และควบคุมน้ำหนักตัวให้ดี หล่อนก็ยังดื้อรั้นที่จะกินเยอะเพื่อบำรุงเด็กจนตัวใหญ่ งั้นหล่อนก็สมควรได้รับผลที่ตามมาโดยการตกเลือดอย่างรุนแรงระหว่างคลอด เด็กคนนั้นถูกเซียวฮ่วนฮ่วนฆ่าเองกับมือ”
เซียวหมิงเยวี่ยหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า
“พวกคุณคิดว่าตราบใดที่มีฉันในฐานะถุงเลือดฟื้นฟู ก็จะสามารถเจาะเลือดของฉันไปได้ทุกเมื่อหากเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้น แต่ทำไมฉันต้องยอมให้ทำแบบนั้นด้วย? ก็แค่กลุ่มคนโง่เขลาเบาปัญญาและบ้าอำนาจ จะไปตายที่ไหนก็ไป อย่ามายุ่งกับฉันอีก”
เธอกดวางสายในทันทีที่พูดจบ
บรรยากาศในห้องผู้ป่วยตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม หลังจากที่
เซียวหมิงเยวี่ยวางสายโทรศัพท์ หญิงชราเป็นลมล้มพับเพราะความโกรธ
คุณลุงมีท่าทีโกรธเคืองและยังคงนิ่งเงียบ ขณะที่ป้าสะใภ้ก่นด่าไม่หยุดพลางหลั่งน้ำตาเป็นสาย ทุกคนล้วนตำหนิเซียวหมิงเยวี่ยที่ทำให้เด็กแรกเกิดเสียชีวิต ส่วนเซียวฮ่วนฮ่วนยังคงไม่ได้สติและอยู่ในหอผู้ป่วยหนัก โดยไม่รู้เลยว่าลูกที่คลอดออกมาได้จากไปแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยไม่อยากรับผิดในเรื่องดังกล่าว เวลานี้เธอกำลังยุ่งอยู่กับการคำนวณจำนวนเงินทั้งหมดในบัญชีธนาคาร
ในธนาคารแห่งประเทศจีนมี 2,680 หยวน ในธนาคารพาณิชย์อุตสาหกรรมแห่งประเทศจีนมี 5,600 หยวน และในบัญชีวีแชตอีก 0.58 หยวน
แค่นี้เองเหรอ?
เธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย และมีเงินเก็บไม่มาก ทว่าเธอยังคงมีอะพาร์ตเมนต์
เด็กสาวลุกขึ้นยืนทันที เธอต้องการขายชุดอะพาร์ตเมนต์สามห้องนอนที่เคยถูกครอบครัวลุงแย่งชิงไป และต้องรีบขายทอดตลาดให้เร็วที่สุด
อะพาร์ตเมนต์แห่งนั้นตั้งอยู่ใจกลางเมือง ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งยังอยู่ใกล้กับโรงเรียน โรงพยาบาล และซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ มันถือเป็นที่พักอาศัยที่คุ้มราคา ซึ่งทำให้ครอบครัวลุงอิจฉาอย่างมาก
อย่างไรก็ตามในปีที่สองของวันสิ้นโลกเกิดฝนตกหนัก อาคารสูงใจกลางเมืองล้วนจมอยู่ใต้บาดาลทั้งหมด ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยแถบนั้นไร้ค่า
เซียวหมิงเยวี่ยเป็นคนพูดจริงทำจริง เธอจึงลงมือทำทันที โดยขับรถตรงไปยังเขตซิ่งฝู ระหว่างทางเธอได้ติดต่อกับตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่ช่วยเธอซื้อบ้านอีกด้วย
ตอนที่เซียวหมิงเยวี่ยคุยโทรศัพท์กับย่าก่อนหน้านี้ เธอได้ยินเสียงแว่ว ๆ ของลูกพี่ลูกน้องชาย ดังนั้นสมาชิกครอบครัวทั้งหมดคงจะอยู่ที่โรงพยาบาล อีกอย่างเกิดเรื่องใหญ่กับน้องสาวของเขาแบบนี้ แล้วเขาจะไม่ไปได้อย่างไร
เซียวหมิงเยวี่ยแค่อยากจะฉวยโอกาสขโมยบ้านกลับมาในขณะที่ไม่มีใครอยู่
“คุณเซียว ต้องการขายจริง ๆ หรือครับ?”
ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์รู้สึกสับสน บ้านทำเลดีซึ่งหาจากที่ไหนไม่ได้อีก กลับมีคนต้องการขายทอดตลาดกะทันหัน
เซียวหมิงเยวี่ยตอบกลับเสียงหนักแน่น “ค่ะ ฉันรู้ว่าราคาตลาดปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้าน แต่ถ้าสามารถขายออกภายในสามวัน ฉันเรียกราคาแค่ 3 ล้านเท่านั้น คิดว่าอย่างไรคะ คุณจะรับเป็นนายหน้าให้ไหม?”
เธอต้องการเงินอย่างเร่งด่วน ดังนั้นจึงต้องยอมขายแบบขาดทุน หากราคาต่ำกว่าราคาตลาด 500,000 หยวน เช่นนั้นคงจะมีคนเข้ามาคว้ามันในไม่ช้า
นายหน้าเบิกตากว้างแล้วตอบกลับอย่างเร่งรีบ
“ตกลงครับ! อย่าว่าแต่สามวันเลย ถ้าผมลงประกาศขายบ้านในวันนี้ พรุ่งนี้คงจะมีคนเข้ามาติดต่อเยอะมากแน่นอน”
“ฉันมีคำขอเดียวเท่านั้น จะต้องชำระเต็มจำนวน” เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสียงเบา
“ได้เลยครับคุณเซียว”
พวกเขาเดินมาถึงหน้าอะพาร์ตเมนต์ระหว่างที่ทำข้อตกลง แต่กลับพบเครื่องใส่รหัสประตู…
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกโมโหอย่างเห็นได้ชัด นี่กล้าเปลี่ยนกุญแจบ้านคนอื่นงั้นเหรอ?
เธอหยิบค้อนที่เพิ่งใช้ซ่อมเล้าไก่ออกมาจากพื้นที่มิติ ทุบเครื่องใส่รหัสแหลกเป็นชิ้น ๆ แล้วผลักประตูเดินเข้าไป
“ไม่เป็นไรค่ะ เราเข้าไปได้แล้ว”
นายหน้าตะลึงงัน เธอเสกค้อนนั่นออกมาจากตรงไหนกัน?
ผู้หญิงที่ถือค้อนติดตัวออกไปข้างนอกแบบนี้ ไม่ใช่คนที่ควรเข้าไปยุ่งด้วยเลยจริง ๆ
เมื่อสัมผัสได้ถึงปฏิกิริยาที่ผิดปกติของนายหน้า เซียวหมิงเยวี่ยจึงหันไปอธิบายด้วยรอยยิ้ม
“พอดีลืมรหัสผ่านน่ะค่ะ”
นายหน้ากลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากเย็นพลางมองดูเครื่องใส่รหัสประตูที่ถูกทำลาย เอาละ ในเมื่อเธอบอกว่าลืมก็คือลืม อย่างไรก็ตามบนโฉนดก็ยังเป็นชื่อของเธอ
ภายในห้องค่อนข้างเป็นระเบียบเรียบร้อย เซียวหมิงเยวี่ยโทรเรียกบริษัทช่างทำกุญแจเพื่อเปลี่ยนกุญแจประตู จากนั้นจึงมอบกุญแจให้กับนายหน้าเพื่อให้เขาพาคนมาดูบ้าน
นายหน้าถ่ายวิดีโอภายในบ้านแล้วขอตัวออกไป เขามีท่าทีสุภาพตลอดเวลา ซึ่งทำให้เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
หลังจากนั้นเธอได้ติดต่อบริษัทหวาโยวซึ่งเป็นบริษัทปรับปรุงอาคารที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเผิงจิง บริษัทหวาโยวเป็นบริษัทที่รักษามาตรฐานของคุณภาพเสมอมาและไม่ทำงานแบบมักง่าย นั่นคือเหตุผลที่เซียวหมิงเยวี่ยไว้ใจเลือกใช้บริการ
เซียวหมิงเยวี่ยต้องการต่อเติมบ้านพักหลังเล็กทางตอนใต้ของเมืองให้มั่นคงแข็งแรง เรียกได้ว่าเป็นป้อมปราการที่ไม่มีโจรสามารถบุกเข้าไปได้
หลังจากขับรถอีกสองชั่วโมงเพื่อกลับบ้าน หญิงกลับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย ทั้งยังรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
“เปลี่ยนประตูรั้วทุกบานด้วยเหล็กกล้า ชนิดที่มีความสามารถในการป้องกันสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
“บริษัทของเราเพิ่งจัดซื้อประตูกันขโมยเสริมโครงเหล็กแนวตั้ง 6 เส้นและแนวนอน 15 เส้น พวกมันต้านทานการระเบิดระดับสิบและมีความปลอดภัยสูง สนใจเป็นสินค้าตัวนี้ไหมครับ?”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับ “เช่นเดียวกับประตูภายในของบ้านพัก แต่ละบานต้องมีมาตรฐานเดียวกันนะคะ”
“เปลี่ยนหมดเลยหรือครับ?” ผู้จัดการหวังคิดว่าฟังผิดไป ครอบครัวนี้เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่นาน พวกเขาเบื่อประตูบ้านดั้งเดิมแล้วงั้นเหรอ?
“ค่ะ เปลี่ยนทั้งหมด”
“ได้ครับ! ทั้งหมดนี้ล้วนมีแผ่นเหล็กเสริมแรง สามารถทานรับแรงกระแทกได้มาก และมีความปลอดภัยสูง ซึ่งค่อนข้างเป็นที่นิยมในหมู่คนรวยในปัจจุบัน”
“แล้วก็หน้าต่าง แทนที่พวกมันทั้งหมดด้วยกระจกกันกระสุนด้วยนะคะ”
“คุณเซียวครับ กระจกกันกระสุนค่อนข้างหนา มันประกบกันราวสามถึงสี่ชั้น ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้งานในที่พักอาศัย ปกติแล้วจะใช้ในธนาคารเท่านั้น ผมแนะนำให้พิจารณากระจกนิรภัยแบบพิเศษ…”
“ใช้กระจกกันกระสุนนั่นแหละค่ะ เพิ่มความหนาของกระจกประตูและหน้าต่างทั้งหมด และใช้ประตูนิรภัยที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับทางเข้าหลัก ส่วนเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างแน่วแน่
ในปีแรกของวันสิ้นโลก ธาตุแท้อันดิบเถื่อนของมนุษย์ค่อย ๆ ปรากฏออกมา การปล้นสะดมและการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งการฆ่าแกงกันเพื่อขนมปังชิ้นเดียวกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม
แม้ว่ากระจกกันกระสุนจะค่อนข้างหนา แต่ปัจจัยด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น
เธอจำได้ว่าในปีที่สองของวันสิ้นโลกเกิดน้ำท่วมใหญ่ ครอบครัวหนึ่งที่มีสมาชิกสามคนถูกน้ำซัดออกไปกลางดึก
ภรรยาถูกรุมข่มขืนจนเสียชีวิต ส่วนสามีทำได้เพียงเฝ้าดูภรรยาถูกกระทำชำเรา ในระหว่างการต่อสู้ขัดขืนเขาถูกมีดแทงหลายครั้งและเสียเลือดจนตาย
ส่วนเด็กน้อยอายุต่ำกว่าสามขวบถูกโจรชั่วโยนลงมาจากอาคารชั้นที่สิบห้าเพื่อให้ตกลงไปตายทันที
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ ไม่มีใครในละแวกนั้นคิดเข้าไปช่วยเหลือ พวกเขาทั้งหมดต่างเฝ้ามองอย่างเฉยเมย
ความทรงจำของเซียวหมิงเยวี่ยยังคงแจ่มชัด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในบล็อกที่สิบสามของย่านที่อยู่อาศัยทางทิศตะวันตก ทั้งคู่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ได้พบกับจุดจบอันน่าเศร้า
เขตหวาฮั่นแบ่งออกเป็นย่านบ้านพักและตึกสูง ในเวลานั้น
เซียวหมิงเยวี่ยขายบ้านพักของตัวเอง และย้ายเข้าไปอยู่ในโรงรถใต้ดิน เธอได้รับฟังเรื่องดังกล่าวมาจากป้าเพื่อนบ้าน
เมื่อระเบียบสังคมวุ่นวายและขาดแคลนทรัพยากรอย่างรุนแรง ด้านมืดอันชั่วร้ายของมนุษย์จะถูกกระตุ้นให้ปรากฏออกมา
มีเพียงธรรมชาติของมนุษย์และแสงแดดเท่านั้นที่ไม่สามารถทนมองตรง ๆ ได้
เซียวหมิงเยวี่ยจะไม่ยอมให้เกิดโศกนาฏกรรมน่าเศร้ากับครอบครัวของเธอ ดังนั้นเธอจึงต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวบ้าน!
ใครหน้าไหนกล้าบุกเข้ามา ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับออกไปแบบมีชีวิตอีก!
[1]ชั่ง หน่วยน้ำหนักของจีน เท่ากับ 0.5 กิโลกรัม
[2]ตำลึง หน่วยน้ำหนักของจีน 10 ตำลึง = 1 ชั่ง