โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลกพร้อมมิติส่วนตัว

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 09.05 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 09.05 น. • OfficeOnlybook
ในวันสิ้นโลกที่อากาศผันผวนและร้อนระอุจนพืชผลปลูกไม่ขึ้นแถมยังราคาแพงหูฉี่ เซียวหมิงเยวี่ยและครอบครัวกลับมีชีวิตอย่างสุขสบายเพราะมีตัวช่วยอย่าง ‘มิติส่วนตัว’

ข้อมูลเบื้องต้น

ในวันสิ้นโลกที่อากาศผันผวนและร้อนระอุจนพืชผลปลูกไม่ขึ้นแถมยังราคาแพงหูฉี่ เซียวหมิงเยวี่ยและครอบครัวกลับมีชีวิตอย่างสุขสบายเพราะมีตัวช่วยอย่าง ‘มิติส่วนตัว’

ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลกพร้อมมิติส่วนตัว
末世天灾:我在空间搞养殖
***ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้หจก. Onlybook ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์
ผู้แต่ง : 揍趴长颈鹿 ผู้แปล : ทีมงาน Onlybook

เรื่องย่อ
ชีวิตในชาติที่แล้ว ‘เซียวหมิงเยวี่ย’ ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันเลวร้ายมากมาย ถูกเอารัดเอาเปรียบจากครอบครัวของลุง โดนบังคับให้บริจาคเลือดจนร่างกายทรุดโทรม เผชิญหน้ากับวันสิ้นโลกอย่างโดดเดี่ยว ในขณะที่ครอบครัวของลุงเสวยสุขจากการแย่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเธอ ย้อนเวลากลับมาในคราวนี้ เธอจะเอาคืนอย่างสาสม ช่วงชิงทุกอย่างที่เคยเป็นของเธอกลับคืนมา และเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกด้วย ‘มิติส่วนตัว’ ไปให้ได้

ตอนที่ 1 การเกิดใหม่

ตอนที่ 1 การเกิดใหม่

“เซียวหมิงเยวี่ย วันนี้แกต้องบริจาคเลือดให้ลูกพี่ลูกน้องของแก!”

“พยาบาล เอาเลือดเธอไปเลย เธอมีหมู่เลือดหายากอาร์เอชลบ”

เซียวหมิงเยวี่ยตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง และเมื่อเห็นภาพฉากที่คุ้นเคยนี้ เธอก็ตระหนักได้ว่าตัวเองได้เกิดใหม่อีกครั้ง

หนึ่งเดือนก่อนวันสิ้นโลก ลูกพี่ลูกน้องของเธอต้องทนทุกข์ทรมานจากการเสียเลือดหนักในระหว่างการคลอดบุตร เซียวหมิงเยวี่ยมีหมู่เลือดเดียวกัน ดังนั้นคุณย่าและคุณลุงจึงใช้กำลังลากเธอไปโรงพยาบาลและบังคับให้บริจาคเลือด

เธอจำได้ว่าในชีวิตที่แล้ว พวกเขากึ่งข่มขู่กึ่งบังคับให้เธอบริจาคเลือด 400 มิลลิลิตร หากพยาบาลไม่อธิบายซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าคนคนหนึ่งสามารถบริจาคสูงสุดที่ 400 มิลลิลิตร เกรงว่าพวกเขาคงจะรีดเลือดของเธอออกมามากกว่านี้
เซียวหมิงเยวี่ยมีสุขภาพย่ำแย่อยู่ก่อนแล้ว หลังจากบริจาคเลือดในครั้งนั้น เธอต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการใจสั่นและไม่สามารถยกของหนักได้ หลังจากต่อสู้ดิ้นรนเป็นเวลาสามปีหลังจากวันสิ้นโลก ท้ายที่สุดเธอก็แข็งตายในค่ำคืนอันหนาวเหน็บ

“หนูไม่อยากบริจาคเลือด” น้ำเสียงของเซียวหมิงเยวี่ยทั้งเย็นชาและหนักแน่น
คุณย่าตกตะลึงและพูดอย่างเหลืออด

“เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของแกนะ! ฮ่วนฮ่วนกำลังจะตายอยู่ในห้องคลอด แต่แกกลับไม่พยายามที่จะช่วยชีวิตของเธอด้วยซ้ำ นี่แกยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า!”
คาดไม่ถึงเลยว่าหลานสาวที่ยอมคนมาโดยตลอดจะกล้าท้าทายอำนาจของเธอเช่นนี้?!
คุณลุงหน้าซีดเซียวพร้อมตบโต๊ะเสียงดัง “ลูกสาวของฉันกำลังรอเลือดอยู่ข้างใน ต่อให้แกไม่อยากบริจาคก็ต้องทำ! ไม่อย่างนั้นแกไม่ใช่หลานสาวของฉันอีกต่อไป!”
ดวงตาเซียวหมิงเยวี่ยเผยความเย็นเยือกที่กัดกร่อนถึงกระดูก เธอจ้องมองผู้เป็นลุงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ซึ่งทำให้เขารู้สึกหนาวสะท้านเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
คุณย่ามักให้ความลำเอียงกับลูกชายคนโต และดูหมิ่นลูกชายคนเล็กเสมอมา ด้วยการให้ท้ายจากคุณย่า คุณลุงจึงดูดเลือดน้องชายตัวเองอย่างไร้ยางอายและไร้ซึ่งความลังเล
เซียวหมิงเยวี่ยยังจำได้ว่าคุณลุงยืมบ้านที่ครอบครัวเธอเพิ่งซื้อเพื่อใช้เป็นเรือนหอ โดยอ้างว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอกำลังจะแต่งงาน แถมเขายังเรียกร้องเงิน 200,000 หยวนด้วยเหตุผลข้างต้น
ครอบครัวของเธอถูกครอบครัวของลุงดูดเลือดไปมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และหลังจากวันสิ้นโลก พวกเขาบุกเข้ามาให้บ้านของเธอพร้อมขนอาหารที่กักตุนไว้ทั้งหมดออกไป บีบบังคับให้เซียวหมิงเยวี่ยต้องกินแมลงและดื่มน้ำสกปรกเพื่อบรรเทาความหิวโหย
ป้าใหญ่สังเกตสีหน้าของทุกคน โดยเฉพาะเซียวหมิงเยวี่ย เธอพูดด้วยรอยยิ้มโดยหวังให้ทุกอย่างคลี่คลาย

“ที่รัก ทำไมต้องฉุนเฉียวขนาดนั้นด้วยล่ะ ค่อยพูดค่อยจากันเถอะ หมิงเยวี่ยเป็นเด็กตาขาว อย่าทำให้เธอกลัวไปเลย”

“หมิงเยวี่ยของป้า ตอนนี้ไม่เหมาะนักที่จะมาระบายความโกรธ ป้ากำลังขอร้องหลานอยู่ ได้โปรดช่วยพี่สาวของเธอด้วยเถอะนะ เด็กในท้องไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นหลานชายของเธอเอง! เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ถ้าฮ่วนฮ่วนเป็นอะไรไป ป้าคงต้องตรอมใจแน่”
ยิ่งคุณป้าพูดมากเท่าไหร่ หล่อนยิ่งแสดงท่าทีโศกเศร้ามากขึ้นเท่านั้น หล่อนแสร้งยกมือปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะแอบมองดูสีหน้าของเซียวหมิงเยวี่ย
หญิงสาวมองตอบด้วยสายตาเย็นชา ป้าสะใภ้ของเธอเป็นคนหน้าซื่อใจคดเห็นแก่ตัว เรียกได้ว่าน่ากลัวยิ่งกว่าลุงกับย่าเสียอีก
เซียวหมิงเยวี่ยเป็นคนติดบ้านและมีนิสัยชอบกักตุนข้าวของอยู่เสมอ ในชีวิตชาติก่อนป้าสะใภ้ยุยงสามีให้ขโมยอาหารของเธอไป โดยบอกว่าเธอเป็นแค่เด็กป่วยไข้และคงมีชีวิตได้อีกไม่นาน การปล่อยอาหารมีค่าเหล่านั้นที่นี่ไว้รังแต่จะเสียเปล่า แทนที่จะสามารถช่วยเหลือได้อีกหลายชีวิต
แต่สาเหตุที่เธอต้องป่วยแบบนี้ นั่นเป็นเพราะผลข้างเคียงหลังจากการบริจาคเลือดให้ลูกสาวของอีกฝ่าย

ทว่าลูกพี่ลูกน้องตัวดีกลับมายืนขวางด้านหน้า พร้อมเร่งรัดให้พวกเขาขนของออกไปโดยไม่เหลือไว้แม้แต่ข้าวสาร

ในปีที่สองของวันสิ้นโลก หลานชายตัวน้อยที่ได้รับการช่วยชีวิตด้วยเลือดของเธอได้โยนถุงที่เต็มไปด้วยปลิงใส่เธอ และเอาแต่เรียกเธอว่านางคนเลว
ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกแค้นเคืองจนอยากลงมือฆ่าใครสักคน

“พ่อแม่ของฉันอยู่ไหน? ฉันจะทำตามที่พ่อแม่บอกเท่านั้น”
เธอหยิบส้มขึ้นมาปอกเปลือกและยัดเข้าปาก ในขณะที่พวกเขาเผลอ เธอได้แอบหยิบกรรไกรทางการแพทย์ที่อยู่ใกล้เตียงของโรงพยาบาลมาวางไว้ด้านข้างเพื่อใช้เป็นอาวุธป้องกันตัว
รสเปรี้ยวหวานของส้มกระจายในปาก เซียวหมิงเยวี่ยลิ้มรสมันอย่างเพลิดเพลิน เธอไม่ได้กินส้มมาสามปีแล้ว อย่าว่าแต่ส้มเลย เกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าผลไม้นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร
ในปีแรกของวันสิ้นโลกมีคลื่นความร้อนซึ่งมาพร้อมกับพายุฝุ่น ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรมากมายล้มตายลง และทำให้ราคาของผักผลไม้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้แต่ผักโขมที่ร่วงโรยและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองยังสามารถขายได้ในราคา 1,000 หยวน ดังนั้นแทบไม่ต้องจินตนาการถึงราคาผลไม้เลย
สีหน้าของลุงแปรเปลี่ยนไป ก่อนหันไปสบตากับคุณย่าด้วยดวงตาที่สั่นไหว
“พ่อกับแม่ของแกไปท่องเที่ยวที่ยุโรปไม่ใช่หรือไง พวกเขาจะไม่กลับมาจนถึงเดือนหน้า ถ้าแกไม่บริจาคเลือด แล้วเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวของแกขึ้นมาจะทำยังไง ฉันขอไม่มีหลานสาวแบบแกเสียยังดีกว่า!”
เซียวหมิงเยวี่ยสังเกตเห็นท่าทีแปลกประหลาดของพวกเขาพลางยิ้มเย้ยหยัน
ใกล้ถึงวันกำหนดคลอดของลูกพี่ลูกน้องแล้ว แต่ตัวเธอที่อ่อนแอมาตั้งแต่เด็กไม่เหมาะสำหรับการบริจาคโลหิต
คุณลุงรู้ดีว่าน้องชายของตัวเองไม่มีทางปล่อยให้ลูกสาวบริจาคโลหิต เขาจึงจงใจส่งคนทั้งสองไปเที่ยวยุโรปเป็นเวลาหนึ่งเดือน
หลังจากนี้พ่อแม่ของเธอจะไม่มีโอกาสกลับมาอีกเลย
ภายหลังวันสิ้นโลก พายุทรายถล่มทั่วทวีปยุโรป ส่งผลให้เที่ยวบินทั้งหมดถูกระงับ พ่อแม่ของเซียวหมิงเยวี่ยขาดการติดต่อไปหลังจากเหตุการณ์พายุทรายถล่มได้ไม่นาน และจากนั้นก็เสียชีวิตลงในต่างประเทศ
หลังจากที่สัตว์ร้ายพวกนี้ฆ่าพ่อกับแม่ทางอ้อม พวกเขาแย่งชิงอาหารของเธอไป โดยไม่คำนึงถึงเลยว่าหญิงสาวที่อ่อนแอจะอยู่รอดได้อย่างไร!
เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนก่อนถึงวันสิ้นโลก มันยังไม่สายเกินไป เธอต้องรีบพาพ่อแม่กลับบ้านโดยเร็วที่สุด!
ลูกพี่ลูกน้องของเธอมีหมู่เลือดหายาก แพทย์ไม่แนะนำให้มีลูกคนที่สอง แต่หล่อนยืนกรานที่จะมีลูกอีกคนให้ได้ ต่อมาหล่อนได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะรกเกาะต่ำ*[1] แพทย์จึงเตือนว่าหล่อนมีความเสี่ยงที่จะเสียเลือดหนักในระหว่างคลอดลูก
ดังนั้นครอบครัวของพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะส่งสามีภรรยาเซียวออกไป และใช้เซียวหมิงเยวี่ยเป็นถุงเลือดส่วนตัว!
นี่เป็นการกระทำที่เลวร้ายอย่างแท้จริง และแผนการดังกล่าวจะต้องมาจากพี่สาวผู้เจ้าเล่ห์อย่างไม่ต้องสงสัย
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูใบหน้าที่บิดเบี้ยวจนน่าเกลียดของคนเหล่านี้พร้อมพูดอย่างเย็นชา
“ดีเลยค่ะ คนแก่ต่ำทรามแบบคุณไม่สมควรเป็นย่าของฉันเช่นกัน”
ทันทีที่ได้ยินถ้อยคำดังกล่าว คุณย่าตะลึงงัน มองหน้าหลานของตนด้วยความตกใจสุดขีด กระทั่งหลงลืมที่จะตอบโต้ไปชั่วขณะ
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมหลานสาวที่เคยอ่อนแอและเชื่อฟังถึงเปลี่ยนไปกะทันหัน ในอดีตตราบใดที่เธอข่มขู่เด็กสาวกด้วยสีหน้าเย็นชา เซียวหมิงเยวี่ยมักพยักหน้าเห็นด้วยทุกครั้งไป หรือว่าเด็กคนนี้จะถูกผีร้ายเข้าสิงกันแน่?
คุณลุงเดือดดาลหนักและโพล่งด่าทันที “นางเด็กอกตัญญู แม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ก็ไม่เห็นหัว วันนี้แหละฉันจะสั่งสอนแกให้รู้สำนึกแทนพ่อของแกเอง!”
ป้าสะใภ้รีบหลีกทางให้สามี เพื่อที่เขาจะสามารถตบตีสั่งสอนเซียวหมิงเยวี่ยได้
หญิงสาวเผยยิ้มเยาะ ขณะที่คุณลุงกำลังง้างฝ่ามือเพื่อตบสั่งสอน เธอก็รีบยกกรรไกรทางการแพทย์ขึ้นและเล็งไปที่ฝ่ามือของเขาซึ่งกำลังฟาดลงมา
“อ๊าก!!!”
กรรไกรแทงทะลุฝ่ามือคุณลุงอย่างแรงจนเลือดพุ่งกระฉูด แขนขาพลันกระตุกด้วยความเจ็บปวดขณะที่เขาแผดร้องเสียงดัง
“ลูกชาย!”
“สามี!”
คุณย่าและป้าสะใภ้รีบวิ่งเข้าไปพยุงคุณลุง “เลือดไหลเยอะมาก รีบเรียกหมอเร็วเข้า!”
เซียวหมิงเยวี่ยฉวยโอกาสช่วงชุลมุน รีบวิ่งไปที่ประตูวอร์ดเพื่อหวังหลบหนีอย่างง่ายดาย

“ใครอยากบริจาคเลือดก็บริจาคไปเถอะ! ถ้าไม่มีเลือดหล่อนก็แค่ตาย ใครบอกให้หล่อนดื้อรั้นมีลูกคนที่สองเองล่ะ แม่ลูกตายไปพร้อมกันเลยก็ดี ถึงตอนนั้นฉันจะเข็นเตียงหล่อนไปห้องดับจิตเอง!”
เด็กสารเลวนั่นอย่าเกิดมาเลยจะดีกว่า เขาได้รับถ่ายทอดนิสัยเห็นแก่ตัวและความชั่วร้ายของครอบครัวนี้มาโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะกลายเป็นตัวปัญหาหากเกิดมาบนโลกนี้

“นางเด็กสารเลวเลี้ยงไม่เชื่อง! แกกล้าดียังไงถึงแทงลุงของแก แล้วยังแช่งให้ฮ่วนฮ่วนตาย?! ถ้าฉันรู้ว่าแกจะโตมาเป็นแบบนี้ ฉันน่าจะโยนแกลงโถส้วมให้ตายไปเสียตั้งแต่ตอนนั้น นางเด็กชาติชั่ว รีบไปเรียกหมอเดี๋ยวนี้!” คุณย่าสบถคำสาปแช่งอย่างรุนแรง

“ทำไมฉันต้องทำด้วย! สมน้ำหน้า กล้าตบตีฉันก็รับผลที่เกิดขึ้นไปซะ” เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มเยาะ
คุณลุงง้างมือหวังตบเธอด้วยกำลังทั้งหมด ทำให้กรรไกรแทงทะลุฝ่ามือของเขาอย่างแรง หากเธอไม่ป้องกันตัว คงรับแรงปะทะจากฝ่ามือนั้นไม่ไหว
“นางเด็กเหลือขอ ถ้าวันนี้ฮ่วนฮ่วนเป็นอะไรขึ้นมา ฉันไม่ปล่อยให้แกได้ตายดีแน่!” ในที่สุดป้าสะใภ้ผู้เจ้าเล่ห์ก็เผยธาตุแท้ของตัวเองออกมา

เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้ว “อะไรนะ? คุณกำลังจะป่วยตายเหรอ? ฉันไม่เผากระดาษไปให้หรอกนะ”
ป้าสะใภ้โกรธเคืองจนตัวสั่น “นางเด็กสารเลว ต่ำทรามต่ำช้า!”
คุณลุงโพล่งคำอย่างดุเดือด “ฉันจะฆ่าแกให้ได้!”
กลยุทธ์ที่สามสิบหก ของเซียวหมิงเยวี่ยคือการถอยทัพ เธอเปิดประตูเพื่อวิ่งหนีอย่างรวดเร็วพร้อมคว้าถุงส้มติดมือไปด้วย
เธอวิ่งออกจากโรงพยาบาลภายในอึดใจเดียว กระทั่งมาหยุดยืนเหนื่อยหอบอยู่ที่หน้าประตู โดยมีแสงแดดอันอบอุ่นล้อมรอบตัว
เซียวหมิงเยวี่ยสูดลมหายใจเข้าลึก เธอได้เกิดใหม่จริง ๆ ดูเหมือนว่าในที่สุดสวรรค์ก็มีตาแล้ว!

[1] ภาวะรกเกาะต่ำ คือภาวะที่รกเกาะอยู่ที่ผนังมดลูกส่วนล่าง หรือใกล้ปากมดลูก ทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอด

ตอนที่ 2 มิติปริศนา ลานบ้านไร่กลางทุ่ง

ตอนที่ 2 มิติปริศนา ลานบ้านไร่กลางทุ่ง
แม้ว่าคุณลุงจะได้รับบาดเจ็บ แต่เซียวหมิงเยวี่ยก็กลัวว่าพวกเขาจะตามทัน เธอจึงนั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน
ภายในรถ หญิงสาวรีบต่อสายโทรศัพท์ทางไกลหาพ่อ เพื่อป้องกันไม่ให้ญาติเหล่านั้นกล่าวหาเธอด้วยความเท็จ
“พ่อ แม่ รีบกลับมาทีค่ะ ลุงและคนอื่น ๆ กำลังจะฆ่าหนู…”
ทันทีที่อีกด้านรับสาย เซียวหมิงเยวี่ยไม่สามารถควบคุมอารมณ์ที่อัดอั้นได้อีกต่อไป เธอบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์และบอกเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

หลังจากรับฟังเรื่องราว พ่อเซียวพูดด้วยความโกรธเกรี้ยว “หมิงเยวี่ยไม่ต้องกลัวนะลูก พ่อกับแม่จะรีบจองตั๋วกลับจีนทันที! ไม่แปลกใจเลยที่ลุงจัดทัวร์เที่ยวยุโรปให้เรา พ่อก็นึกสงสัยอยู่ว่าคนขี้เหนียวอย่างเขาจู่ ๆ จะเปลี่ยนนิสัยของตัวเองได้ยังไง ที่แท้เขาก็ต้องการฉวยโอกาสตอนที่พ่อไม่อยู่เพื่อรังแกลูกสาวของพ่อ!”

“รังแกอะไรล่ะ? พวกเขาต้องการเอาชีวิตหมิงเยวี่ยของเราต่างหาก! ช่างมีจิตใจต่ำทรามจริง ๆ สุขภาพร่างกายของหมิงเยวี่ยลูกรักอ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เซียวเฉียงเซิ่ง เรื่องนี้เลยเถิดไปไกลแล้วนะคะ!” แม่เซียวตื่นตกใจจนหลั่งน้ำตา
ดวงตาเซียวหมิงเยวี่ยร้อนผ่าวทันใด
“หนูวิ่งหนีออกมาแล้ว พอเห็นลุงกำลังจะตีหนู หนูเลยสู้กลับ พ่อคะแม่คะ หนูกลัวมากจริง ๆ รีบกลับมานะ”
คนขับเหลือบมองเซียวหมิงเยวี่ยผ่านกระจกมองหลังและพูดปลอบใจ “แม่หนูอย่าร้องไห้ไปเลย ตัดความสัมพันธ์กับญาติพวกนั้นไปเลยจะดีกว่า ถ้าเป็นฉัน ฉันคงตัดขาดจากพวกเขาเหมือนกัน”
เซียวหมิงเยวี่ยวางสายโทรศัพท์ ขณะกำลังรักษาอารมณ์ให้คงที่ เพราะตอนนี้สมองของเธอก็ทำงานอย่างบ้าคลั่ง
“ค่ะ คงต้องตัดความสัมพันธ์จริง ๆ”
และทำให้พวกเขาชดใช้อย่างสาสม!
คุณย่าให้กำเนิดทายาททั้งหมดห้าคน เสียชีวิตแล้วสองคนในวัยเด็ก และเหลืออีกสามคน ได้แก่ คุณลุง พ่อเซียว และอาหญิง

เนื่องจากคุณย่าเลี้ยงลูกด้วยความลำเอียง อาหญิงจึงแต่งงานออกเรือนตั้งแต่อายุยังน้อย และไม่เคยกลับมาที่บ้านอีกเลย
คุณย่าสาปแช่งอาหญิงว่าเป็นเหมือนหมาป่าตาขาว*[1] เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ แต่เซียวหมิงเยวี่ยกลับยกย่องอาหญิงของเธอว่าเป็นคนสุขุมและเด็ดขาดอย่างมาก
ต่างจากพ่อเซียวที่มีจิตใจอ่อนโยน อันเป็นสาเหตุให้คุณย่าและครอบครัวของลุงคอยเอาเปรียบอยู่เสมอ
แต่คราวนี้พ่อเซียวจะไม่ยอมอ่อนข้อเหมือนกับซาลาเปานุ่ม ๆ อย่างแน่นอน
----

“เจ้ารอง แหกตาของแกดูซะว่าให้กำเนิดสิ่งชั่วร้ายแบบไหนขึ้นมา! นางเด็กสารเลวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงใช้กรรไกรแทงพี่ชายของแกจนเลือดสาด! ตอนนี้ฮ่วนฮ่วนยังอยู่ในห้องคลอดเพื่อรอรับเลือด แกรีบลากตัวนางเด็กนั่นกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
คุณย่าตะโกนใส่โทรศัพท์เสียงเอ็ดอึง ในเวลานี้มือของลุงถูกพันด้วยผ้าก๊อซหนาพร้อมกับดวงตาสองที่ฉายชัดถึงความแค้นเคือง
“แม่ ครั้งนี้แม่กับพี่ทำเกินไปแล้ว! ถ้าพี่เขาไม่ตีหมิงเยวี่ยก่อน
แล้วหมิงเยวี่ยจะสู้กลับได้ยังไง? แม่ก็รู้ว่าเธอมีสุขภาพย่ำแย่มาตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเด็ก แล้วยังจะขู่บังคับให้บริจาคเลือดอีก นี่แม่อยากฆ่าหลานตัวเองพร้อมบีบบังคับให้ผมตรอมใจตายใช่ไหม?”
พ่อเซียวผิดหวังอย่างยิ่งกับการกระทำของแม่ น้ำเสียงของเขาปราศจากอารมณ์ใด ๆ ในอดีตเขายอมอดทนเพราะเห็นแก่ความผูกพันระหว่างแม่ลูกและความสัมพันธ์ของพี่น้อง แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะถึงขีดจำกัดแล้ว
คนพวกนี้ไม่ควรมาแตะต้องลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขา
“ผมเคยคิดว่าพฤติกรรมของน้องสาวในอดีตดูก้าวร้าวเกินไปหน่อย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะฉลาดกว่าผมมาก เป็นผมเองที่โง่เขลาเกินไป ผมกับชิงหว่านจะกลับจีนเร็ว ๆ นี้ ถ้าใครกล้าแตะต้องลูกสาวของผมอีกครั้ง ผมจะไม่ไว้หน้าใครอีกแม้จะเป็นแม่ก็ตาม”
กล่าวจบ โดยไม่รอให้คุณย่าตอบกลับสิ่งใด พ่อเซียวพลันตัดสายไปทันที

“เจ้าลูกชายไม่รักดี กล้าดียังไงถึงวางสายใส่ฉันแบบนี้?” คุณย่ามองโทรศัพท์ในมือด้วยความเหลืออด
เมื่อต่อสายกลับไปอีกครั้ง ปรากฏว่าโทรไม่ติดแล้ว เนื่องจากพ่อเซียวได้กดบล็อกเบอร์ของเธอ
คุณย่าก่นด่าสาปแช่งหาว่าเขาเป็นลูกชายอกตัญญู โดยลืมไปว่าค่าใช้จ่ายประจำวันของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็นเงินช่วยเหลือจากพ่อเซียวทั้งหมด

----

ณ เขตหวาฮั่น
เซียวหมิงเยวี่ยตรงขึ้นไปบนชั้นสองทันทีที่กลับถึงบ้าน นี่คือบ้านหลังใหม่ของครอบครัว และพวกเขาเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ไม่นานมานี้
บ้านพักหลังเล็กตั้งอยู่ในเขตหวาฮั่นทางตอนใต้ของเมือง ซึ่งมีสนามหญ้าหน้าบ้านที่กว้างขวาง
ก่อนหน้านี้พ่อเซียวซื้ออะพาร์ตเมนต์สามห้องนอนในตัวเมืองโดยชำระเงินเต็มจำนวน และมอบให้เป็นชื่อของเซียวหมิงเยวี่ย
ทว่าเมื่อครอบครัวลุงเซียวทราบข่าว พวกเขายืนกรานให้สามีภรรยาเซียวยกบ้านหลังนั้นเป็นเรือนหอของลูกสาว คุณย่าช่วยข่มขู่ด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว คุณลุงยังบอกอีกว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่แค่ชั่วคราวในเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น สุดท้ายพ่อเซียวก็หมดหนทางและตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจ
หลังจากเกิดข้อพิพาทอยู่นาน ในที่สุดแม่เซียวยื่นคำขาดให้ครอบครัวย้ายออกไปอยู่ในสถานที่ห่างไกล ไม่เช่นนั้นเธอจะขอหย่า
พ่อเซียวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขายบ้านหลังเก่าที่เขาอาศัยอยู่ เมื่อรวมกับเงินออมอันน้อยนิด เขาซื้อบ้านพักชานเมืองหลังนี้ ทางตอนใต้ของเมืองนั้นห่างไกลและไม่มีรถไฟใต้ดิน ทำให้ราคาที่พักอาศัยไม่สูงมาก
ในปีที่สองของวันสิ้นโลกเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม ครึ่งหนึ่งของพื้นที่โลกจมอยู่ใต้บาดาล เมืองเผิงจิงทั้งหมดกลายเป็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ หลงเหลือเพียงพื้นที่ทางใต้ของเมืองเท่านั้นที่รอดพ้นจากวิกฤติการณ์ เนื่องจากมีภูมิประเทศสูง
ทางใต้อันห่างไกลของเมืองกลายเป็นที่หลบภัยของผู้คนหลายล้านคน เนินเขาเต็มไปด้วยผู้อยู่อาศัย และเขตหวาฮั่นกลายเป็นสถานที่แออัดจนการขว้างอิฐหนึ่งก้อนสามารถโจมตีคนได้สามคน ผู้คนหลายหมื่นชีวิตเบียดเสียดเข้าไปในโรงรถใต้ดิน บ้านพักเป็นที่ต้องการในท้องตลาด ส่งผลให้ราคาพุ่งทะยานขึ้นมาก
ในเวลานั้นเซียวหมิงเยวี่ยไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องขายบ้านพักเพื่อให้ครอบครัวมีเงินซื้ออาหารกินดี ๆ และลงเอยด้วยการแบ่งปันพื้นที่พักอาศัยร่วมกับผู้ลี้ภัย การขายบ้านพักยังดีกว่าเสี่ยงที่จะถูกคนเลวทรามเข้ามาปล้นชิงไม่วันใดก็วันหนึ่ง อย่างน้อยเงินที่ได้รับมาก็สามารถนำไปซื้อขนมปังสักก้อน
ชั้นบนของบ้าน
เซียวหมิงเยวี่ยค้นดูในกล่องและตามตู้เพื่อค้นหาเกมจิ๊กซอว์ มันเป็นเกมจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วน 2,000 ชิ้น เธอได้รับมันเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 19 ปีจากคุณปู่
ตอนที่ครอบครัวลุงเข้ามาปล้นชิงเสบียงในชีวิตก่อนของเธอ ลูกพี่ลูกน้องได้หยิบเกมจิ๊กซอว์นี้ติดมือไปเพื่อหวังให้ลูกชายเล่น ต่อมาเซียวหมิงเยวี่ยค้นพบว่ามันมีมิติปริศนาอยู่ภายในเกมจิ๊กซอว์ดังกล่าว
หลังจากวันสิ้นโลก หลายคนต้องหันมาจับหนูและแมลงกินเพื่อความอยู่รอด แต่ครอบครัวของลุงกลับสามารถเพลิดเพลินกับผักผลไม้สด ใบหน้าของพวกเขาเปล่งปลั่งและสุขภาพดี ขณะที่คนอื่น ๆ ประสบกับภาวะขาดแคลนอาหารจนร่างกายซูบผอม
สิ่งที่น่ารังเกียจยิ่งกว่านั้นคือ พวกเขาพรากชีวิตสุขสบายที่ควรจะเป็นของเซียวหมิงเยวี่ยไปโดยไม่แม้แต่จะแบ่งปันข้าวสารให้เธอด้วยซ้ำ ลูกพี่ลูกน้องของเธอเปิดเผยความจริงเรื่องนี้ในตอนที่หญิงสาวกำลังจะสิ้นใจบนเตียง ก่อนปล่อยให้เซียวหมิงเยวี่ยเสียชีวิตไปพร้อมกับหัวใจที่อัดแน่นด้วยความแค้นเคือง
เจอแล้ว!
เซียวหมิงเยวี่ยวางเกมจิ๊กซอว์ในมืออย่างระมัดระวัง เกมจิ๊กซอว์ที่ต่อเสร็จสมบูรณ์ก่อให้เกิดดินแดนในอุดมคติซึ่งมีสภาพแวดล้อมสวยงาม
บนทุ่งหญ้ากว้างมีลำธารสายเล็กไหลเอื่อย น้ำในลำธารใสสะอาดราวกับผลึกคริสตัล มองลงไปเห็นหมู่ปลาและกุ้งเวียนว่ายอยู่ในน้ำอย่างสนุกสนาน
บ้านไม้หลังเล็กตั้งตระหง่านไม่ไกลจากลำธาร พร้อมสนามหญ้าขนาดเล็กสะอาดตาด้านหน้าตัวบ้านซึ่งล้อมรอบด้วยรั้วไม้ และมีบ่อน้ำอยู่ตรงหัวมุม
แม่ไก่กำลังไล่จิกแมลงบนพื้นพร้อมลูกไก่หลายตัวที่เดินตามติด ขณะที่ไก่อีกตัวยืนเด่นบนหลังคาและจ้องมองออกไปในระยะไกล
ด้านหลังบ้านไม้มีพื้นที่เพาะปลูกราว ๆ 5 ไร่ โดยมีลูกแมวตัวน้อยยืนอยู่ด้านหน้าแปลงผัก
เซียวหมิงเยวี่ยวางชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ไว้บนพื้น และมุ่งความสนใจไปที่การรวบรวมชิ้นส่วนปริศนาที่เหลือ หลังจากการเกิดใหม่ มิติปริศนานี้ก็หวนคืนสู่เจ้าของเดิมในที่สุด!
เมื่อก่อนตอนที่มีเวลาว่าง เธอจำได้ว่าตนเองพยายามต่อชิ้นส่วนวันละนิด และใช้เวลากว่าครึ่งปีจึงต่อเสร็จครึ่งหนึ่ง ตอนนี้เธอต้องการต่ออีกครึ่งให้เสร็จสมบูรณ์
สี่ชั่วโมงผ่านไปโดยไม่รู้ตัว เซียวหมิงเยวี่ยลูบลำคอที่แข็งเกร็งของตนเองพลางกดชิ้นส่วนสุดท้ายลงบนเกมจิ๊กซอว์
ก่อเกิดเสียงดังหึ่ง ๆ น่าฉงน หญิงสาวคล้ายกับได้ยินเสียงไก่ขัน ‘เอ้กอีเอ้กเอ้ก’ แว่วเข้ามาในหู
เมื่อลืมตาขึ้น เธอค้นพบว่าตนเองมาอยู่กลางทุ่งหญ้าจริง ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยรีบดีดตัวลุกขึ้นจากทุ่งหญ้า โดยหายใจรัวเร็วด้วยความตื่นเต้น เธอทำได้แล้ว ในที่สุดก็เปิดพื้นที่มิติสำเร็จ!
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูทุกสิ่งรอบตัวด้วยความประหลาดใจระคนตกใจ
กลิ่นหอมของหญ้าลอยมาตามสายลม และความรู้สึกของหญ้าใต้ฝ่าเท้าของเธอนั้นสมจริง
[ดินแดนอุดมคติจดจำผู้เป็นนายสำเร็จ] เสียงกลไกไร้อารมณ์พลันดังขึ้น
“นั่นใครพูดน่ะ?”
ขณะที่เซียวหมิงเยวี่ยกำลังตกอยู่ในความสับสน เสียงแปลกประหลาดนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง

[ขอต้อนรับนายท่านเข้าสู่ดินแดนอุดมคติ โหมดภารกิจได้เปิดใช้งานแล้ว ภารกิจแรกคือ การซ่อมแซมเล้าไก่ที่เสียหาย โปรดเลือกว่าจะยอมรับภารกิจหรือไม่ นับถอยหลังสามวินาที 3 2…]

“ยอมรับ!”
เซียวหมิงเยวี่ยโพล่งตอบออกไปทันที แม้ว่าเธอจะยังคงสับสน แต่สัญชาตญาณบอกให้เธอยอมรับภารกิจดังกล่าว
[ภารกิจแรกถูกเปิดใช้งาน นายท่านโปรดดำเนินการ]
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยเดินมาที่เล้าไก่ เธอเห็นว่าแผ่นไม้ด้านบนได้รับความเสียหายจริง ๆ ขณะที่กำลังคิดว่าจะต้องซ่อมแซมมันอย่างไร จู่ ๆ กล่องเครื่องมือก็ปรากฏขึ้นด้านข้าง
เธอหยิบกระดานแผ่นใหม่ขึ้นมาวางทับบริเวณที่เสียหาย ถือค้อนในมือขวาและตะปูในมือซ้าย เธอเริ่มออกแรงเหวี่ยงค้อนเพื่อซ่อมแซม
[ขอแสดงความยินดีกับนายท่านที่ทำภารกิจแรกสำเร็จ และได้รับรางวัลเป็นบ้านไม้สองชั้น]
ครู่ต่อมา เซียวหมิงเยวี่ยเห็นบ้านไม้หลังเล็กค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้นดิน โดยเพิ่มชั้นพิเศษเข้าไปโดยตรง
“สุดยอด!”

เซียวหมิงเยวี่หัวเราะออกมาด้วยความตื่นเต้น นี่สินะคือความมหัศจรรย์ของดินแดนอุดมคติ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ครอบครัวของลุงสามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายท่ามกลางหายนะ ซึ่งทั้งหมดนี้ควรจะเป็นของเธอ

เสียงกลไกหยุดลง หลังจากที่เซียวหมิงเยวี่ยเริ่มคุ้นเคยกับพื้นที่มิติแล้ว เธอจึงกลับไปที่ห้องของตัวเอง
เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนก่อนวันสิ้นโลก เธอมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างต้องทำ และกาลเวลาไม่เคยรอใคร

[1] หมาป่าตาขาว หมายถึง คนอกตัญญู

ตอนที่ 3 ขายห้องพัก ต่อเติมบ้านเสริมความแกร่ง

ตอนที่ 3 ขายห้องพัก ต่อเติมบ้านเสริมความแกร่ง

หลังจากออกจากพื้นที่มิติ เธอพบว่ามีสายที่ไม่ได้รับหลายสิบสายในโทรศัพท์ และข้อความวีแชตอีกหลายร้อยข้อความ
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วขึ้น เธออยากรู้จริง ๆ ว่าลูกพี่ลูกน้องจะอยู่ได้โดยปราศจากเลือดของเธอเองหรือไม่
“นางสารเลว ในที่สุดแกก็จำวิธีรับโทรศัพท์ได้แล้วสินะ! การที่แกไม่ยอมบริจาคเลือดทำให้หนึ่งชีวิตต้องตาย ฉันจะแจ้งความแล้วปล่อยให้ตำรวจประหารชีวิตของแกซะ นางเด็กสารเลว!”
เซียวหมิงเยวี่ยยกมือขึ้นปิดหู “เอะอะโวยวายอะไรขนาดนั้น แล้วใครเหรอที่ตาย?”
“ฉันสูญเสียเหลนชายหนัก 9 ชั่ง*[1] 8 ตำลึง*[2]ไปแล้ว! ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว ทั้งหมดเป็นเพราะแกคนเดียวนางฆาตกร!”
คุณย่าสาปแช่งด้วยถ้อยคำรุนแรง
เซียวหมิงเยวี่ยกินส้มแล้วตอบกลับอย่างใจเย็น
“น่าเสียดายจริง ๆ ทำไมเซียวฮ่วนฮ่วนถึงไม่ตายไปด้วยล่ะคะ?”
“นี่แกกล้าแช่งฮ่วนฮ่วนได้ยังไง แกมันไม่ต่างจากสัตว์นรกในคราบมนุษย์!”

“เป็นความผิดของเซียวฮ่วนฮ่วนเองที่ทำให้เด็กตาย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย? คุณหมอเตือนแล้วว่าร่างกายของหล่อนไม่เหมาะที่จะมีลูกคนที่สอง แต่หล่อนยืนกรานที่จะมีลูกให้ได้ ต่อมาคุณหมอแนะนำให้หล่อนกินน้อยลงในระหว่างตั้งครรภ์และควบคุมน้ำหนักตัวให้ดี หล่อนก็ยังดื้อรั้นที่จะกินเยอะเพื่อบำรุงเด็กจนตัวใหญ่ งั้นหล่อนก็สมควรได้รับผลที่ตามมาโดยการตกเลือดอย่างรุนแรงระหว่างคลอด เด็กคนนั้นถูกเซียวฮ่วนฮ่วนฆ่าเองกับมือ”
เซียวหมิงเยวี่ยหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า
“พวกคุณคิดว่าตราบใดที่มีฉันในฐานะถุงเลือดฟื้นฟู ก็จะสามารถเจาะเลือดของฉันไปได้ทุกเมื่อหากเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้น แต่ทำไมฉันต้องยอมให้ทำแบบนั้นด้วย? ก็แค่กลุ่มคนโง่เขลาเบาปัญญาและบ้าอำนาจ จะไปตายที่ไหนก็ไป อย่ามายุ่งกับฉันอีก”
เธอกดวางสายในทันทีที่พูดจบ
บรรยากาศในห้องผู้ป่วยตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม หลังจากที่
เซียวหมิงเยวี่ยวางสายโทรศัพท์ หญิงชราเป็นลมล้มพับเพราะความโกรธ
คุณลุงมีท่าทีโกรธเคืองและยังคงนิ่งเงียบ ขณะที่ป้าสะใภ้ก่นด่าไม่หยุดพลางหลั่งน้ำตาเป็นสาย ทุกคนล้วนตำหนิเซียวหมิงเยวี่ยที่ทำให้เด็กแรกเกิดเสียชีวิต ส่วนเซียวฮ่วนฮ่วนยังคงไม่ได้สติและอยู่ในหอผู้ป่วยหนัก โดยไม่รู้เลยว่าลูกที่คลอดออกมาได้จากไปแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยไม่อยากรับผิดในเรื่องดังกล่าว เวลานี้เธอกำลังยุ่งอยู่กับการคำนวณจำนวนเงินทั้งหมดในบัญชีธนาคาร
ในธนาคารแห่งประเทศจีนมี 2,680 หยวน ในธนาคารพาณิชย์อุตสาหกรรมแห่งประเทศจีนมี 5,600 หยวน และในบัญชีวีแชตอีก 0.58 หยวน
แค่นี้เองเหรอ?
เธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย และมีเงินเก็บไม่มาก ทว่าเธอยังคงมีอะพาร์ตเมนต์
เด็กสาวลุกขึ้นยืนทันที เธอต้องการขายชุดอะพาร์ตเมนต์สามห้องนอนที่เคยถูกครอบครัวลุงแย่งชิงไป และต้องรีบขายทอดตลาดให้เร็วที่สุด
อะพาร์ตเมนต์แห่งนั้นตั้งอยู่ใจกลางเมือง ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งยังอยู่ใกล้กับโรงเรียน โรงพยาบาล และซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ มันถือเป็นที่พักอาศัยที่คุ้มราคา ซึ่งทำให้ครอบครัวลุงอิจฉาอย่างมาก
อย่างไรก็ตามในปีที่สองของวันสิ้นโลกเกิดฝนตกหนัก อาคารสูงใจกลางเมืองล้วนจมอยู่ใต้บาดาลทั้งหมด ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยแถบนั้นไร้ค่า
เซียวหมิงเยวี่ยเป็นคนพูดจริงทำจริง เธอจึงลงมือทำทันที โดยขับรถตรงไปยังเขตซิ่งฝู ระหว่างทางเธอได้ติดต่อกับตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่ช่วยเธอซื้อบ้านอีกด้วย
ตอนที่เซียวหมิงเยวี่ยคุยโทรศัพท์กับย่าก่อนหน้านี้ เธอได้ยินเสียงแว่ว ๆ ของลูกพี่ลูกน้องชาย ดังนั้นสมาชิกครอบครัวทั้งหมดคงจะอยู่ที่โรงพยาบาล อีกอย่างเกิดเรื่องใหญ่กับน้องสาวของเขาแบบนี้ แล้วเขาจะไม่ไปได้อย่างไร
เซียวหมิงเยวี่ยแค่อยากจะฉวยโอกาสขโมยบ้านกลับมาในขณะที่ไม่มีใครอยู่

“คุณเซียว ต้องการขายจริง ๆ หรือครับ?”
ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์รู้สึกสับสน บ้านทำเลดีซึ่งหาจากที่ไหนไม่ได้อีก กลับมีคนต้องการขายทอดตลาดกะทันหัน
เซียวหมิงเยวี่ยตอบกลับเสียงหนักแน่น “ค่ะ ฉันรู้ว่าราคาตลาดปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้าน แต่ถ้าสามารถขายออกภายในสามวัน ฉันเรียกราคาแค่ 3 ล้านเท่านั้น คิดว่าอย่างไรคะ คุณจะรับเป็นนายหน้าให้ไหม?”
เธอต้องการเงินอย่างเร่งด่วน ดังนั้นจึงต้องยอมขายแบบขาดทุน หากราคาต่ำกว่าราคาตลาด 500,000 หยวน เช่นนั้นคงจะมีคนเข้ามาคว้ามันในไม่ช้า
นายหน้าเบิกตากว้างแล้วตอบกลับอย่างเร่งรีบ
“ตกลงครับ! อย่าว่าแต่สามวันเลย ถ้าผมลงประกาศขายบ้านในวันนี้ พรุ่งนี้คงจะมีคนเข้ามาติดต่อเยอะมากแน่นอน”
“ฉันมีคำขอเดียวเท่านั้น จะต้องชำระเต็มจำนวน” เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสียงเบา
“ได้เลยครับคุณเซียว”
พวกเขาเดินมาถึงหน้าอะพาร์ตเมนต์ระหว่างที่ทำข้อตกลง แต่กลับพบเครื่องใส่รหัสประตู…
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกโมโหอย่างเห็นได้ชัด นี่กล้าเปลี่ยนกุญแจบ้านคนอื่นงั้นเหรอ?
เธอหยิบค้อนที่เพิ่งใช้ซ่อมเล้าไก่ออกมาจากพื้นที่มิติ ทุบเครื่องใส่รหัสแหลกเป็นชิ้น ๆ แล้วผลักประตูเดินเข้าไป
“ไม่เป็นไรค่ะ เราเข้าไปได้แล้ว”
นายหน้าตะลึงงัน เธอเสกค้อนนั่นออกมาจากตรงไหนกัน?
ผู้หญิงที่ถือค้อนติดตัวออกไปข้างนอกแบบนี้ ไม่ใช่คนที่ควรเข้าไปยุ่งด้วยเลยจริง ๆ
เมื่อสัมผัสได้ถึงปฏิกิริยาที่ผิดปกติของนายหน้า เซียวหมิงเยวี่ยจึงหันไปอธิบายด้วยรอยยิ้ม
“พอดีลืมรหัสผ่านน่ะค่ะ”
นายหน้ากลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากเย็นพลางมองดูเครื่องใส่รหัสประตูที่ถูกทำลาย เอาละ ในเมื่อเธอบอกว่าลืมก็คือลืม อย่างไรก็ตามบนโฉนดก็ยังเป็นชื่อของเธอ
ภายในห้องค่อนข้างเป็นระเบียบเรียบร้อย เซียวหมิงเยวี่ยโทรเรียกบริษัทช่างทำกุญแจเพื่อเปลี่ยนกุญแจประตู จากนั้นจึงมอบกุญแจให้กับนายหน้าเพื่อให้เขาพาคนมาดูบ้าน
นายหน้าถ่ายวิดีโอภายในบ้านแล้วขอตัวออกไป เขามีท่าทีสุภาพตลอดเวลา ซึ่งทำให้เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
หลังจากนั้นเธอได้ติดต่อบริษัทหวาโยวซึ่งเป็นบริษัทปรับปรุงอาคารที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเผิงจิง บริษัทหวาโยวเป็นบริษัทที่รักษามาตรฐานของคุณภาพเสมอมาและไม่ทำงานแบบมักง่าย นั่นคือเหตุผลที่เซียวหมิงเยวี่ยไว้ใจเลือกใช้บริการ
เซียวหมิงเยวี่ยต้องการต่อเติมบ้านพักหลังเล็กทางตอนใต้ของเมืองให้มั่นคงแข็งแรง เรียกได้ว่าเป็นป้อมปราการที่ไม่มีโจรสามารถบุกเข้าไปได้
หลังจากขับรถอีกสองชั่วโมงเพื่อกลับบ้าน หญิงกลับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย ทั้งยังรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
“เปลี่ยนประตูรั้วทุกบานด้วยเหล็กกล้า ชนิดที่มีความสามารถในการป้องกันสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
“บริษัทของเราเพิ่งจัดซื้อประตูกันขโมยเสริมโครงเหล็กแนวตั้ง 6 เส้นและแนวนอน 15 เส้น พวกมันต้านทานการระเบิดระดับสิบและมีความปลอดภัยสูง สนใจเป็นสินค้าตัวนี้ไหมครับ?”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับ “เช่นเดียวกับประตูภายในของบ้านพัก แต่ละบานต้องมีมาตรฐานเดียวกันนะคะ”

“เปลี่ยนหมดเลยหรือครับ?” ผู้จัดการหวังคิดว่าฟังผิดไป ครอบครัวนี้เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่นาน พวกเขาเบื่อประตูบ้านดั้งเดิมแล้วงั้นเหรอ?
“ค่ะ เปลี่ยนทั้งหมด”
“ได้ครับ! ทั้งหมดนี้ล้วนมีแผ่นเหล็กเสริมแรง สามารถทานรับแรงกระแทกได้มาก และมีความปลอดภัยสูง ซึ่งค่อนข้างเป็นที่นิยมในหมู่คนรวยในปัจจุบัน”
“แล้วก็หน้าต่าง แทนที่พวกมันทั้งหมดด้วยกระจกกันกระสุนด้วยนะคะ”
“คุณเซียวครับ กระจกกันกระสุนค่อนข้างหนา มันประกบกันราวสามถึงสี่ชั้น ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้งานในที่พักอาศัย ปกติแล้วจะใช้ในธนาคารเท่านั้น ผมแนะนำให้พิจารณากระจกนิรภัยแบบพิเศษ…”
“ใช้กระจกกันกระสุนนั่นแหละค่ะ เพิ่มความหนาของกระจกประตูและหน้าต่างทั้งหมด และใช้ประตูนิรภัยที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับทางเข้าหลัก ส่วนเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างแน่วแน่
ในปีแรกของวันสิ้นโลก ธาตุแท้อันดิบเถื่อนของมนุษย์ค่อย ๆ ปรากฏออกมา การปล้นสะดมและการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งการฆ่าแกงกันเพื่อขนมปังชิ้นเดียวกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม
แม้ว่ากระจกกันกระสุนจะค่อนข้างหนา แต่ปัจจัยด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น
เธอจำได้ว่าในปีที่สองของวันสิ้นโลกเกิดน้ำท่วมใหญ่ ครอบครัวหนึ่งที่มีสมาชิกสามคนถูกน้ำซัดออกไปกลางดึก

ภรรยาถูกรุมข่มขืนจนเสียชีวิต ส่วนสามีทำได้เพียงเฝ้าดูภรรยาถูกกระทำชำเรา ในระหว่างการต่อสู้ขัดขืนเขาถูกมีดแทงหลายครั้งและเสียเลือดจนตาย
ส่วนเด็กน้อยอายุต่ำกว่าสามขวบถูกโจรชั่วโยนลงมาจากอาคารชั้นที่สิบห้าเพื่อให้ตกลงไปตายทันที
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ ไม่มีใครในละแวกนั้นคิดเข้าไปช่วยเหลือ พวกเขาทั้งหมดต่างเฝ้ามองอย่างเฉยเมย
ความทรงจำของเซียวหมิงเยวี่ยยังคงแจ่มชัด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในบล็อกที่สิบสามของย่านที่อยู่อาศัยทางทิศตะวันตก ทั้งคู่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ได้พบกับจุดจบอันน่าเศร้า
เขตหวาฮั่นแบ่งออกเป็นย่านบ้านพักและตึกสูง ในเวลานั้น
เซียวหมิงเยวี่ยขายบ้านพักของตัวเอง และย้ายเข้าไปอยู่ในโรงรถใต้ดิน เธอได้รับฟังเรื่องดังกล่าวมาจากป้าเพื่อนบ้าน
เมื่อระเบียบสังคมวุ่นวายและขาดแคลนทรัพยากรอย่างรุนแรง ด้านมืดอันชั่วร้ายของมนุษย์จะถูกกระตุ้นให้ปรากฏออกมา
มีเพียงธรรมชาติของมนุษย์และแสงแดดเท่านั้นที่ไม่สามารถทนมองตรง ๆ ได้
เซียวหมิงเยวี่ยจะไม่ยอมให้เกิดโศกนาฏกรรมน่าเศร้ากับครอบครัวของเธอ ดังนั้นเธอจึงต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวบ้าน!

ใครหน้าไหนกล้าบุกเข้ามา ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับออกไปแบบมีชีวิตอีก!

[1]ชั่ง หน่วยน้ำหนักของจีน เท่ากับ 0.5 กิโลกรัม
[2]ตำลึง หน่วยน้ำหนักของจีน 10 ตำลึง = 1 ชั่ง

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...