โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

DCA คืออะไร เข้าใจ ‘ข้อดี-ข้อเสีย’ ก่อนลงทุน

TODAY

อัพเดต 01 พ.ย. 2566 เวลา 12.05 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2567 เวลา 09.40 น. • workpointTODAY

ในโลกของการลงทุน กลยุทธ์การลงทุนได้ถูกแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเทรดตามกราฟเทคนิค การเทรดตามปัจจัยพื้นฐาน หรือการเลือกเล่นรายตัว ฯลฯ ซึ่งแต่ละรูปแบบต่างก็มีความยากง่ายแตกต่างกันไป

แต่หนึ่งในรูปแบบการลงทุนที่เป็นที่นิยม และมักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงบ่อยๆ นั่นก็คือ DCA หรือ Dollar Cost Averaging

ซึ่งการลงทุนแบบ DCA ก็คือการที่เรากำหนดเม็ดเงินลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งแบบสม่ำเสมอและต่อเนื่อง โดยไม่สนใจภาวะตลาด

เช่น นาย A อายุ 20 ปี ตั้งใจจะลงทุนแบบ DCA ในหุ้นแอปเปิ้ลอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาทต่อเนื่องเป็นเวลา 40 ปีจนกระทั่งเกษียณ

เนื่องจากมองว่าหุ้นแอปเปิ้ลมีความสามารถในการแข่งขันกว่าแบรนด์สินค้าไอทีอื่นๆ และจะมีรายได้และกำไรเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่องอีก 40 ปี เป็นต้น

[ ข้อดีของการลงทุนแบบ DCA ]

การลงทุนแบบ DCA เป็นกลยุทธ์ที่ใครๆ ก็ทำได้ ไม่ต้องมีความสามารถในการประเมินมูลค่าหุ้นขั้นสูง หรือจิตวิทยาการลงทุนชั้นเซียน ก็สามารถลงทุนแบบ DCA ได้

เพราะการลงทุนแบบ DCA ช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องกังวลทั้งในภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง เนื่องจากในทุกๆ เดือนหรือทุกๆ สัปดาห์จะมีเงินก้อนใหม่เติมเข้าไปเสมอ เพื่อเป็นการถัวเฉลี่ยต้นทุนในระยะยาว

การลงทุนแบบ DCA ต่างกับการลงทุนแบบก้อนเดียว (Lumpsum) ที่หากลงทุนไปแล้วหุ้นขึ้น ก็อาจได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่หากลงทุนไปแล้วหุ้นตก ก็อาจขาดทุนเป็นกอบเป็นกำเช่นเดียวกัน ไม่สามารถเฉลี่ยต้นทุนได้เหมือนการลงทุนแบบ DCA

นอกจากนี้ การลงทุนแบบ Lumpsum ยังต้องอาศัยทั้งความรู้และประสบการณ์ รวมไปถึงจิตวิทยาลงทุนที่สูงกว่า

[ ความเสี่ยงของการลงทุนแบบ DCA ]

หากแต่ข้อเสียหรือความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของการลงทุนแบบ DCA นั้น คือการเลือกสินทรัพย์ผิด

เพราะการลงทุนแบบ DCA คือการที่ผู้ลงทุนตัดสินใจจะอยู่กับสินทรัพย์หนึ่งๆ ไปในตลอดระยะเวลานานหลายสิบปี หากสินทรัพย์ที่ลงทุนไม่ดีอย่างที่คิด ก็อาจทำให้ท้ายที่สุดเงินลงทุนที่ใส่เข้าไปลดลงอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ แม้การลงทุนแบบ DCA จะอาศัยความรู้ในการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ หรือความรู้ด้านจิตวิทยาที่น้อยกว่า แต่นักลงทุนก็จำเป็นต้องศึกษาสินทรัพย์ที่ลงทุน ว่ามีแนวโน้มหรือโอกาสที่จะเป็นขาขึ้นในระยะยาวได้อย่างไร

พร้อมกับต้องคอยตรวจสอบกาารลงทุนอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงกล้าเปลี่ยนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ดีกว่า หากพบว่าการลงทุนในครั้งนั้นผิดพลาด

[ ถัวเฉลี่ยต้นทุนในช่วงตลาดขาลง ]

ในภาวะตลาดขาลงเช่นนี้ หากนักลงทุนเลือกใช้กลยุทธ์แบบ DCA อยู่แล้ว และมั่นใจว่าสินทรัพย์ที่ลงทุนอยู่มีแนวโน้มจะเติบโตในระยะยาว

การที่ตลาดเข้าสู่ภาวะขาลง ก็เป็นโอกาสให้นักลงทุนสามารถเก็บสินทรัพย์เข้าพอร์ตในต้นทุนที่ถูกลง และเมื่อวันที่ตลาดกลับมาสดใส มูลค่าของเงินลงทุนนั้นก็จะงอกเงยเพิ่มขึ้นไปในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...