โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทย ชู “ยุทธการฟ้าใส” แก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 เม.ย. 2566 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2566 เวลา 09.25 น.

ไทย ชู “ยุทธการฟ้าใส” แก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน

การประชุมระดับผู้นำ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) และ สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า เพื่อแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน

โดยเมื่อวันที่ 7 เม.ย.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพการประชุมระดับผู้นำสามฝ่ายระหว่างไทย–สปป.ลาว–เมียนมา ผ่านระบบการประชุมทางไกล เพื่อหารือแนวทางการจัดการปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนร่วมกัน โดยมีนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว และพลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ นายกรัฐมนตรีเมียนมา เข้าร่วมการประชุม ซึ่งที่ประชุมรับทราบสถานการณ์มลพิษจากหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาค และแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดการปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดน รวมถึงแนวทางแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนและยั่งยืน

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติและจัดทำแผนเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง พร้อมจัดทำมาตรการระยะยาว ปี 2567 – 2570 เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษ ในระดับทวิภาคี ไทยร่วมมือกับมิตรประเทศมาโดยตลอดและในโอกาสนี้ ได้เสนอ “ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy)” เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ประกอบด้วย

1.C (Continued Commitment) มุ่งปฏิบัติตามเป้าหมายในการลดจุดความร้อนตามแผนปฏิบัติการเชียงราย ค.ศ. 2017 2. L (Leveraging Mechanisms) ไทยจะส่งเสริมความร่วมมือทุกระดับ ผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งจะหยิบยกประเด็นดังกล่าวในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 42 ในเดือนพฤษภาคม 2566 ที่อินโดนีเซียด้วย

3. E (Experience Sharing) การแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ เพื่อควบคุมปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดน 4. A (Air Quality Network) ส่งเสริมความร่วมมือเครือข่ายการตรวจวัดคุณภาพอากาศของประเทศในอนุภูมิภาค R (Effective Response) นายกรัฐมนตรี เสนอให้เจ้าหน้าที่อาวุโสของทั้งสามประเทศประชุมหารือในบ่ายวันเดียวกัน เพื่อต่อยอดผลของการประชุมระดับผู้นำ

ขณะที่นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว กล่าวว่า สปป.ลาวเห็นด้วยที่ต้องมีความร่วมมือหาทางออกร่วมกัน โดยที่ลาวเห็นด้วยกับความร่วมมือในระดับอาเซียน และการเพิ่มการตระหนักรู้เพิ่มความเข้าใจให้ประชาชนเข้าใจถึงสาเหตุ และปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดน

ด้านพล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ นายกรัฐมนตรีเมียนมา กล่าวว่า เห็นด้วยกับการเพิ่มความร่วมมือเพื่อควบคุม บริหารจัดการร่วมกัน เมียนมาจะดำเนินการอย่างเข้มแข็งขึ้นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาค และเชื่อว่าความมุ่งมั่นร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดจะเป็นประโยชน์กับทุกประเทศ และส่งผลเพื่อประโยชน์ในภูมิภาค

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า การประชุมผู้นำสามฝ่ายครั้งนี้ เป็นข้อริเริ่มของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย ซึ่งเสนอให้ผู้นำทั้งสามประเทศหารือแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดน เนื่องจากเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้างจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยปัญหาหมอกควันข้ามแดน สำหรับประเทศไทยต้องยอมรับว่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนฯ มีจุดความร้อนสูง

ซึ่งตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ไปแก้ไขอย่างเร่งด่วนและขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยหันดูแลไม่ให้มีการเผาและการจับกุมผู้ทำความผิดหลายราย ซึ่งการเผาป่ากระทบกับพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เพราะฉะนั้นต้องเลิกเผา ส่วนนโยบายของ ทส.จะเข้าไปดูแลเรื่องการใช้พื้นที่ของประชาชน ถ้าเป็นพื้นที่ที่มีการอนุญาติให้ประชาชนเข้าไปใช้ ถ้ามีการเผาจะมีการทบทวนว่าจะมีการให้ใช้พื้นที่ต่อไปหรือไม่ เช่น ในพื้นที่ คทช.หรือในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตอนุญาตไปแล้ว ซึ่งมีเงื่อนไขชัดเจนเลยว่าเมื่อมีการให้ไปแล้วจะต้องไม่มีการเผา ส่วนวัสดุในพื้นที่ป่าที่เป็นเชื้อเพลิง ขณะนี้ ทส.กำลังหารือกับภาคเอกชนเพื่อนำออกมาเพื่อนำเชื้อเพลิงจากขยะจะช่วยแก้ปัญหาไฟป่าได้ เพราะฉะนั้น อยากฝากพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาอย่าเข้าไปเผาป่า

ต่อมานายจตุพร มอบให้นางชญานันท์ ภักดีจิตต์ รองปลัด ทส.เป็นประธานการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของทั้ง 3 ประเทศ โดยมีนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ น.ส.อุศณา พีรานนท์ อธิบดีกรมอาเซียน และผู้แทนจากกรมเอเชียตะวันออก เป็นผู้แทนประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมฯ ที่กระทรวงทรัพยากรฯ ร่วมกับ ผู้แทน สปป.ลาว และเมียนมา

โดยนายปิ่นศักดิ์ กล่าวหลังประชุมว่า ทั้ง 3 ประเทศ ตกลงร่วมกันที่จะร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฟ้าใส โดยจะจัดทำแผนปฏิบัติการร่วม ไทย ลาว เมียนร์มา เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดน โดยประเทศไทยพร้อมจะให้การสนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิชาการ ในการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมติดตามตรวจวัดจุดความร้อน และการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงถ่ายทอดประสบการณ์ในการบริหารจัดการเกษตรในพื้นที่สูง ต่อลาว เมียนร์มา ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...