โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กสิรุ่งเรือง เปิด 2 ล้งใหม่สุโขทัย รุกส่งออกทุเรียนหมอนพระร่วงไปจีน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 มี.ค. 2566 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2566 เวลา 08.01 น.

“กสิรุ่งเรือง” เครือล้งส่งออกทุเรียนรายใหญ่ ขยายฐานเปิดล้งเพิ่มอีก 2 แห่งที่ จ.สุโขทัย เตรียมชูแบรนด์บริษัทส่งออกทุเรียนพรีเมี่ยม “หมอนพระร่วง” ของดีสุโขทัยตีตลาดเจียงหนาน กว่างโจว พร้อม MOU 4 กลุ่มแปลงใหญ่ รวบผลผลิต 2,000 ตันส่งออก

นายกมล เรืองขจร ประธาน บริษัท กสิรุ่งเรือง จำกัด ผู้ส่งออกทุเรียนรายใหญ่ไปตลาดจีน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ทางบริษัท กสิรุ่งเรือง จำกัด ได้จัดทำข้อตกลง (MOU) ซื้อทุเรียนพันธุ์ “หมอนพระร่วง” กับกลุ่มแปลงใหญ่ 4 กลุ่มในจังหวัดสุโขทัย

ได้แก่ กลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านตึก กลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านนาต้นจั่น กลุ่มแปลงใหญ่บ้านปากทรวง และกลุ่มแปลงใหญ่บ้านห้วยตม อ.ศรีสัชนาลัย โดยมีนายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานสักขีพยาน

“เดิม 3 ปีที่แล้วตั้งโรงคัดบรรลุ (ล้ง) รับซื้อทุเรียนที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อรับซื้อทุเรียนในพื้นที่ภาคเหนือหลายจังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.ตาก และ จ.แพร่ ขนส่งมาบรรจุที่ล้งใน จ.อุตรดิตถ์” นายกมลกล่าวและว่า

ปี 2566 เห็นว่าในพื้นที่ จ.สุโขทัย ที่บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย มีปริมาณทุเรียนมากพอส่งออก และมีทุเรียนพันธุ์หมอนพระร่วงที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น เนื้อแห้ง รสชาติดี ไม่ต่างจากทุเรียนหลงลับแลของ จ.อุตรดิตถ์ แต่รูปทรงสวยกว่าเพราะความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ แต่เนื้อแห้งไม่ต่างกัน

ดังนั้น ปีนี้บริษัทจะเปิดล้งเพิ่มอีก 2 แห่งที่ จ.สุโขทัย เพื่อเตรียมส่งออกทุเรียนไปตลาดเจียงหนาน มณฑลกว่างโจว ประเทศจีน ภายใต้แบรนด์ของบริษัท เพื่อทำตลาดพรีเมี่ยม คาดว่าจะมีผลผลิตจากกลุ่มแปลงใหญ่ 4 แปลงประมาณ 2,000 ตัน หรือวันละประมาณ 40-50 ตัน

“การทำ MOU กับเกษตรกร เพราะบริษัทต้องการแสดงความจริงใจและสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มเกษตรกรว่ามีตลาดรับซื้อในพื้นที่แน่นอน และเชื่อว่าจะสร้างความมั่นใจกับลูกค้าชาวจีนว่าสินค้ามีคุณภาพมาตรฐาน มีเอกลักษณ์ท้องถิ่น และไม่มีทุเรียนอ่อน โดยบริษัทกำหนดให้เกษตรกรต้องตัดทุเรียนแก่เปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้ง 35% เท่านั้น” นายกมลกล่าว

ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ให้การสนับสนุนเกษตรกรที่ทำสวนทุเรียนใน จ.สุโขทัยให้พัฒนาคุณภาพ มีการทำใบรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) และโรงคัดบรรจุได้รับใบรับรองมาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต (GMP) และได้รับการขึ้นทะเบียน (DOA) อย่างถูกต้อง

นายกมลกล่าวต่อไปว่า สำหรับทุเรียนหมอนพระร่วงจะเริ่มออกช่วงต้นฤดูกาลเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ต่อจากทุเรียนภาคตะวันออกราคาน่าจะสูง ถ้าสามารถสร้างการรับรู้ได้ถึงความแปลกใหม่ไปจากทุเรียนหมอนทองทั่วไป

แต่สำคัญที่สุดคือ การรักษาคุณภาพของเกษตรกร จะเป็นตัวกำหนดราคาตลาดต่อไปในอนาคต ตอนนี้ได้เตรียมระบบการขนส่งทางเรือและทางรถไว้เรียบร้อย โดยร่วมกับบริษัทโลจิสติกส์ไม่ให้มีปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์

นายกมลกล่าวต่อไปว่า หลังจากนี้ไปบริษัท กสิรุ่งเรืองจะประชาสัมพันธ์ทุเรียนพันธุ์หมอนพระร่วงให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ทั้งลูกค้าภายในประเทศไทยและลูกค้าชาวจีนในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลัก ส่วนราคาจัดจำหน่ายจะเป็นไปตามกลไกตลาด

นายรวม ล้นเหลือ ฝ่ายการตลาดของกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลบ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบัน จ.สุโขทัยมีพื้นที่ปลูกทุเรียน 21,881 ไร่ ผลผลิต 13,000 ตัน ปลูกกันมากที่ อ.ศรีสัชนาลัย เป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้ จ.สุโขทัยปีละไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ชาวสวนต่างคนต่างขายให้ล้งรายย่อยที่เปิด-ปิดรับซื้อไม่แน่นอน ถูกกดราคา บางครั้งต้องลำบากขนส่งไปขายให้ล้งใน จ.อุตรดิตถ์

การรวมกลุ่มผลิตทุเรียนแปลงใหญ่ที่มีคุณภาพ สามารถสร้างอำนาจการต่อรองให้เกษตรกรและส่งออก จึงรวบรวมกลุ่มทุเรียนแปลงใหญ่ได้ 4 กลุ่ม สมาชิกประมาณ 300 คน แต่ละกลุ่มมีสมาชิกประมาณ 30-70 คน พื้นที่ปลูก 2,000-3,000 ไร่ ผลผลิตประมาณ 2,000 ตัน หากขายได้ทั้งหมดคิดเป็นมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจุบันเกษตรกรใน จ.สุโขทัยได้ขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนไปยังตำบลอื่น ๆ บางแห่งเป็นสวนส้มเก่า เช่น ต.แม่สิน ต.บ้านแก่ง เพราะราคาตอนนี้ค่อนข้างต่ำ คาดว่าอีก 5 ปีพื้นที่ปลูกทุเรียนใน จ.สุโขทัยจะเพิ่มขึ้นถึง 50,000 ไร่

“ตั้งเป้าการพัฒนาทุเรียนไว้ว่า เกษตรกรจะต้องมีใบรับรอง GAP 90% ปี 2565 มีประมาณ 60% ปีนี้คาดว่าประมาณ 80% พร้อมที่จะทำทุเรียนคุณภาพส่งออก การที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ส่งออกโดยตรงมาตั้งโรงคัดบรรจุรับซื้อในพื้นที่ จะทำให้ชาวสวนได้ราคาดีขึ้น ซึ่งผลผลิตจะออกมากช่วงปลายเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ต่อจากทุเรียนตะวันออก เป็นช่องทางการตลาดที่ทุเรียนพันธุ์หมอนพระร่วงของจังหวัดสุโขทัย จะเป็นที่รู้จักกว้างขวางและทำตลาดได้”

นายรวมกล่าวต่อไปว่า เดิมที่บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย มีประวัติการปลูกมานานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2340 มีต้นทุเรียนอายุ 255 ปี ที่ให้ผลผลิตอยู่ 1 ต้น แสดงว่าเราปลูกทุเรียนมานานแล้ว เมื่อมาค้นพบอัตลักษณ์ทุเรียนหมอนพระร่วงคือพันธุ์หมอนทอง ได้รับการประกวดตั้งชื่อของ จ.สุโขทัย

เนื่องจากปลูกในพื้นที่เขาสภาพดินผุ มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ ปริมาณน้ำฝนไม่มาก จึงทำให้ทุเรียนมีเนื้อแห้ง กรอบ ไม่แฉะ รสชาติเข้มข้น เนื้อทุเรียนมีสีเหลืองนวล เนื้อหนา ละเอียด เมล็ดลีบ ไม่หวานจัด

“เกษตรกรปลูกทุเรียนกันแบบธรรมชาติ ใช้สารเคมีค่อนข้างน้อย ทำให้มีความปลอดภัย คาดว่าจะเป็นจุดเด่นที่สร้างตลาดใหม่ ๆ ได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดที่นิยมบริโภคทุเรียนอยู่แล้ว ต่อไปจะต้องให้จังหวัดทำเรื่องยื่นไปยังกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอขึ้นทะเบียนทุเรียนหมอนพระร่วงของจังหวัดสุโขทัย เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ” นายรวมกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...