“อุ-อา-กะ-สะ” หัวใจมหาเศรษฐี...ปฏิบัติตาม “ไม่มีจน” !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2566 เวลา 08.54 น. • ดร.ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์Where2put Ur Money: เมื่อวันอาสาฬหบูชาที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปไหว้พระ ทำบุญ เวียนเทียน ตลอดจนฟังเทศนาจากวัดดังแห่งหนึ่งในกทม. และได้ไปเห็นป้ายไม้แปะอยู่กับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่ได้เขียนถึงคาถา “หัวใจมหาเศรษฐี” และมีคำแนะนำอยู่ด้านล่างว่า ให้สวดท่องทุกเช้าวันละ 5 จบ ก็จะร่ำรวยเงินทอง มีเกียรติยศชื่อเสียงขึ้นมาได้ ก็เลยเกิดความสนใจ และสงสัยว่า การสวดท่องคาถาดังกล่าวข้างต้นเพียงอย่างเดียวจะทำให้เกิดผลดังที่กล่าวอ้างได้จริงหรือไม่ จึงได้ไปศึกษาค้นคว้าแล้วนำมาเขียนเป็นบทความเพื่อให้เกิดความกระจ่างตามความเข้าใจมากยิ่งขึ้นดังนี้
คาถา “หัวใจมหาเศรษฐี” เป็นหนึ่งในหลักธรรมคำสอนทางพุทธศาสนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอันที่จะได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองรวมถึงการมีเกียรติยศชื่อเสียง โดยเป็นหลักธรรมที่มีชื่อเรียกเต็มๆ เป็นภาษาบาลีว่า “ทิฏฐธัมมิกัตถสังวัตตนิกธรรม 4” หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า “ทิฏฐธัมมิกัตถะ” แปลว่า ธรรมที่พึงนำไปประพฤติปฎิบัติเพื่อประโยชน์สูงสุดในปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยหลักธรรมอันเป็นคำย่อสั้นๆ 4 คำที่จำกันได้ง่ายๆ คือ คำว่า “อุ อา กะ สะ” ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
“อุ” มาจากคำภาษาบาลีว่า “อุฏฐานสัมปทา” อ่านว่า “อุด-ถา-นะ-สำ-ปะ-ทา” แปลว่า การถึงพร้อมด้วยความขยันหมั่นเพียร หรือ “ขยันหา” โดยต้องรู้จักขยันหมั่นเพียร และมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่การงาน ไม่เกียจคร้าน หนักเอาเบาสู้ รู้จักทำมาหากิน หรือประกอบอาชีพอย่างซื่อสัตย์ และสุจริต หมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอาชีพหรือหน้าที่การงานของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญในการทำงานมากยิ่งขึ้น ตลอดจนทำงานด้วยความมีสติ สมาธิ และปัญญาเพื่อให้ทุกอย่างประสบความสำเร็จตามที่ต้องการ เช่น การได้เลื่อนตำแหน่งงานที่สูงขึ้น การได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น การขายสินค้า หรือบริการได้มากขึ้น เป็นต้น
“อา” มาจากคำภาษาบาลีว่า “อารักขสัมปทา” อ่านว่า “อา-รัก-ขะ-สำ-ปะ-ทา” แปลว่า การรู้จักรักษาทรัพย์สินที่มีอยู่ให้ดี หรือ “ขยันเก็บ” โดยต้องรู้จักรักษาทรัพย์สินที่หามาได้ให้คงอยู่ และเก็บรักษาไว้ให้ปลอดภัย ไม่ให้เสียหาย ถูกทำลาย หรือสูญหาย รู้จักถนอมเก็บไว้ไม่ให้สิ้นเปลือง รู้จักซ่อมแซมให้ทรัพย์สินมีสภาพดี และรู้จักเสียดาย ไม่ทิ้งให้เสื่อมประโยชน์ไว้เฉยๆ ตลอดจนรู้จักการเก็บหอมรอมริบ และการออมเงิน มีความประหยัด และรู้มัธยัสถ์ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการหลีกเลี่ยงจากอบายมุขทั้งหลายที่ทำให้สูญเสียทรัพย์สินเงินทองอีกด้วย
“กะ” มาจากคำภาษาบาลีว่า “กัลยาณมิตตา” อ่านว่า “กัน-ละ-ยา-นะ-มิต-ตะ-ตา” แปลว่า การมีเพื่อน หรือมิตรที่ดี หรือ “เลือกคบ” โดยเลือกคบแต่คนดี มีคุณธรรม สามารถแนะนำ หรือชักจูงกันไปในทางที่ถูกที่ควรร่วมกันได้ เป็นเพื่อนแท้ที่สามารถช่วยเหลือกัน และกันได้ในยามเดือดร้อน หรือคับขัน ไม่สร้างความเดือดร้อน เอารัดเอาเปรียบ หรือเบียดเบียนกัน มีแต่ความหวังดี และคบกันอย่างจริงใจโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ที่สำคัญก็คือ ต้องไม่คบคนชั่ว หรือคนพาลที่จะชักนำไปในทางที่ไม่ดี อันจะนำไปสู่การทำสิ่งที่ผิดศีลธรรม หรือทำผิดกฎหมายในที่สุด
“สะ” มาจากคำภาษาบาลีว่า “สมชีวิตา” อ่านว่า “สะ-มะ-ชี-วิ-ตา” แปลว่า การเป็นผู้ที่ดำรงชีพได้อย่างสมดุล และเหมาะสม หรือ “เลือกใช้” โดยรู้จักประมาณการใช้ชีวิตให้เป็นไปตามอัตภาพ เลือกกินเลือกใช้อย่างพอเพียง ไม่ฝืดเคือง มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้มากได้ตามสมควรแก่ฐานะทางการเงิน หรือรายได้ของตนเอง ไม่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย ฟุ่มเฟือย หรือเกินตัวจนทำให้ต้องเป็นหนี้ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการดำรงชีวิตบนทางสายกลาง ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป หรือรู้จักกับความพอเหมาะพอดีด้วยนั่นเอง
ถึงตรงนี้ก็น่าที่จะสรุปได้แล้วว่า คาถา “หัวใจมหาเศรษฐี” นี้คงไม่ได้เป็นเพียงแค่หลักธรรมเพื่อไว้ใช้สำหรับสวดท่องทุกเช้าวันละ 5 จบ เท่านั้นจึงจะเกิดผล แต่เป็นแนวทางที่ต้องน้อมนำไปปฏิบัติ และปรับใช้ในการดำรงชีวิตอย่างจริงจังต่างหาก แน่นอนว่า หากผู้อ่านสามารถนำหลักธรรมดังกล่าวนี้ไปประพฤติปฎิบัติตามแล้วละก็ ย่อมที่จะประสบกับความสำเร็จรุ่งเรือง อุดมไปด้วยทรัพย์สินเงินทอง และเกียรติยศชื่อเสียงตามมาอย่างเป็นแน่แท้