โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ต่ออายุภาษีรถยนต์ปี 2566 มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง มาดูกันเลย

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 07 มี.ค. 2566 เวลา 13.01 น.

ภาษีรถยนต์ คืออะไร?

ภาษีรถยนต์คืออะไร ภาษีรถยนต์ คือ ป้ายกระดาษสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่หลาย ๆ คนอาจคุ้นเคยกันดี ซึ่งผู้ที่มีรถยนต์ทุกคนต้องจ่ายภาษีรถยนต์ตามที่กฎหมายบังคับ เมื่อถึงกำหนด ซึ่งภาษีรถยนต์ที่เราจ่ายไปในทุกปีทางหน่วยงานภาครัฐจะนำไปพัฒนาปรับปรุงถนน รวมไปถึงการคมนาคมภายในประเทศต่อไป ดังนั้นเจ้าของรถยนต์ทุกคนจะต้องทำการต่อภาษีรถยนต์หรือต่อทะเบียนรถยนต์ทุกปี หากไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะต้องเสียค่าปรับอีกทั้งยังเสียเวลาในการดำเนินการ โดยป้ายกระดาษนี้ยังมีความสำคัญร่วมกันกับทะเบียนรถยนต์ที่ติดอยู่ด้วย ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนชื่อรถในการเดินทาง และหากในกรณีที่เกิดเหตุต่าง ๆ ก็สามารถทำการตรวจสอบได้ผ่านทางป้ายทะเบียนรถยนต์ หากเจ้าของรถยนต์นั้นขาดการต่อภาษีอาจจะต้องเสียค่าปรับอยู่ที่ 400-1,000 บาทอีกด้วย

ข้อสำคัญที่ควรรู้ก่อนทำการต่อภาษีรถยนต์

-ต่อภาษีรถยนต์ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในการต่อภาษีรถยนต์ เจ้าของรถทุกคนควรทำการศึกษาถึงเงื่อนไขรายละเอียดในการเสียภาษีรถยนต์ให้ละเอียด โดยเงื่อนไขและรายละเอียดต่าง ๆ นั้นมีดังนี้

-การต่อภาษีรถยนต์ในแต่ละครั้งจะต้องทำการต่อในปีที่ภาษีกำลังจะหมดอายุ เพื่อให้คุณสามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ก่อนวันที่จะหมดอายุล่วงหน้า 90 วัน (3 เดือน) เพื่อป็นการเวลาวางแผนสำหรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อการต่อภาษีรถยนต์นั่นเอง

-ในกรณีที่คุณต่อภาษีรถยนต์ช้ากว่ากำหนด ไม่ว่าจะเป็น 1 วันขึ้นไป ทางกฎหมายมีการระบุว่าเป็นการขาดการต่อภาษีรถยนต์ โดยจะนับเวลาตั้งแต่ 1–3 ปี และต้องเสียค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน ซึ่งหมายความว่ายิ่งช้า ค่าปรับจะยิ่งเพิ่มนั่นเอง

-หากขาดการต่อภาษีรถยนต์มากกว่า 3 ปี ขึ้นไป จะถือว่าป้ายทะเบียนนั้นถูกยกเลิกไปโดยปริยาย ซึ่งหากต้องการต่อภาษีรถยนต์ใหม่ จะต้องนำป้ายทะเบียนเดิมไปคืนให้กับกรมการขนส่งทางบก พร้อมกับชำระค่าปรับจึงจะสามารถรับป้ายทะเบียนรถใหม่ได้

-ในการต่อทะเบียนรถทุกครั้ง สำหรับรถยนต์ที่มีอายุไม่ถึง 5 ปี ไม่จำเป็นต้องตรวจสภาพ แต่ถ้ามีอายุมากกว่า 5 ปีขึ้นไป จำเป็นต้องทำการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนจึงจะต่ออายุภาษีรถยนต์ได้

-ที่สำคัญการต่อภาษีรถยนต์นั้นจำเป็นจะต้องทำการต่อ พ.ร.บ รถยนต์ หรือประกันภัยภาคบังคับก่อน จึงจะสามารถต่อภาษีรถยนต์ได้

การต่ออายุภาษีรถยนต์ต้องทำยังไง

สำหรับการต่ออายุภาษีรถยนต์นั้นก่อนอื่นควรมีการเตรียมความพร้อมด้านเอกสารให้เรียบร้อย เพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลาในการหาเอกสารให้ยุ่งยาก ซึ่งการต่อภาษีรถยนต์จะต้องใช้เอกสารดังต่อไปนี้

สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ (ตัวจริงหรือสำเนา)

หนังสือรับรองการตรวจสภาพรถยนต์ (ตรอ.) (สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน หรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่มีอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป หรือรถจักรยานยนต์ที่มีอายุมากกว่า 5 ปีขึ้นไป)

พ.ร.บ. รถยนต์ ที่ยังไม่หมดอายุ

เมื่อเตรียมเอกสารครบเรียบร้อยแล้วก็สามารถยื่นชำระภาษีรถยนต์ได้ที่

1.กรมการขนส่งทางบก

2.สำนักงานขนส่งทั่วไทย ไม่ว่ารถยนต์คันนั้นจะจดป้ายทะเบียนไว้ที่จังหวัดใดก็ตาม ก็สามารถยื่นเอกสารเพื่อต่อภาษีได้ทุกพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีบริการชำระภาษีรถยนต์ให้เลือกเพิ่มอีก 2 แบบ ทั้งเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru for Tax) และตู้รับชำระภาษีรถประจำปีอัตโนมัติ (Kiosk)

3.ที่ทำการไปรษณีย์ จะมีค่าธรรมเนียมการชำระ 40 บาท โดยตัวป้ายสี่เหลี่ยมจะถูกส่งไปยังที่อยู่ที่เจ้าของรถระบุเอาไว้

4.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

5.ห้างสรรพสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ ‘ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี’ (Shop Thru for Tax) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยให้บริการอยู่ในบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์

6.เคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ ต่อได้เฉพาะรถยนต์ที่อายุไม่เกิน 7 ปี และรถจักรยานยนต์ที่อายุไม่เกิน 5 ปี โดยตัวป้ายสี่เหลี่ยมจะส่งตามมาทีหลังตามชื่อที่อยู่ที่ระบุไว้ และมีค่าธรรมเนียมการให้บริการ 20 บาท ค่าจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์เพิ่มอีก 40 บาท

7.แอปพลิเคชัน mPay และ TrueMoney Wallet

8.เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก https://eservice.dlt.go.th/ หรือแอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax

ขั้นตอนการชำระภาษีรถยนต์ผ่านเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก

1.เข้าไปที่เว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th (สำหรับผู้ที่ยื่นภาษีออนไลน์ครั้งแรก ต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าใช้งานเว็บไซต์)

2.เลือกเมนู “ยื่นชำระภาษีรถยนต์ประจำปี”

3,กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับรถและยื่นชำระภาษี

4.กรอกรายละเอียดหลักฐานการเอาประกันตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 หรือซื้อจากระบบ

5.เลือกช่องทางชำระเงิน โดยสามารถเลือกชำระได้ผ่านการหักบัญชี, บัตรเครดิตหรือเดบิต, เคาน์เตอร์บริการต่าง ๆ หรือตู้ ATM ของธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ

6.เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว กรมการขนส่งทางบกจะส่งใบเสร็จรับเงิน พร้อมเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีทางไปรษณีย์

ขั้นตอนการชำระภาษีรถยนต์ผ่านแอพพลิเคชั่น DLT Vehicle Tax

1.ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น DLT Vehicle Tax สำหรับผู้ที่ใช้งานครั้งแรก

2.กรอกข้อมูลชื่อ-นามสกุล อีเมล เลขประจำตัวประชน และเบอร์โทรศัพท์ แล้วกดปุ่ม “กดเพื่อรับรหัส OTP”

3.กรอกรหัส OTP ที่ได้รับจากอีเมล แล้วกดยืนยัน

4.ตั้งรหัส PIN 6 หลัก

5.เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว กดเมนู “ชำระภาษีรถ”

6.เลือกรูปแบบชำระภาษี

7.กรอกข้อมูลหมายเลขบัตรประชาชน หรือ เลขทะเบียนนิติบุคคลผู้ครอบครองรถ

8.เลือกประเภทรถที่ต้องชำระภาษี และกรอกข้อมูลทะเบียนรถ

9.กรอกข้อมูลประกันภัยรถ (พ.ร.บ.)

10.เลือกรับเครื่องหมายการเสียภาษีรถประจำปีทางไปรษณีย์ทั่วไปหรือตู้ kiosk เฉพาะในกรุงเทพมหานคร

11.เลือกช่องทางการชำระเงินได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ SCB Easy App และ QR ชำระเงิน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...