โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 คำถามสำคัญ ถ้าไม่อยากขาดทุนจากการออมหุ้น DCA

FinSpace

อัพเดต 14 ส.ค. 2563 เวลา 06.40 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2563 เวลา 05.06 น. • FinSpace
คำถามก่อนซื้อหุ้น DCA

กลยุทธ์การลงทุนระยะยาวมีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน แต่มีกลยุทธ์หนึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพต่างก็ใช้ นั่นคือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย DCA (Dollar Cost Average)

DCA คืออะไร?

คือการซื้อหุ้นเป็นประจำทุกๆ ระยะเวลาหนึ่งอย่างสม่ำเสมอ ไม่สนใจว่าราคาหุ้นจะเป็นเท่าใด แต่ลงทุนด้วยจำนวนเงินเท่าเดิม และลงทุนอย่างต่อเนื่องในระยะยาวไม่ต่ำกว่า 3-5 ปี

การลงทุนอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เรามีวินัยในการลงทุน และหวังผลตอบแทนในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น ซึ่งแน่นอนว่าในระยะยาวหุ้นควรจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น

การไม่สนใจราคาหุ้นแต่ลงทุนด้วยเงินเท่าเดิมทำให้นักลงทุนจะสามารถซื้อหุ้นได้จำนวนมากหากราคาหุ้นต่ำ และซื้อหุ้นได้จำนวนน้อยลงหากราคาหุ้นสูงขึ้น

นั่นหมายความว่าต้นทุนของหุ้นจะถูกถ่วงน้ำหนักด้วยราคาที่ถูกมากกว่าราคาที่แพง

ความเสี่ยงของกลยุทธ์นี้คือนักลงทุนจะขาดทุนอย่างหนักหากวิเคราะห์บริษัทผิดพลาดและไม่มีแผนการตัดขาดทุน ดังนั้นเราลองมาดูกันว่าก่อนการ DCA นั้นเราควรจะต้องรู้อะไรบ้าง

อนาคตของบริษัทดีอย่างไร ?

อนาคตของบริษัทดีอย่างไร

การซื้อหุ้นทุกครั้งนักลงทุนจะต้องหวังผลตอบแทนของการลงทุน และผลตอบแทนที่ดีก็มาจากบริษัทที่เติบโตเท่านั้น

"ไม่มีบริษัทใดให้ผลตอบแทนที่ดีได้ถ้าไม่มีอนาคต"

สิ่งที่นักลงทุนจะต้องหาคำตอบได้คือในระยะยาว 3-5 ปีนั้น บริษัทจะมีอนาคตที่ดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งนักลงทุนอาจไม่จำเป็นต้องลงลึกขนาดรายไตรมาส

อุตสาหกรรมที่บริษัทอยู่นั้นเอื้อต่อการเติบโตหรือไม่ ? หากเราไม่มีความสามารถในการวิเคราะห์ชั้นเยี่ยม ก็ไม่ควรเสี่ยงลงทุนในบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมตะวันตกดิน

ธรรมชาติของธุรกิจเป็นอย่างไร ?

ธรรมชาติของธุรกิจเป็นอย่างไร

หากเราแบ่งประเภทของบริษัทตามหลัก Peter Lynch เราจะพบว่ามีบริษัทอยู่ 3 ประเภทที่เราควร DCA

  • บริษัทใหญ่มั่นคงจ่ายปันผล
  • บริษัทใหญ่แข็งแกร่งและเติบโต
  • บริษัทเล็กเติบโตสูง

นักลงทุน DCA ควรเน้นลงทุนในบริษัท 3 ประเภทนี้เท่านั้น เนื่องจากความเสี่ยงจะต่ำกว่าและการเติบโตจะช่วยลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกได้พอสมควร

แต่ถ้าให้เลือกเพียงอย่างเดียว เราควรเลือกบริษัทใหญ่แข็งแกร่งและเติบโต

ส่วนประเภทของบริษัทที่เราไม่ควร DCA คือ

  • บริษัทวัฏจักร
  • บริษัทพลิกฟื้นจากขาดทุน
  • บริษัทที่มีทรัพย์สินเยอะ
    เหตุผลเพราะบริษัทเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงต่อเงินลงทุน นักลงทุนต้องอาศัยความสามารถในการติดตามบริษัทและหาข้อมูลเชิงลึกอย่างมาก

ไม่ใช่ว่าเราจะไม่สามารถลงทุนบริษัทเหล่านี้ได้เลย บริษัทเหล่านี้อาจให้ผลตอบแทนสูงถ้าหากเราคาดการณ์ถูก แต่กลยุทธ์ลงทุน DCA นั้นไม่เหมาะอย่างสิ้นเชิง

จุดตัดขาดทุนคืออะไร ?

จุดตัดขาดทุนคืออะไร

ความเสี่ยงมักเกิดขึ้นได้เสมอในโลกของการลงทุน นักลงทุนไม่สามารถหลีกหนีความเสี่ยงได้ ดังนั้นหน้าที่หลักของเราคือการจำกัดความเสี่ยง

ถึงแม้ว่าเราจะวิเคราะห์มาอย่างดีก่อนลงทุนแล้วก็ตาม แต่ระหว่างทางก็อาจไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิดไว้เสมอไป

หากบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในทางที่แย่ลงระหว่างการ DCA ของเรา เราควรทำอย่างไร ?

นักลงทุนจะต้องรู้จุดตัดขาดทุนก่อนการลงทุน DCA ทุกครั้ง

หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ บริษัทจะรอดหรือเปล่า ?

หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ บริษัทจะรอดหรือเปล่า

ไม่มีใครอยากให้เกิดวิกฤต แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันเป็นสิ่งที่เราสามารถหลีกเลี่ยงได้

ความเสี่ยงของบริษัทเองนั้นเอาอาจสามารถล่วงรู้และตัดขาดทุนออกก่อนได้ แต่สำหรับวิกฤตเศรษฐกิจนั้นเราล่วงรู้ได้ยากกว่านั้นมาก

ดังนั้นคำถามสำคัญคงไม่ใช่การหลีกเลี่ยงวิกฤต แต่บริษัทนั้นจะอยู่รอดในสภาวะวิกฤตได้หรือไม่ ?

บริษัทที่จะอยู่รอดในวิกฤตได้นั้นจะต้องมีความมั่นคงทางการเงิน ปัจจัยที่ดูได้ง่ายคือมีหนี้ไม่เกินตัวและมีเงินชำระหนี้ได้

ส่วนอีกปัจจัยคือบริษัทจะต้องขายสินค้าหรือบริการที่มีความต้องการไม่ว่าจะมีหรือไม่มีวิกฤตก็ตาม ตัวอย่างเช่น อาหารและยา

แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สามารถลงทุนในบริษัทที่ไม่ได้มีความแข็งแกร่งมากนัก ขึ้นอยู่กับว่านักลงทุนเข้าใจการตัดขาดทุนมากน้อยเท่าใด และตัวนักลงทุนเองที่จะเป็นผู้กำหนดความเสี่ยง

ยอมรับการขาดทุนได้เท่าไหร่?

ยอมรับการขาดทุนได้เท่าไหร่

คำถามข้อสุดท้ายนักลงทุนจะต้องถามจิตใจและฐานะทางการเงินของตนเองให้ได้ว่านักลงทุนสามารถยอมรับการขาดทุนได้เท่าไหร่

อย่างที่ผมกล่าวไปแล้วว่าเราหลีกเลี่ยงการขาดทุนไม่ได้ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดนักลงทุนจะต้องขาดทุนอย่างแน่นอน

แต่จำนวนเม็ดเงินที่ขาดทุนนั้นจะต้องไม่มากเกินไปกว่าความเสี่ยงที่นักลงทุนจะสามารถรับได้ เช่น ขาดทุน 10% หรือ 15%

การคำนึงถึงส่วนนี้จะทำให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่ไม่เสี่ยงจนเกินตัวในการลงทุนแบบ DCA

นี่ไม่ใช่การการันตีว่านักลงทุนจะไม่ขาดทุนเกินกว่าที่กำหนด เพราะปัจจัยนี้เราควบคุมได้ยากโดยเฉพาะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าวิกฤตจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่อย่างน้อยเราก็ได้ลดความเสี่ยงที่เกินความจำเป็นไปแล้วก่อนการลงทุน

สรุป

สรุป 5 คำถามก่อนซื้อ DCA

DCA เปรียบเสมือนอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง แต่เราจะได้ประโยชน์จากมันก็ต่อเมื่อเราทำความเข้าใจก่อนการใช้งานจริง ในทางตรงกันข้ามมันก็จะทำลายเราหากเราใช้ไม่เป็น

ติดตามบทความอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่ www.finspace.co
ติดตามเรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณก่อนใครได้ที่
Facebook : FinSpace
LINE Official : http://bit.ly/2qL8S48
Twitter : http://bit.ly/2keFfVD
Instagram : http://bit.ly/2ktv2o7
Blockdit : https://bit.ly/37EWqmb

อ่านอะไรต่อดี…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...