โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"แมงสี่หูห้าตา" ตำนานสัตว์ประหลาดภาคเหนือ อึเป็นทองคำ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 15 ม.ค. 2566 เวลา 18.44 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2566 เวลา 18.44 น.
แมงสี่หูห้าตา วัดพระธาตุดอยเขาควายแก้ว

อ่านเป็นภาษาล้านนาว่า “แมงสี่หูห้าต๋า”

แมงสี่หูห้าตา เป็นนิทานพื้นบ้านล้านนา เล่าขานสืบทอดกันมายาวนาน เป็นวรรณกรรมจากคัมภีร์ใบลานของล้านนา และจากนิทานมุขปาฐะที่ชาวบ้านเล่าสืบต่อกันมา ได้ทั้งสาระจากคติธรรมคำสอนหรือข้อคิดที่โบราณาจารย์ได้สอดแทรกไว้

นิทานเรื่อง “แมงสี่หูห้าตา” เป็นนิทานเรื่องหนึ่งที่แพร่หลาย รู้จักกันดี

คำว่า “แมง” นอกจากจะใช้เป็นคำนำหน้าสัตว์เล็กๆ แล้ว ยังใช้เป็นคำนำหน้าสัตว์ใหญ่ๆ ในเชิงตลกขบขันได้อีกด้วย “แมงสี่หูห้าตา” เป็นสัตว์ใหญ่คล้ายหมี มี 4 หู มี 5 ตา เป็นสัตว์ในจินตนาการของคนล้านนา

ตัวอย่างของเรื่องนี้ ได้เนื้อความจากคัมภีร์ใบลานชื่อ “ธัมม์สี่หูห้าตา” ของวัดแช่ช้าง ตำบลแช่ช้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจารด้วยอักษรธรรมล้านนา จำนวน 1 ผูก มีทั้งหมด 61 หน้าลาน ผู้จารคือ “พิมมสารภิกขุ” เมื่อ พ.ศ.2457

ความในคัมภีร์ดังกล่าว กล่าวถึงเรื่องแมงสี่หูห้าตาโดยสังเขปดังนี้

ที่เมือง “พันธุมติ” เจ้าผู้ครองเมืองชื่อ “ท้าวพันธุมติ” ซึ่งมีมเหสีอยู่ 7 องค์

ทิศเหนือของเมืองนี้มีสามี-ภรรยาครอบครัวหนึ่งฐานะยากจนมีบุตรชายคนเดียว เมื่อบุตรมีอายุ 7 ขวบ มารดาสิ้นชีวิตลง ต่อมาเมื่ออายุ 11 ขวบบิดาก็สิ้นชีวิต

ก่อนสิ้นใจบิดาได้สั่งเสียว่าให้เอาศพฝังไว้ใกล้ๆ กระท่อม นานเข้าศีรษะของบิดาก็จะหลุดให้นำเอาศีรษะไปสักการบูชาทุกค่ำเช้า

ถ้าอายุครบ 16 ปี ให้ผูกศีรษะนั้นลากไปสู่นครพันธุมติ ซึ่งมีภูเขาอยู่ หากศีรษะไปติดข้องที่ใดให้ทำแร้วเป็นกับดักสัตว์ที่นั้น

เมื่อชายหนุ่มปฏิบัติตามคำสั่งของบิดา เมื่ออายุ 16 ไปดักแร้วตามบิดาสั่ง ปรากฏว่ามีสัตว์ใหญ่ติดอยู่ สัตว์นั้นรูปร่างคล้ายหมีมีหูสี่หู มีดวงตาห้าดวง เขาจึงตัดเอาเถาวัลย์ผูกสัตว์นั้นแล้วนำกลับมาซ่อนไว้ที่บ้าน หาอะไรให้กินมันก็ไม่ยอมกิน เอาแต่นอนหลับ

ตกกลางคืนในท่ามกลางความหนาวเย็น ในบ้านก่อไฟผิง บังเอิญสะเก็ดถ่านไฟกระเด็นออกนอกกองไฟ แมงสี่หูห้าตาก็กินถ่านไฟเป็นอาหาร

เมื่อเขาเห็นดังนั้นจึงหาฟืนมาเผาแล้วเอาถ่านไฟให้กิน รุ่งเช้าแมงสี่หูห้าตาถ่ายมูลออกมาเป็นทองคำ จนเขาสะสมทองคำได้จำนวนมาก

กล่าวถึงท้าวพันธุมติผู้ครองนครมีธิดาอายุ 16 ชื่อ “สิมมา” เป็นที่หมายปองของบรรดากษัตริย์หัวเมืองต่างๆ ท้าวพันธุมติรู้สึกลำบากใจ จึงหาทางออกโดยกำหนดเงื่อนไขไว้ว่าหากเจ้าเมืองใดสามารถสร้างรางลินทองคำตั้งแต่เมืองของตนมาจนถึงวังของธิดาได้ก็จะยกธิดาให้เจ้าเมืองนั้น ซึ่งไม่มีใครทำได้

ฝ่ายชายกำพร้ารู้ข่าวจึงได้ว่าจ้างให้คนไปสร้างรางลินทองคำตั้งแต่บ้านตนไปถึงวัง จนสำเร็จภายในคืนเดียว

รุ่งเช้า ท้าวพันธุมติเห็นลินคำเป็นอัศจรรย์ ก็ให้เสนาอำมาตย์ติดตามไปดู เมื่อพบว่าเจ้าของเป็นใครจึงจัดขบวนแห่ไปรับเอาชายกำพร้าไปเป็นราชบุตรเขย

เมื่ออภิเษกให้เป็นคู่ครองราชธิดาแล้ว จึงไต่ถามว่าได้ทองคำมาอย่างไร

เขาจึงเล่าเรื่องแมงสี่หูห้าตาให้ฟัง

ท้าวพันธุมติอยากเห็น จึงให้ราชบุตรเขยไปนำแมงสี่หูห้าตาเข้าวังมา

ขณะจูงมานั้น ชาวเมืองต่างมามุงดูเป็นจำนวนมากทำให้แมงสี่หูห้าตาตื่นตกใจวิ่งหนีขึ้นเขาไป

ท้าวพันธุมติเห็นดังนั้นจึงวิ่งไล่ตามจับ แมงสี่หูห้าตาวิ่งเข้าไปในถ้ำเดิมที่เคยอยู่อาศัย พระองค์ก็ติดตามเข้าไป แต่หินก็ถล่มลงปิดปากถ้ำไว้ โดยที่เสนาวิ่งตามไม่ทัน

ทำให้ท้าวพันธุมติถูกขังอยู่ในถ้ำตามลำพัง

ท้าวพันธุมติถูกขังอยู่ในถ้ำเป็นเวลาหลายวันเพราะไม่มีทางออก มีเพียงรูเล็กๆ โดยใช้ตาข้างเดียวแนบส่องดูภายนอกได้เท่านั้น

ท้าวพันธุมติคิดในใจว่าตนคงต้องตายในถ้ำนี้แน่นอน คงไม่มีโอกาสอยู่กับมเหสีอีก จึงสั่งเสนาไปตามมเหสีทั้งเจ็ดมา

เมื่อมเหสีมาแล้วพระองค์จึงขอให้เปิดผ้านุ่งให้ดูเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย

มเหสีตั้งแต่ลำดับที่ 1 ถึง 6 ไม่ยอมเปิดผ้านุ่งเพราะความอาย แต่มเหสีองค์ที่ 7 รู้สึกสงสาร จึงยอมเปิดผ้านุ่งให้ดู

ทันใดนั้น ก้อนหินที่ปิดปากถ้ำอยู่ เกิดขำ อ้าปากกว้างระเบิดหัวเราะ เมื่อปากถ้ำเปิด พรพันธุมติจึงออกมาได้

เมื่อกลับมาถึงเมือง ท้าวพันธุมติได้อภิเษกให้บุตรเขยเป็นกษัตริย์ครองเมืองแทน จนสิ้นอายุขัย บุตรเขยผู้เป็นกษัตริย์ได้ครองเมืองโดยธรรม และได้สร้างโรงทานเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ทรัพย์สิ่งของเป็นทานแก่ยาจกคนยากไร้

จากนั้นได้เทศนาสั่งสอนเสนาอำมาตย์และชาวเมืองให้ตั้งอยู่ในธรรมมีมรรคแปด เป็นต้น ชาวเมืองพันธุมติก็ดำรงชีพตามวิสัยอย่างสงบสุข

เรื่องราวที่มเหสีองค์เล็กเปิดผ้าถุงให้ท้าวพันธุมติดูเป็นเหตุให้สามีทั้งหลายรักเมียน้อยมากกว่าเมียหลวง

และถ้ำดังกล่าวได้ชื่อว่า “ถ้ำยุบ” ตั้งแต่นั้นมา

ในแง่ของความเป็นมาเรื่อง “แมงสี่หูห้าตา” นี้มีข้อน่าสังเกตว่าอาจเป็นนิทานเล่าสืบต่อกันมาจนได้รับความนิยม ต่อมามีนักศาสนานำมาเขียนผูกโยงกับคำสอนทางศาสนาเพื่อดึงดูดความสนใจจนกลายเป็นนิทานชาดกนอกนิบาตเรื่องหนึ่ง

ความประทับใจของชาวล้านนาต่อนิทานเรื่องนี้ ทำให้ได้มีการสร้างรูปปั้นของแมงสี่หูห้าตาไว้ที่วัดดอยถ้ำเขาควาย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และที่สำคัญชื่อเมือง “พันธุมติ” ก็เกี่ยวโยงกับชื่อเก่าแก่ของเมืองเชียงรายด้วย

ปัจจุบันมีการสร้างรูปปั้นขึ้นตามสถานที่ต่างๆ ให้คนกราบไหว้ขอโชคลาภ ซึ่งบางแห่งสร้างรูปคล้ายหมีตามที่ปรากฏในคัมภีร์ใบลานต้นฉบับ

แต่ก็พบว่าหลายแห่งสร้างเป็นรูปคล้ายๆ ลิงหรือสัตว์ชนิดอื่น ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะการถ่ายทอดเนื้อหาคลาดเคลื่อนไป

และนอกจากนี้ ยังมีการสร้างรูปเป็นเครื่องรางให้เช่าบูชา โดยเชื่อว่าแมงสี่หูห้าตาเป็นเครื่องรางนำโชค เนื่องจากถ่ายมูลเป็นทองคำนั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...